โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

อาการไดสตาร์ทรถยนต์เสีย ที่คนมีรถไม่ควรมองข้าม

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 11 พ.ย. 2567 เวลา 12.25 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
อาการไดสตาร์ทรถยนต์เสีย ที่คนมีรถไม่ควรมองข้าม

อาการไดสตาร์ทรถยนต์เสีย ที่คนมีรถไม่ควรมองข้าม

ทำความเข้าใจกับอาการไดสตาร์ทเสีย
อย่าคิดว่าเรื่องไดสตาร์ทเสียเป็นเรื่องไกลตัว เพราะทุกครั้งที่เราสตาร์ทรถก็คือการใช้งานไดสตาร์ทนั่นเอง ซึ่งถ้าเราสามารถสตาร์ทรถติดได้ปกติไม่มีปัญหาอะไร ก็คงได้เดินทางไปตามต้องการ แต่เมื่อไหร่ที่รถเราสตาร์ทไม่ติด นั่นอาจเป็นหนึ่งในสัญญาณที่บ่งบอกถึงไดสตาร์ทเสียได้ ดังนั้น TIPINSURE จึงได้จัดเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับไดสตาร์ทตั้งแต่ ไดสตาร์ทคืออะไร, ไดสตาร์ทเสียอาการเป็นอย่างไร, วิธีแก้ปัญหาได้สตาร์ทเสีย ไปจนถึงวิธีถนอมการใช้งานไดสตาร์ท

ลักษณะอาการไดสตาร์ทเสียที่สังเกตได้ง่ายๆ

1. สตาร์ทเครื่องไม่ติด
สตาร์ทเครื่องไม่ติดที่อาจบ่งบอกได้ถึงไดสตาร์ทเสียมีทั้งหมด 3 ลักษณะ คือ บิดกุญแจหรือกดปุ่มสตาร์ทแล้วแต่รถเงียบ, เสียงไดสตาร์ททำงาน แต่เครื่องยนต์ไม่ติด, เครื่องยนต์สตาร์ทติดยาก และไดสตาร์ทไม่หมุน ทั้งนี้แต่ละอาการก็มีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปดังนี้

สตาร์ทแล้วรถเงียบ: ไม่มีเสียง หรือไม่มีอาการอะไรเกิดขึ้นมาเลย แปลว่าไดสตาร์ทเสียแน่นอน หากยังไม่ชัวร์ ลองสตาร์ทอีก 2-3 รอบเพื่อดูอาการเพิ่มเติมได้
ไดสตาร์ททำงาน แต่เครื่องยนต์ไม่ติด: อาจเกิดจากชุดเฟืองหรืออุปกรณ์ที่อยู่ในไดสตาร์ทเสีย
สตาร์ทติดยาก: ปัญหาหลักอาจมาจากระบบไฟที่ทำให้ไดสตาร์ทไม่มีแรงพอจะฉุดเครื่องยนต์ให้ทำงาน
ไดสตาร์ทไม่หมุน: แม้จะมีไฟเพียงพอตามปกติ แต่สตาร์ทไม่ติด เป็นได้ว่าแปรงถ่านหมด หรือไดสตาร์ทเสีย ต้องใช้ช่างแกะเช็กเพื่อเปลี่ยนและซ่อมตามอาการ

2. สตาร์ทติดแต่มีอาการอื่น ๆ ตามมา
สตาร์ทติดแต่มีอาการอื่นตามมา เช่น มีเสียงดังครืดคราดผิดปกติ หากพบเจอเป็นอาการลักษณะนี้ ควรรีบนำรถเข้าไปตรวจเช็กสภาพโดยแจ้งช่างถึงความผิดปกติให้ครบถ้วน เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดว่าเป็นที่ไดสตาร์ทเสีย หรือมาจากส่วนอื่นของเครื่องยนต์

