โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ยุค 60 ข้ามเวลามาเลี้ยงเจ้าก้อนแป้งพร้อมกับมิติ

นิยาย Dek-D

อัพเดต 02 ก.พ. 2568 เวลา 04.51 น. • เผยแพร่ 27 ก.ย 2567 เวลา 04.46 น. • เต้าหู้ยิ้ม
อยู่ ๆ ก็ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของนางร้ายลูก 3 เธอมาพร้อมกับระบบมิติทำภารกิจแลกของและแต้ม ในสายตาคนอื่นเธอคือนางร้ายที่สกปรกซกมก ทุกคนจะอย่างไรก็ช่าง เธอขอดูแลเจ้าก้อนแป้งทั้ง 3 ให้ดีก็พอ…

ข้อมูลเบื้องต้น

นิยายเรื่อง : ข้ามเวลามาเลี้ยงเจ้าก้อนแป้งพร้อมกับมิติ ยุค 60

เขียนโดย : นมข้นหวานหอม

ปกนิยายโดย : Renka

นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นตามจินตนาการของผู้แต่งเอง ชื่อตัวละคร บางสถานที่หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ล้วนแต่สมมุติขึ้น

นิยายย้อนยุค 60-90 นักเขียนจะอิงตามข้อมูลจริงที่ได้ศึกษามา หากข้อมูลผิดพลาดไป นักเขียนต้องขออภัย ณ ที่นี้ด้วย

สงวนลิขสิทธิ์ตามราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ 2537

ห้ามกระทำช้ำหรือดัดแปลงเนื้อหาในบทความนี้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน

หากผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกดำเนินตามกฎหมาย

E-Book จะวางขายหลังอัพรายตอนจบนะคะ

อ่านฟรี 9 ตอนแรก ก่อนจะทำการติดเหรียญล่วงหน้า 1 วัน จากนั้นจะทำการปลดเหรียญให้อ่านฟรีค่ะ

นิยายมีความยาว 100-120 ตอน ไรท์เน้นบรรยายถึงวิถีชีวิตและบรรยากาศในยุคนั้นค่ะ

หากรี้ดท่านไหนชอบนิยายเนื้อหากระชับ ดำเนินเรื่องเร็ว สามารถเลื่อนผ่านได้นะคะ

งดเมนต์คำหยาบ ด่าตัวละครได้ แต่ห้ามด่าไรท์น้า

ทะลุมิติมาอยู่ในนิยาย

ก่อนที่ ‘เจ้าเยี่ยนหราน’ จะข่มตาหลับ ด้วยความคับแค้นใจ เธอเอาแต่ด่าตัวละครในนิยายที่เธอเพิ่งจะอ่านจบไม่หยุด ลูกตัวเองแท้ ๆ กับทำร้ายได้ลงคอ จิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตเกินคนจริง ๆ เลย เสือที่ว่าเป็นสัตว์ที่ดุร้ายที่สุด มันยังไม่ทำร้ายลูกตัวเอง ไม่คิดว่าตัวละครนั้นจะใจร้ายถึงกับขายลูกของตัวเอง ไม่ควรที่จะเกิดเป็นแม่คนจริง ๆ

สุดท้าย…เยี่ยนหรานก็ได้รู้จุดจบของตัวละครในนิยายที่เธอสักที ทำให้เธอรู้สึกดีไม่น้อย

ว่าแต่…ที่นี่คือที่ไหน ? ก่อนที่เธอจะข่มตาหลับ เธอยังอยู่ในห้องนอนของตัวเองนี่นา ทำไม ? พอลืมตาตื่นเธอถึงได้โผล่มาอยู่ในที่เก่า ๆ ทรุดโทรมแบบนี้ อย่าบอกนะว่าเธอถูกจับมาขายน่ะ

เยี่ยนหรานกลัวมาก รีบลุกพรวดมองสำรวจดูรอบ ๆ ตัวทันที บรรยากาศเงียบสงบ เธอกำลังอยู่ในห้องนอนเล็ก ๆ ห้องหนึ่ง สภาพแวดล้อมสกปรกทรุดโทรมมาก เตียงไม้เก่า ๆ ที่เธอเพิ่งจะเอนตัวนอนก็ดูเก่าพุผังหมด ที่นอนดูเหมือนนานแล้วไม่ได้นำไปซัก กลิ่นเหม็นอับลอยฟุ้งไปทั่วห้อง

