โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่สุดช้ำ โพสต์หาหลักฐาน หลังลูกน้อยถูกมือดีปาประทัดใส่เต็มๆ จนเจ็บหนักเย็บ 7 เข็ม

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 ม.ค. 2568 เวลา 09.44 น. • เผยแพร่ 01 ม.ค. 2568 เวลา 08.41 น.

แม่สุดช้ำ โพสต์หาหลักฐาน หลังลูกน้อยถูกมือดีปาประทัดปิงปอง ใส่เต็มๆจนเจ็บหนักเย็บ 7 เข็ม

เมื่อวันที่ 1 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ “Drama-addict” แชร์โพสต์ของคุณแม่รายหนึ่ง พร้อมระบุข้อความว่า“ใครมีเบาะแสคนร้ายช่วยแจ้งแม่เขาด้วยนะครับ”

สำหรับโพสต์ดังกล่าว เป็นคุณแม่ขอความร่วมมือผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ปาประทัดปิงปอง โดนลูกของเธอ โดยเธอระบุว่า

“เมื่อคืนที่หาดปากเมงแถวสะพานหิน น้องได้โดนคนเลวที่ไม่คิดถึงว่ามีเด็กเยอะ ได้โยนลูกประทัดปิงปองใส่เต็มๆ ประมาณเวลา 23.58 น. ใครที่อยู่ในเหตุการณ์หรืออยู่แถวนั่นมีคลิปวิดีโอหรือมีรูปพวกที่ติดกลุ่มพวกมัน ช่วยติดต่อกลับมาด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆคะ สงสารลูกที่สุดคนเป็นแม่ ช่วยแชร์กันไปให้ทีนะคะ”

ทั้งนี้ คุณแม่มาอัพเดตอาการลูกเพิ่มเติมว่า

ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ จะตอบเมนต์ทุกคนก็คงไม่หมด อัพเดตอาการน้องตอนนี้น้องดีขึ้นแล้วค่ะ แต่มีอาการเจ็บปวดแผลเนื้อไหม้และที่โดนเย็บ 7 เข็ม รอผลเอกซเรย์ค่ะ ขอบคุณทุกคนนะคะ

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในกลุ่มโซเชียลมีเดียจังหวัดตรังหลายกลุ่ม ได้แชร์โพสต์ข้อความพร้อมภาพบรรยากาศการฉลองคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่บริเวณชายหาดปากเมง ประตูสู่อันดามัน ตั้งอยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ตำบลไม้ฝาด อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตและเป็นประตูสู่อันดามัน โดยหลายโพสได้ระบุเหตุน่าตกใจของการเล่นจุดพลุ ดอกไม้ไฟ รวมไปถึงระเบิดปิงปองบริเวณแนวชายหาด โดยกลุ่มวัยรุ่นคึกคะนอง ได้ทั้งจุดพลุ ดอกไม้ไฟ ระเบิดปิงปองอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเวลากลางวันของวันที่ 31 ธันวาคม-ช่วงก้าวเข้าสู่วันที่ 1 มกราคม 2568 ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นของปีใหม่ โดยนักท่องเที่ยวรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า ตลอดแนวชายหาดยาวหลายกิโลเมตร มีการเล่นจุดพลุ ดอกไม้ไฟ รวมไปถึงระเบิดปิงปอง ต่อเนื่องตลอดเวลา จนเป็นที่ตกอกตกใจของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวที่มากับเด็กเล็ก

นอกจากนี้ในช่วงกลางคืนยังมีเหตุทะเลาะวิวาทของกลุ่มวัยรุ่นเป็นระยะๆอีกด้วย โดยเป็นที่น่าตกใจว่า ในพื้นที่อุทยานฯสองข้างถนนเลียบชายหาด นอกจากจะมีการเปิดให้พ่อค้าแม่ค้าทั้งในและนอกพื้นที่มาตั้งร้านขายอาหารเครื่องดื่ม รวมทั้งของใช้ต่างๆแล้ว หลายร้านยังตั้งแผงวางขายพลุ ดอกไม้ไฟ รวมไปถึงระเบิดปิงปอง นานาชนิดกันอย่างโจ๋งครึ่ม ทั้งที่ผิดกฎหมายอุทยานชัดเจน โดยเหล่าวัยรุ่นที่มีความคึกคะนองบางส่วนได้หาซื้อมาจุดล่นจนเกิดความเดือดร้อนรำคาญตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า มีเหตุการณ์สลดเกิดขึ้นในช่วงคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ (คืนวันที่ 31 ธ.ค.67 -1 ม.ค.68) ได้มีนักท่องเที่ยวหลายพันคนต่างพาครอบครัวและเพื่อนฝูงกันไปฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ตลอดแนวชายหาดไปจนถึงที่ทำการเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ต่างหนาแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวยาวหลายกิโลเมตร จนโรงแรม ห้องพักนับพันห้อง ถูกจองเต็มหมด และอีกจำนวนหลายพันคนยกครอบครัวไปปักหลักกางเต็นท์นอนค้างคืน เพื่อร่วมเคาท์ดาวน์ ปรากฏว่าตลอดตั้งแต่ช่วงค่ำจนถึงประมาณตี 2 มีการจุดประทัด จุดพลุ ดอกไม้ไฟ และระเบิดปิงปอง เสียงดังตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงเริ่มนับถอยหลังเข้าสู่ปีศักราชใหม่ซึ่งนักท่องเที่ยวจำนวนมากออกไปยืนรอเคาท์ดาวน์บริเวณชายหาด และมีการติดตั้ง จุดพลุ จุดประทัด ดอกไม้เพลิง รวมทั้งมีการจุดลูกบอลประทัด หรือระเบิดปิงปอง ตลอดเวลาเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

