โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กระทรวงยุติฯ -ราชทัณฑ์ แจงยิบปมพักโทษ “เสี่ยเปี๋ยง” ยันเข้าเกณฑ์กรณีพิเศษ เหตุป่วยโรคไตวายเรื้อรัง

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 06 ธ.ค. 2567 เวลา 06.52 น.

กระทรวงยุติฯ -ราชทัณฑ์ แจงยิบปมพักโทษ “เสี่ยเปี๋ยง” ยันเข้าเกณฑ์กรณีพิเศษ เหตุป่วยโรคไตวายเรื้อรัง หวั่นติดเชื้อซ้ำหากสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม - ชี้ หลักเกณฑ์พักโทษนอกเรือนจำ ไม่ใช่สิทธิ์ แต่เป็นการบริหารที่คุมขัง หลังนักโทษเกือบทะลุ 3 แสนคน

วันที่ 6 ธ.ค. 2567 ที่กระทรวงยุติธรรม นายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ ที่ปรึกษา รมว.กระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พ.ต.ท. เชน กาญจนาปัจจ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกราชทัณฑ์ , นายสมบูรณ์ ศิลา ผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรม , นพ.วัฒน์ชัย มิ่งบรรเจิดสุข ผู้อำนวยการทัณฑสถาน โรงพยาบาลราชทัณฑ์ , นายพรประสม แก้วเสถียร ผอ.กลุ่มงานพักการลงโทษ กองทัณฑปฏิบัติ กรมราชทัณฑ์ และนางกนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนนทบุรี ในฐานะรองโฆษกกรมราชทัณฑ์ ร่วมแถลงข่าวชี้แจงกรณีการปล่อยตัว พักการลงโทษ ของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือ "เสี่ยเปี๋ยง" ซึ่งเป็นจำเลยในคดีทุจริตจำนำข้าว ซึ่งเป็นกระแสข่าวที่อยู่ในความสนใจของประชาชนอยู่ในขณะนี้ เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าจะเป็นการเปิดทางให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับมาประเทศไทย

นายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ กล่าวว่า ในการปฎิบัติการบริหารโทษของกรมราชทัณฑ์ หลังจากที่ศาลพิพากษา กรมราชทัณฑ์หรือกระทรวงยุติธรรมไม่มีสิทธิ์ที่จะไปพิจารณา หรือใช้ดุลพินิจ หรือกำหนดแนวปฏิบัตินอกเหนือจากกฎหมาย กฎกระทรวง หรือระเบียบที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งมีกำหนดไว้ชัดเจนในขั้นตอนการพักโทษ โดยการพักโทษ มี 2 กรณี คือ กรณีปกติ และกรณีพิเศษ ซึ่งเป็นงานที่ต้องทำตามกฎหมายและระเบียบที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ การพักโทษไม่ใช่ว่าพ้นโทษ แต่เขายังอยู่ระหว่างต้องโทษ แต่เป็นเรื่องที่กฏหมายต้องการจะให้คนที่ถูกคุมขังมีโอกาสได้ใช้ชีวิต เพื่อปรับตัวเป็นคนปกติของสังคม โดยในระหว่างพักโทษนั้นยังถือว่าต้องโทษอยู่และการพักโทษแต่ละครั้งคณะกรรมการฯ จะกำหนดว่าเขาต้องทำอะไรในเงื่อนไขบ้าง เช่น ต้องรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ ต้องอยู่ในเขตซึ่งจะมีการกำหนดจำกัดไว้ เพราะฉะนั้นการพักการลงโทษยังอยู่ระหว่างต้องโทษเพียงแต่ให้โอกาส หากมีการปฏิบัติผิดเงื่อนไขที่กำหนดไว้พนักงานคุมประพฤติจะรายงานกลับมาและจะถูกนำตัวมาคุมขังเหมือนเดิมจนกว่าจะครบโทษ โดยทุกปีจะมีการเสนอให้ยกเลิกการพักโทษตลอดเวลา

ทั้งนี้ ตนทราบมาว่าแต่ละเดือนทุกเรือนจำจะมีการเสนอพักโทษ ครั้งที่เสี่ยเปี๋ยงได้รับการเสนอพักโทษนั้น อนุกรรมการเสนอมา 2 กรณี คือ พักโทษปกติ 3 คน และพักกรณีพิเศษ 3 คน ซึ่ง 1 ในนั้นมีโรคไตของเสี่ยเปี๋ยง คนที่ 2 เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย และคนที่ 3 ตาบอด ซึ่งได้พิจารณาพักโทษเพียง 2 คน ส่วนอีกคนนั้นที่ตาบอด มีโทษผิดศีลธรรมต่อประชาชนร้ายแรงจึงไม่อนุญาติให้พักโทษ