ไดสตาร์ทเสีย มีวิธีการแก้ไขอย่างไรบ้าง
การแก้ไขปัญหาไดสตาร์ทเสีย อาจทำได้อยาก แต่เรามีวิธีเบื่องต้นง่ายๆ ที่สามารถลองแก้ไขเองก่อนได้ แล้วค่อยรีบนำรถเข้าไปส่งเช็คอีกทีให้เรียบร้อย โดยมีวิธีแก้ไขดังนี้

1. การสตาร์ทรถแบบเร็วๆ
ให้คุณลองสตาร์ทรถแบบรวดเร็วขึ้น โดยการบิดกุญแจอย่างรวดเร็ว เผื่อบางทีการกระตุ้นของไฟ อาจทำให้พอต่อการทำให้เครื่องยนต์ติด ถ้าเครื่องยนต์ติดให้ท่านรีบขับรถนำส่งอู่ให้ช่างได้เช็คระบบให้เรียบร้อยเสียก่อน

2. การเข็นรถก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์
วิธีนี้เป็นวิธีที่ใช้กับรถยนต์เกียร์กระปุกเท่านั้น โดยให้ท่านใส่เกียร์ 1 ค้างไว้ และทำการบิดกุญแจเพื่อสตาร์ทเครื่อง เพื่อให้ไฟหน้าปัดแสดงขึ้น จากนั้นเข็นรถให้เร็วขึ้นจนได้ความเร็วที่เหมาะสม แล้วทำการปล่อยคลัตช์ พร้อมเหยียบคันเร่ง พอเครื่องยนต์ภายในรถของท่านติดครบ ก็ให้รีบขับรถนำไปส่งที่อู่ให้ช่างได้ตรวจเช็คหรือทำการซ่อม

3. ให้ลองนำโลหะมาเคาะที่ตัวไดสตาร์ท
วิธีนี้สามารถทำกับรถยนต์เกียร์ออโต้ที่คาดว่าไดสตาร์ทเสีย โดยนำโลหะ เช่น แม่แรงหรือประแจ มาทำการเคาะเบาๆสัก 3-4 ครั้ง ที่ไดสตาร์ทแล้วลองสตาร์ทเครื่องยนต์อีกครั้ง ถ้ารถยนต์สตาร์ทติดแล้วให้รีบขับรถเข้าอู่ให้ช่างได้ตรวจเช็คให้เรียบร้อย

วิธีดูแลรักษาไดสตาร์ทให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น
วิธีการดูแลไดสตาร์ท นั้นไม่ยาก สามารถทำเองได้ เพื่อการใช้งานรถของท่านที่ปลอดภัยและยาวนาน

1.เวลาบิดกุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์รถเสร็จ ควรรีบปล่อยมือทันที ไม่ควรบิดแช่ไว้ เพราะอาจทำให้ไดสตาร์ทไหม้ได้

2.ควรดูแลรักษาความสะอาดบริเวณไดสตาร์ท เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกไปเกาะอยู่ที่ไดสตาร์ท เพราะอาจทำให้ไดสตาร์ทไม่หมุนหรือทำงานได้ไม่เต็มที่

3.พยายามเช็คให้ละเอียดว่าไม่มีน้ำเข้าไปที่ไดสตาร์ท เพราะถ้าน้ำเข้ามาที่ไดสตาร์ท อาจทำให้เกิดสนิมที่ตัวแปรงถ่าน จนสามารถทำให้ตัวไดสตาร์ทเกิดปัญหาได้ และอาจถึงขั้นที่ทำให้ตัวไดสตาร์ทไม่ทำงานเลยก็เป็นได้

อย่างที่บอกไว้ไดสตาร์ทมีอายุที่ยาวนาน ให้สังเกตพฤติกรรมของรถดีกว่า ถ้ามีอาการสตาร์ทติดแต่มีเสียงครืดคราดไม่ปกติให้รีบเข้าอู่ตรวจเช็คดีกว่า เพราะนั่นคืออาการเริ่มต้นของไดสตาร์ทที่กำลังจะเสีย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...