ที่นี่คือที่ไหน ? เยี่ยนหรานค่อย ๆ เดินออกจากห้องนอนไปดู นอกจากห้องไม้เก่า ๆ นั้นแล้ว ข้างนอกก็มีสภาพไม่ต่างจากข้างใน ภาพบริเวณรอบ ๆ ดูไม่ต่างจากยุคโบราณ เหมือนว่าเธอกำลังอยู่ในยุคข้าวยากหมากแพงยังไงยังงั้น สมองของเยี่ยนหรานหยุดทำงานไปชั่วขณะ

ตกลงแล้ว…เธอกำลังอยู่ที่ไหนกันแน่ ? ทำไมเธอถึงมาโผล่ที่นี่ได้ ? สายตาเธอพลันเหลือบไปเห็นโอ่งน้ำอยู่ที่หน้าลานบ้าน เธอรีบสาวเท้าเดินไปดู ภาพที่สะท้อนทำให้เยี่ยนหรานถึงกับตกใจอ้าปากค้าง

ผู้หญิงที่มีใบหน้ามอมแมมนี้คือใครกัน ? ผมเผ้าหยุ้งเหยิงไปหมด สิวเห่อเต็มหน้า ดูไม่เหมือนเธอเลยสักนิด !

เยี่ยนหรานนิ่งไปราวกับถูกสาป อย่าบอกนะว่าผู้หญิงคนนี้คือเธอจริง ๆ น่ะ ? ให้ตายเถอะ ~ ทำไมเธอถึงตกอยู่ในสภาพนี้ได้ ไม่สิ ~ ภาพที่สะท้อนไม่ใช่เธอนี่นา ยิ่งคิดเยี่ยนหรานก็ยิ่งปวดหัว หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ อย่าบอกนะว่า…เธอทะลุมิติมาอยู่ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงน่ะ

ขณะที่เยี่ยนหรานกำลังตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น อยู่ ๆ ห้องข้าง ๆ ก็มีเสียงเด็กร้องไห้ ตามสัญชาตญาณ เธอรีบสาวเท้าเดินไปดู ภาพที่อยู่ตรงหน้าทำให้เยี่ยนหรานเกือบเป็นลมหมดสติไป มีเจ้าเด็กน้อยกำลังนอนร้องไห้อยู่บนเตียง ถ้าให้เดา เด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้าอายุไม่เกิน 2 ขวบแน่ ๆ

เจ้าเด็กน้อยคนนั้นมีร่างกายซูบผอม ไม่ต่างจากกระดูกเดินได้ ใบหน้าเล็ก เล็กกว่าฝ่ามือเธอเสียอีก ดูไม่ต่างจากเจ้าแมวน้อยที่ขนร่วงหมดตัว ใบหน้าและร่างกายมอมแมม ทำให้เยี่ยนหรานรู้สึกสงสารจับใจ

เจ้าเด็กน้อยส่งเสียงร้องหาแม่ไม่หยุด ทำให้หัวใจของเยี่ยนหรานแทบแหลกสลาย เธอไม่สนว่าเจ้าเด็กน้อยนั่นจะสกปรกแค่ไหน เธอรีบวิ่งเข้าไปกอดร่างผอมแห้งนั้นไว้

“ ไม่ร้องนะ ไม่ร้องนะเด็กดี ” เสียงร้องไห้ค่อย ๆ หายไป เยี่ยนหรานเห็นเจ้าเด็กน้อยหยุดร้องไห้ก็ถอนหายใจโล่งอก

“ แม่ หนูหิว ”

“ รอสักครู่นะ เดี๋ยวฉันจะไปหาอะไรมาให้กินนะ ” เจ้าเด็กน้อยเรียกเธอว่าแม่ เธอทำเป็นไม่ได้ยิน เยี่ยนหรานคิดว่าเจ้าเด็กน้อยยังเล็กเกินไปถึงได้เรียกเธอว่าแม่แบบนั้น

เยี่ยนหรานอุ้มเอาร่างผอมแห้งไปนั่งรอที่เตียง จากนั้นเธอก็เดินออกไปข้างนอกหาอะไรให้เจ้าเด็กน้อยกิน แต่…เธอควานหาของอยู่นานก็พบเพียงความว่างเปล่า มีเพียงมันเทศและมันฝรั่งที่อยู่ตรงมุมอับ นอกจากมันพวกนี้แล้ว ก็ไม่มีอาหารที่เจ้าเด็กน้อยกินได้เลย