ด้าน พ.ต.ท. เชน เผยว่า ในภาพรวมเรือนจำมีผู้ต้องขังกว่า 300,000 คน ใน 1 ปีมีทั้งคนเข้าและคนออก เราจึงต้องมีการบริหารการลงโทษ ซึ่งเราก็ปฏิบัติตามกฏหมายและกฎกระทรวงอย่างชัดเจน โดยหนึ่งในการบริหารการลงโทษ คือ การพักโทษ ซึ่งการพักโทษแบบปกติ คือ ต้องรับโทษแล้ว 2 ใน 3 ส่วนการพักโทษแบบพิเศษนั้น คือ จำโทษมาแล้ว 1 ใน 3 และมีอาการป่วยเฉพาะที่กฎหมายกำหนด หรือใกล้จะเสียชีวิต โดยรายละเอียดนั้นจะมีการเสนอมาจากเรือนจำ โดยคณะกรรมทั้ง 8 คน จากนั้นนำเข้าสู่คณะอนุกรรมการกรมราชทัณฑ์ มีทุ้งหมด 19 คน ประกอบด้วย ตำรวจ อัยการ แพทย์ ศาล และกรมคุมประพฤติ โดยมีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน

ขณะที่ นายสมบูรณ์ ศิลา ระบุว่า กรณีของ “เสี่ยเปี๋ยง” คือ เป็นผู้ป่วยกลุ่ม 6.8 มีโรคร้ายแรงที่เจ็บป่วยประมาณ 7 โรค ประกอบด้วย โรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย, โรคความดันโลหิตสูง, โรคหยุดหายใจขณะนอนหลับชนิดรุนแรงม โรคต่อมลูกหมากโต, โรคกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท โรคฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ, โรคเบาหวาน และโรคหลอดเลือดสมองตีบ ซึ่งแพทย์ผู้เกี่ยวข้องระบุว่าโรคเหล่านี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เป็นโรคที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ มีโอกาสสูงที่จะเสียชีวิตหากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม สำหรับหลักเกณฑ์ที่เข้าหลักเกณฑ์ คือ มีระยะเวลาการจำคุกแล้วตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดเกิน 1 ใน 3 ของโทษและตุ้งแต่ชั้นกลางขึ้นไปเป็นผู้ต้องขังที่เจ็บป่วยร้ายแรง อายุเกิน 70 ปี ไม่มีโทษอื่นในคดีอื่น และมีผู้อุปการะ มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง

ด้าน นพ.วัฒน์ชัย กล่าวว่า ในส่วนของการพิจารณาทางด้านสุขภาพในผู้ต้องขังรายนี้ ประวัติที่ผ่านมามีโรคประจำตัวตามวัยอยู่แล้ว โดยมีการติดตามการตรวจรักษาอย่างต่อเนื่องและอาการไม่ทุเลาลงจึงได้มีการส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งมีศักยภาพในการรักษาสูงกว่าโรงพยาบาลกรมราชทัณฑ์ เพื่อพบกับแพทย์เฉพาะทางด้านโรคไต ในช่วงนั้นมีการติดตามและเจาะชิ้นเนื้อที่ไต และแพทย์ลงความเห็นว่าผู้ป่วยเป็นภาวะไตเสื่อมระยะสุดท้าย จำเป็นต้องฟอกไต จนกระทั่งช่วงปี 2566 ก็ได้รับการพิจารณาให้ปลูกถ่ายไตและจำเป็นต้องได้รับยากดภูมิ ส่วนการพิจารณาให้ผู้ต้องขังรายใดได้พักโทษกรณีพิเศษ กรณีเจ็บป่วยร้ายแรงนั้น โดยปกติข้อมูลส่วนใหญ่จะเป็นผู้ป่วยกลุ่มโรคไตวายเรื้อรัง ที่จำเป็นต้องฟอกไต เฉพาะในโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ในปี 2566 มีผู้ป่วยที่เป็นโรคไตวายเรื้อรังที่เข้าเกณฑ์จะได้รับการพักโทษกรณีพิเศษ 15 รายและในปี 2567 ก็ยังมีอีกจำนวนหนึ่งที่เข้าเกณฑ์จำคุกมาแล้วระยะหนึ่ง ก็จะเข้าสู่กระบวนพิจารณาโดยคณะกรรมการต่อไป

