โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สกศ.เปิดสภาวะการศึกษาไทยไตรมาสแรกปี 68

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 28 ม.ค. 2568 เวลา 16.03 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. 2568 เวลา 09.03 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

28 ม.ค. – สกศ.เปิดสภาวะการศึกษาไทยไตรมาสแรกปี 68 “การจัดการศึกษาไทยในโลกที่เปลี่ยนแปลงไป”

รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานการประชุมสัมมนาเพื่อเผยแพร่รายงานสภาวะการศึกษาไทย ไตรมาสที่ 1 ปีงบประมาณ พ.ศ.2568 กล่าวว่า สกศ. จัดทำการวิเคราะห์สภาวะการศึกษาไทยรายไตรมาสเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยการวิเคราะห์จะใช้องค์ความรู้ การวิจัยจาก 5 มิติตามเป้าหมายของการจัดการศึกษาตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 คือ มิติที่ 1 คุณภาพการศึกษา พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของเด็กไทยยังอยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นจากผลการทดสอบทั้ง O – NET และ PISA เด็กไทยมีทักษะการอ่านอยู่ในระดับต่ำมาโดยตลอด สะท้อนให้เห็นว่า “คนไทยอ่านได้ แต่ไม่มีคุณภาพ” มิติที่ 2 ความเสมอภาคทางการศึกษา มีโรงเรียนขนาดเล็กสังกัดสพฐ. ร้อยละ 51 แต่กลับไม่เสมอภาคในเรื่องคุณภาพของการจัดการศึกษาที่ได้รับเมื่อเทียบกับโรงเรียนขนาดใหญ่ สะท้อนว่า “ประเทศไทยเสมอภาคในเชิงโอกาส แต่เหลื่อมล้ำในเชิงคุณภาพ” มิติที่ 3 การเข้าถึงการศึกษา การเข้าเรียนระดับการศึกษาภาคบังคับของประชากรวัย 6 – 14 ปี มีอัตราสูงถึงร้อยละ 90.30 ถือเป็นจุดแข็งสำคัญของการศึกษาไทย มิติที่ 4 ประสิทธิภาพในการจัดการศึกษา มีการลงทุนทางการศึกษาในระดับที่สูง แต่ผลลัพธ์ทางการศึกษากลับไม่สูงตามจำนวนงบประมาณ สะท้อนให้เห็นถึงว่า “ประเทศไทยมีทรัพยากรแต่บริหารไม่ดี ผลลัพธ์จึงออกมาไม่ดี” มิติที่ 5 การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง ความต้องการแรงงานปัจจุบันเน้นไปที่กำลังแรงงานสายอาชีวศึกษา แต่นักเรียนส่วนใหญ่ยังเลือกที่จะเรียนในสายสามัญอยู่เป็นจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นว่าผู้เรียนจะไม่ปรับเปลี่ยนไปตามการเปลี่ยนแปลงของโลกของอาชีพ

ทั้งนี้ หน่วยงานจัดการศึกษาและที่เกี่ยวข้องต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ 1) ความเสี่ยงจากความขัดแย้งและภูมิรัฐศาสตร์ของโลก หลายประเทศมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม 2) ปัญหาสุขภาพอันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภัยพิบัติและมลพิษต่าง ๆ 3) การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรที่จำนวนเด็กเกิดใหม่มีน้อยลงทุกปี รวมทั้งเด็กเจนเนอเรชั่นใหม่ที่มีรูปแบบและความต้องการทางการศึกษาที่ไม่เหมือนอดีตที่ผ่านมา 4) การปรับเปลี่ยนจุดเน้นในการพัฒนาผู้เรียนจากเดิมเน้นการพัฒนาทักษะมาให้ความสำคัญกับเรื่องทัศนคติ (Mindset) ของผู้เรียนมากขึ้น
นอกจากนี้ได้เสนอแนวทางการแก้ปัญหาสภาวะการศึกษาไทย 3 วิธี คือ 1. ลดช่องว่างทางการศึกษา (Narrow the Gap) ด้วยการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรที่ไม่ยึดติดกับจำนวนผู้เรียนแต่เพียงอย่างเดียว สร้างกลไก Early Warning เพื่อติดตามประเมินผลผู้เรียนได้ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา หรือต่ำกว่า เพื่อให้มีโอกาสในการพัฒนาผู้เรียนตั้งแต่ยังเล็ก และเน้นการประเมินในรูปแบบ Formative Assessment มากขึ้น และส่งเสริมการเรียนรู้ในระบบ Peer Learning ให้ทั้งผู้บริหาร ครู และนักเรียนให้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันในสภาวะแวดล้อมที่เป็นมิตรกับทุกฝ่าย ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเรียนรู้เพิ่มมากขึ้น

  • เชื่อมต่อทุกมิติการศึกษา (Connect the Dots) ด้วยการพัฒนาระบบฐานข้อมูลทางการศึกษาให้ครบถ้วน และทันสมัยทันสมัยอยู่ตลอดเวลา กำหนดความรับผิดรับชอบของแต่ละหน่วยงานอย่างชัดเจน (Accountability) และนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการ และจัดการศึกษาเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Generative AI ซึ่งจะช่วยให้การทำงานต่าง ๆ มีความสะดวกรวดเร็ว ถูกต้องแม่นยำเพิ่มมากขึ้น
  • ทลายทุกอุปสรรคของการเรียนรู้ (Break the Walls) จัดทำ tracking system นักเรียนรายบุคคล เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการเรียนรู้ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนสู่การทำงาน ให้ความสำคัญในการจัดการเรียนรู้ให้กับกลุ่มนอกวัยเรียน และการศึกษานอกระบบ และการจัดการศึกษาตามอัธยาศัยเพิ่มมากขึ้น เน้นการกระจายอำนาจทางการศึกษาให้คนในท้องถิ่น สามารถกำหนดแนวทางในการจัดการศึกษาได้ตามบริบทและความต้องการของชุมชน.-416-สำนักข่าวไทย
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...