เธอจะทำอย่างไรดี ? เจ้าเด็กคนนั้นกำลังหิว ไม่มีใครดูแล ขืนปล่อยไว้แบบนั้น เจ้าเด็กน้อยจะต้องแน่ ๆ

ขณะที่เยี่ยนหรานกำลังครุ่นคิดอยู่นั้นว่าจะหาอาหารจากที่ไหนมาให้เจ้าเด็กน้อยกิน ครู่นั้นก็มีคนผลักประตูรั้วเดินเข้ามา เป็นเด็กชายสองคน สวมเสื้อผ้าเก่าขาด ๆ เดินมา ดูเหมือนแฝดมาก เพราะเด็กชายสองคนนั้นมีใบหน้าที่เหมือนกัน แต่…เพราะรูปร่างผอมแห้ง เยี่ยนหรานถึงไม่รู้ว่าเด็กชายสองคนนั้นอายุเท่าไรกันแน่

เยี่ยนหรานกำลังจะเดินเข้าไปถาม เด็กชายที่เดินตามหลังก็สะดุ้งโหยงรีบหลบไปอยู่ข้างหลังของเด็กชายที่เดินนำหน้าตนไป เธอแปลกใจมาก กำลังจะเอ่ยปากถาม ก็ได้ยินเสียงคนเรียกตนว่าแม่ เยี่ยนหรานเลิ่กลั่กไปมา ชี้นิ้วมาที่ตัวเองก่อนจะเอ่ยถามออกไป

“ เมื่อกี้พวกนายเรียกฉันว่าอะไรนะ ? ” สองพี่น้องไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงถามแบบนั้น ไม่ลังเลอะไร สองพี่น้องก็เรียกเธออีกครั้งว่า

“ แม่ครับ ” ครั้งนี้เธอได้ยินคำว่าแม่ชัดเจน แล้วครู่นั้นเธอก็รู้ด้วยว่าเธอนั้นได้ทะลุมิติมาอยู่ที่นี่จริง ๆ เยี่ยนหรานไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะทะลุมิติมาเป็นแม่คนแบบนี้

เยี่ยนหรานไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นกับเธอจริง ๆ อยู่ที่ยุคปัจจุบันเธอยังไม่ได้แต่งงาน ไม่เคยรักใครด้วย ไม่อยากจะเชื่อว่า…แค่งีบหลับไม่กี่นาทีกลับทะลุมิติมาเป็นแม่คนได้ จากหญิงสาวที่ไม่เคยมีความรักมาก่อน เธอกลายเป็นแม่ลูกสามอย่างสมบูรณ์

ตอนนี้…เยี่ยนหรานรู้สึกไม่พอใจเอามาก ๆ อยู่ ๆ ก็ได้กลายมาเป็นแม่ลูกสาม ไม่มีใครรู้สึกดีหรอกนะ เธออยากจะหาที่ระบายอารมณ์สักหน่อย แต่พอเห็นเด็ก ๆ ทั้งสามอยู่ตรงหน้าแล้ว เธอได้แต่ข่มอารมณ์โกรธไว้ ริมฝีปากบางวาดรอยยิ้มสุดแสนจะอบอุ่น เพราะเธอไม่อยากทำให้เด็กชายทั้งสองรู้สึกกลัวไปมากกว่านี้

ครู่นั้น…ในห้องก็มีเสียงร้องไห้ดังออกมาอีกครั้ง เยี่ยน หรานเกือบลืมไปแล้วว่ายังมีเด็กอีกคนหนึ่งรอเธออยู่ข้างใน

“ แม่ เดี๋ยวผมจะหาอะไรไปให้น้องกินก่อนนะครับ เวลานี้น้องคงหิวมากแล้ว ”

เด็กชายที่เอ่ยบอกกับเธอคือพี่ชายคนโต เมื่อครู่เธอสังเกตเห็นในแววตาคู่นั้นว่ากลัวเธอมากขนาดไหน เธอเอ่ยบอกกับเด็กชายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า

“ ลูกจะให้น้องกินอะไรเหรอ ? อาหารในครัวน้องกินไม่ได้หรอกนะ ”

“ แม่ครับ ในครัวยังมีมันเทศอยู่ ผมจะนำมันไปต้มแล้วนำมาป้อนน้องครับ น้องกินมันเทศได้ ”