นางกนกวรรณ เปิดเผยเรื่องหลักเกณฑ์การคุมนอกเรือนจำ ว่า การจัดทำหลักเกณฑ์จะมุ่งเน้นในเรื่องของทัณฑวิทยา ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับการปฎิบัติในการลงโทษผู้กระทำผิดตลอดจนถึงการแก้ไข เพื่อเตรียมเขากลับเช้าสู่สังคม ซื้อไม่ใช่สิทธิ์หรือประโยชน์สำหรับบุคคลใด แต่เป็นการบริหารสถานที่คุมขัง ก็อย่างที่ทราบกันดีในเรือนจำขณะนี้มีผู้ต้องขังเกือบ 300,000 คน ทำให้เกิดความแออัด และเป็นหลักการสากลที่หลายประเทศใช้อยู่ ยืนยันว่าไม่ใช่สิทธิ์หรือประโยชน์ของผู้ต้องขัง และการจะนำผู้ต้องขังไปคุมขังในสถานที่อื่น เสมือนเป็นเรือนจำอีกที่ก็จะมีการกำหนดหลักเกณฑ์หลายๆ อย่าง ส่วนจะแล้วเสร็จทันภายในสิ้นปีนี้หรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการ ซึ่งขณะนี้ได้เปิดรับความคิดเห็นจากประชาชนจนถึงวันที่ 17 ธันวาคม 2567 เมื่อครบกำหนดแล้วจะนำความคิดเห็นต่างๆ มาปรับปรุง ส่วนจะเสร็จทันก่อนสงกรานต์ปี 2568 หรือไม่นั้นก็ไม่สามารถที่จะตอบได้ ต้องรอผลหลังวันที่ 17 ก่อน

นอกจากนี้ นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้าร่วมฟังการแถลงในวันนี้ด้วย และมีการถามถึงการตรวจสอบกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกจำคุก ก่อนเข้ารักษาอาการป่วย ชั้น 14 ของโรงพยาบาลตำรวจนั้น ได้มีการส่งเอกสารโดยเฉพาะเวชระเบียนให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ครบถ้วนหรือไม่ นายสมบูรณ์ มวงกล่ำ กล่าวว่า การส่งมอบเวชระเบียนนั้นเป็นสิทธิ์ของคนไข้จะให้หรือไม่ให้ก็ได้ หากไม่ให้ก็ไม่มีใครมีสิทธิ์นำเวชระเบียบที่เป็นความลับในการรักษาไปมอบให้ ป.ป.ช. เพราะมีความผิดตามกฎหมาย ย้ำว่า กรมราชทัณฑ์ไม่สามารถส่งเวชระเบียนให้ ป.ป.ช. ได้เพราะคนไข้ไม่อนุญาต และยืนยันว่า การดำเนินการพักโทษนั้น ดำเนินการอย่างถูกต้องตามระเบียบและกฎหมาย ไม่ได้ใช้ดุลยพินิจส่วนตัว

ส่วนการพักโทษนายบุญทรง และนายอภิชาติ ซึ่งเป็นนักโทษคดีทุจริตที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ กว่า 9 แสนล้านบาทนั้น มีการชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐตามคำพิพากษาหรือไม่นั้น นายสมบูรณ์ ศิลา กล่าวว่า มีการเสนอในคณะอนุกรรมการพักโทษให้พิจารณา แต่ชดใช้แล้วหรือไม่นั้นไม่มีใครทราบ เพราะเป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ป.ป.ง.) ในการอายัด และยึดทรัพย์สินให้เป็นของแผ่นดิน ซึ่งดำเนินการไปแล้วส่วนหนึ่ง แต่คงเหลืออีกเท่าไรนั้นเรายังไม่ทราบ ขณะนี้ยังคงมีผู้ต้องขังในคดีจำนำข้าวอีก 2 ราย ที่เป็นข้าราชการระดับสูง และยังอยู่ระหว่างการได้รับโทษต้องขัง เนื่องจากต้องโทษจำคุกสูง และไม่ได้มีอาการเจ็บป่วยอย่างไร

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...