โดยในส่วนของพลุ มีการติดตั้งใกล้จุดที่ผู้คนยืนและกางเต็นท์ เนื่องจากอยู่ในช่วงน้ำทะเลหนุนสูง จึงเหลือพื้นที่ทำกิจกรรมเพียงเล็กน้อยใกล้แนวชายฝั่ง ทำให้อยู่ใกล้ผู้คน ขณะเดียวกันมีบางส่วนได้จุดเล่นบนฝั่งที่มีนักท่องเที่ยวอยู่กันอย่างหนาแน่นด้วย โดยบางส่วนที่จุดและโยนเล่นกันอย่างคึกคะนอง ทำให้สะเก็ดระเบิดปิงปองพุ่งใส่บริเวณใต้รักแร้ของเด็กชายอายุเพียง 1 ขวบ 9 เดือนรายหนึ่งที่แม่กำลังอุ้มอยู่ จนทำให้ได้รับบาดเจ็บต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลสิเกา โดยเบื้องต้นพบมีแผลเปิดใต้รักแร้แพทย์ต้องเย็บถึง 7 แผล เนื้อไหม้ ขณะนี้ยังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสิเกา แต่อาการปลอดภัยแล้ว ขณะที่ครอบครัวยืนยันจะเข้าแจ้งความ และเอาเรื่องคนทำให้ถึงที่สุด

นอกจากนี้ยังมีนักท่องเที่ยวหญิงอีก 1 ราย ถูกพลุระเบิดใส่ขาบาดเจ็บ , ชายวัยรุ่น 2 คน ถูกระเบิดใส่มือตัวเองบาดเจ็บ และยังมีนักท่องเที่ยวอีกจำนวนมากที่ถูกสะเก็ดพลุ สะเก็ดระเบิดปิงปองกระเด็นใส่ได้รับบาดเจ็บตามผิวหนังอีกจำนวนมาก

ทั้งนี้ผู้ใช้เฟซบุ๊กซึ่งอยู่ในเหตุการณ์รายหนึ่งได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพลงในกลุ่มคนตรัง ซึ่งมีสมาชิกนับแสนคน ระบุ “ผลของการเอาดอกไม้ไฟมาขายในเทศกาล โดนกันทั่วหาดปากเมงเมื่อคืน ผมหวังว่าปีนี้คงไปไม่นำมาขายอีก น้องที่โดนเมื่อคืนอาการสาหัส เข้าใจความรู้สึกเจ็บแทนเป็นยังไง ผมปรับแต่งคลิปเห็นคนจุดพลุชัดเจนเชิญชมคับ ช่วยแชร์หาคนมารับผิดชอบกับเหตุการณ์นี้อย่าให้ลูกหลานคนตรังโดนอีก ได้กำไรขายพลุมาเยียวยาคนเจ็บบ้างนะ”

ส่วนในตอนเช้าวันนี้(1ม.ค.68) ที่บริเวณชายหาดปากเมงพบว่า นักท่องเที่ยวจำนวนมากหลังเคาท์ดาวน์ได้เดินทางกลับ คงเหลือเฉพาะคนที่นอนค้างคืน โดยพบว่ามีการทิ้งขยะเอาไว้เกลื่อนกลาดบริเวณชายหาด ตามโคนต้นไม้ รวมทั้งขวดพลาสติก ขวดเหล้า ขวดเบียร์ ลังเหล้า ลังเบียร์ และเศษวัสดุ พลุ ดอกไม้ไฟ หวีดยักษ์ รวมทั้งระเบิดปิงปองทั้งที่จุดระเบิด แล้วและยังไม่จุดระเบิดถูกทิ้งกระจายเกลื่อนตลอดแนวชายหาด และยังพบลูกระเบิดปิงปองบางส่วนที่ไม่ระเบิด แต่พบว่ามีการดัดแปลงทำใหม่ด้วยการแกะออกแล้วยัดดินประสิวเพิ่ม ก่อนพัดด้วยเทปสีดำ เพื่อเพิ่มแรงระเบิด ทำให้เสี่ยงอันตรายเป็นอย่างมาก โดยขณะทั้งหมดจะต้องตกเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อุทยานฯเข้าทำการเก็บทำความสะอาดต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กแฟนเพจ สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้โพสเตือนระบุ “ห้าม !!! จุดพลุ ประทัด ดอกไม้ไฟ ภายในอุทยานแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 19 ภายในอุทยานแห่งชาติ ห้ามมิให้บุคคลใดกระทำการ ยิงปืน ทำให้เกิดระเบิด หรือจุดดอกไม้เพลิง ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวทุกท่านที่เข้ามาเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ ปฏิบัติตามกฎหมาย และระเบียบอย่างเคร่งครัด” ทั้งนี้ มาตรา 43 พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ระบุ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 19 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แม่สุดช้ำ โพสต์หาหลักฐาน หลังลูกน้อยถูกมือดีปาประทัดใส่เต็มๆ จนเจ็บหนักเย็บ 7 เข็ม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...