ดูเหมือนเด็กชายจะกลัวว่าเธอไม่ยอมให้น้องเล็กกินมันเทศ ถึงได้ระวังคำพูดมาก เยี่ยนหรานเห็นสองพี่น้องแลดูกลัวเธอมาก เธอก็ไม่อยากจะพูดอะไรอีก ปล่อยให้สองพี่น้องเข้าไปในครัวต้มมันเทศกันเอง เพราะเธอกลัวว่า…ถ้าเกิดเธอพูดอะไรมากกว่านี้ จะทำให้สองพี่น้องกลัวร้องไห้ได้

ตอนนี้…เยี่ยนหรานอึดอัดใจมาก เจ้าของร่างเดิมเป็นใครกันแน่ ? ทำอะไรไว้กับเด็กสามคนนี้ ทำไมเด็ก ๆ ถึงได้กลัวเธอมากขนาดนี้ อีกอย่าง…เธอก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าทำไมเธอถึงได้ทะลุมิติมาอยู่ที่นี่ได้ ?

แต่…พอเธอเห็นเด็กสามคนนั้นแล้ว เธอกลับรู้สึกคุ้น ๆ เหมือนกับนิยายที่เธออ่านเมื่อวานไม่มีผิด ตัวประกอบในนิยายที่เธออ่านมีลูก 3 คน เด็กชายสองคนคือฝาแฝด ตอนนี้อายุยังไม่ถึง 6 ขวบ ส่วนลูกคนเล็กอายุ 2 ขวบ

ตัวประกอบในเรื่องไม่ต่างจากนางร้าย ปฏิบัติต่อลูกไม่ต่างจากทาสรับใช้ ไม่ตบตีก็ดุด่าและยังไม่ให้ข้าวเด็ก ๆ กินด้วย ชาวบ้านสงสารเด็ก ๆ มาก สุดท้ายก็ต้องแบ่งข้าวมาให้เด็ก ๆ ทั้งสามคนกิน

แต่…ยุคนี้อยู่ในยุคอาหารขาดแคลน ใช่ว่าชาวบ้านจะมีข้าวเหลือให้เด็ก ๆ กิน เพราะแบบนี้…เด็กทั้งสองถึงต้องเข้าไปในป่าลึกหาอะไรกินเอง เยี่ยนหรานไม่อยากจะเชื่อว่าเธอนั้นจะทะลุมิติมาอยู่ในร่างของนางร้ายในนิยายที่เธออ่าน แล้วเธอจะต้องทำอย่างไรล่ะทีนี้ ?

ทันใดนั้น…ก็มีอะไรบางอย่างปรากฏอยู่ตรงหน้า มีแสงวิบวับประกายส่องแสงออกมา มันคือระบบเลี้ยงลูก ขอแค่เธอทำภารกิจที่ระบบมอบหมายให้สำเร็จ เธอจะได้รับของตอบแทน เยี่ยนหรานใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงเพื่อศึกษาระบบนี้

ภารกิจแรกที่ระบบมอบหมายให้เธอทำคือ : ทำอย่างไรก็ได้ให้เจ้าเด็กน้อยหยุดร้องไห้ ถ้าทำสำเร็จจะได้นมผง 5 จิน แป้งสาลีอีก 5 จิน แต้มอีก 1 แต้ม

เยี่ยนหรานรีบวิ่งกลับไปที่ห้อง เห็นเด็กชายทั้งสองกำลังป้อนมันเทศให้เจ้าเด็กน้อยวัยสองขวบอยู่ สงสัยมันเทศยังร้อน เจ้าเด็กน้อยถึงได้ส่งเสียงร้องไห้ไม่หยุด เด็กชายทั้งสองไม่รู้ว่าน้องร้อน ได้แต่สงสัยว่าทำไมผู้เป็นน้องถึงร้องไห้ไม่หยุด

เยี่ยนหรานไม่สนใจสองพี่น้อง เธอเดินไปอุ้มเอาลูกคนเล็กขึ้นมา พี่ชายคนโตกลัวว่าเยี่ยนหรานจะทำร้ายผู้เป็นน้อง ก็รีบเอ่ยบอก

“ น้องไม่ผิด แม่อย่าตีน้องนะครับ ” เยี่ยนหรานแอบคิด เจ้าของร่างเดิมนี่ใจร้ายจริง ๆ เลย เด็กตัวเล็ก ๆ แค่นี้ยังทำร้ายได้ลงคอ ไม่อยากจะคิดอะไรมาก เยี่ยนหรานรีบเอ่ยบอกกับสองพี่น้อง

“ ไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอกนะ แม่จะไม่ทำร้ายน้อง แม่แค่อยากจะโอ๋น้องน่ะ ถ้าปล่อยให้น้องเอาแต่ร้องไห้อยู่แบบนี้ น้องจะเจ็บคอเอาได้นะลูก ”

เยี่ยนหรานลูบไล้หลังเล็กเบา ๆ ดูเหมือนเจ้าเด็กน้อยจะสัมผัสได้ถึงความเมตตา ก็หยุดร้องไห้ทันที ครู่นั้น…ในหัวของเยี่ยนหรานก็ส่งเสียงเตือนว่าเธอทำภารกิจสำเร็จ รางวัลที่ได้รับกำลังถูกส่งมาที่มิติของเธอ

เยี่ยนหรานใช้ความคิดเดินเข้าไปในมิติตรวจดูของที่ระบบส่งมาให้ ในมิติแลดูแปลกตามาก ข้าวของที่เธอจะได้รับจะอยู่ในช่องเล็ก ๆ ช่องหนึ่ง ของซ้อนทับกันสามารถใช้งานได้ปกติ

‘ นำของจากข้างนอกที่ไม่ใช่ของในมิติเก็บมาไว้ในนี้ได้ไหม ? ’ เยี่ยนหรานเอ่ยถามข้อสงสัยกับระบบ

[ สามารถทำได้ ] ดีเลยทีเดียว ในอนาคตเธอจะได้นำของที่มีค่ามาเก็บไว้ในนี้ได้ จะได้ปลอดภัยจากคนภายนอก

เยี่ยนหรานกวาดสายตาดูของที่เธอได้รับ ก็เห็นมีนมผง และแป้งสาลี อยู่ตามช่องต่าง ๆ ช่องแต้มที่จะได้รับก็ปรากฏมา 1 แต้ม

“ แม่ หนูหิว ” เยี่ยนหรานรีบกลับมายังปัจจุบัน ก่อนจะหันไปบอกกับเด็กชายทั้งสองว่า

“ พวกหนูสองคนนั่งกินมันเทศรอแม่ก่อนนะ แม่จะไปหาอะไรมาให้น้องกิน ”

ร่างบางรีบสาวเท้าเดินออกมาจากห้อง ก่อนจะหยิบเอานมผงและแป้งสาลีออกมาจากมิติ จากนั้นเธอก็เดินไปบอกให้เด็กชายทั้งสองไปต้มน้ำร้อนรอ ระหว่างที่รอ…เยี่ยนหรานก็ได้เดินไปล้างจอกเก่า ๆ มาชงนมให้เด็ก ๆ ทั้งสามดื่ม

ดูแลเจ้าก้อนแป้งทั้งสาม

สองพี่น้องเลิ่กลั่กมองหน้ากันไปมา เห็นเยี่ยนหรานหยิบเอานมผงมาก็สะดุ้งตกใจ แม้ว่าสองพี่น้องจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ได้กลิ่นหอม ๆ ลอยมาก็รู้ได้ว่าจะต้องเป็นของที่อร่อยแน่ ๆ แม้ว่าเด็กทั้งสองจะหิวมากอยากจะลองชิมดูก็ตาม แต่…พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากขอชิม

เยี่ยนหรานรู้ว่าตอนนี้เด็กทั้งสองกลัวเธอมาก เธอก็ไม่อยากจะพูดอะไรมาก ก่อนจะบอกกับเด็ก ๆ ว่า

“ พวกหนูสองคนดื่มนมนี้นะ เดี๋ยวแม่จะนำนมไปป้อนน้องก่อน ”

สองพี่น้องเป็นเด็กดี ทำตามที่เยี่ยนหรานบอกทุกอย่าง รสชาติหอมหวานติดที่ปลายลิ้น ทำให้สองพี่น้องหยุดดื่มไม่ได้ พวกเขาสองคนไม่เคยได้กินอะไรอร่อย ๆ แบบนี้มาก่อน กลิ่นหอมหวาน อร่อยกว่าลูกอมที่พ่อพวกเขาซื้อมาฝากเสียอีก

เด็กทั้งสองดื่มนมเร็วกว่าที่เยี่ยนหรานคิด แม้ว่าสองพี่น้องอยากจะเอ่ยปากขอเพิ่ม แต่…เด็ก ๆ ทั้งสองก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากขอนมเพิ่มจากเยี่ยนหราน ทางด้านเยี่ยนหราน…เธอกำลังป้อนนมให้กับเจ้าตัวน้อยอย่างช้า ๆ ดูเหมือนว่าลูกคนเล็กจะหิวไม่ต่างจากพี่ ๆ เลียริมฝีปากไปมาไม่หยุด

หลังจากที่เจ้าตัวน้อยดื่มนมอิ่มแล้ว ก็เรียบร้อยอยู่อย่างสงบไม่ส่งเสียงร้องไห้อีก เธอปล่อยให้เจ้าตัวเล็กนอนเล่นอยู่บนเตียง ก่อนจะดึงเอาผ้าห่มเก่า ๆ มาคลุมร่างเจ้าตัวน้อยไว้ สองพี่น้องเห็นน้องหลับก็เดินออกจากห้องไป เด็กทั้งสองยังคงรักษาระยะห่างกับเยี่ยนหราน

เธอรู้ว่า…ตอนนี้เธอไม่อาจสลัดความกลัวและความเป็นกังวลในใจของสองพี่น้องได้ เยี่ยนหรานไม่อยากจะพูดอะไรกับเด็ก ๆ ทั้งสอง เธอเดินไปหยิบเอาแป้งสาลีมา ก่อนจะเดินไปที่ครัว จากนั้นก็เตรียมตัวทำอาหาร

ตอนนี้เยี่ยนหรานรู้สึกหิวมากแล้ว เห็นเด็ก ๆ ได้กินดีอยู่ดี ท้องก็เริ่มส่งเสียงร้อง เธอไม่รู้ว่าเจ้าของร่างนี้นอนหมดสตินานกี่วัน ทั้งร่างกายรู้สึกไม่สบายตัวมาก ไม่มีชีวิตชีวา แต่…ตอนนี้เยี่ยนหรานกำลังหิว ก่อนอื่น…เธอจะต้องไปทำอะไรกินรองท้องก่อน

เธอเดินตรงไปที่ครัว ภายในครัวว่างเปล่า ไม่มีวัตถุดิบใด ๆ เลย มีเพียงมันฝรั่งและมันเทศเท่านั้น มันเล็ก ๆ แค่นั้นจะอิ่มได้อย่างไร ทานมื้อเดียวก็หมดแล้ว นอกจากมันฝรั่งกับมันเทศแล้ว ก็ไม่มีอะไรอีกเลย เยี่ยนหรานได้แต่สงสัย ว่าที่ผ่านมา…เจ้าของร่างเดิมอยู่ได้อย่างไร

เสียงถอนหายใจแรง ตอนนี้เธอกำลังอยู่ในร่างของคนอื่น วิญญาณกำลังหลอมเป็นหนึ่งเดียวกับเจ้าของร่างเดิม ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเธอจะต้องยอมรับมันให้ได้ โชคดีที่เธอมิติติดตัวมาด้วย ถ้าไม่อย่างนั้นเยี่ยนหรานไม่อยากจะคิดเลยว่า…ชีวิตต่อจากนี้ของเธอกับเด็ก ๆ จะเป็นอย่างไร

เธอเดินไปหยิบเอาแป้งสาลีมา ก่อนจะเดินไปหยิบเอาซึ่งไม้ไผ่มาเตรียมทำหมั่นโถวกินรองท้อง แต่…พอเธอเริ่มลงมือจะจุดไฟ กลับพบกับความลำบาก เยี่ยนหรานไม่เคยใช้เตาโบราณแบบนี้มาก่อน จุดไฟอยู่นานไฟก็ไม่ยอมติดสักที ขณะที่เธอกำลังจุดไฟอีกครั้ง ก็มีเสียงเล็ก ๆ ของลูกชายคนโตดังแว่วมา

“ แม่ ผมช่วยนะครับ ” เยี่ยนหรานไม่อยากจะเชื่อ ว่าเด็ก ๆ กลัวเธอมากขนาดนั้นกลับกล้าที่จะเข้ามาช่วยเธอ อยู่ ๆ เธอก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก

ไม่กี่นาทีต่อมา…หลี่เจี๋ยลูกชายคนโตก็จุดไฟให้เธอได้สำเร็จ เยี่ยนหรานเริ่มลงมือทำหมั่นโถว ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหมั่นโถวก็ส่งกลิ่นหอมไปทั่ว ได้กลิ่นหอม ๆ เยี่ยนหรานก็เริ่มหิวแล้ว เธอนำหมั่นโถวไปวางไว้ที่โต๊ะไม้เก่า ๆ ก่อนจะเรียก เด็ก ๆ มากิน

สองพี่น้องไม่กล้าเดินเข้าไปหยิบเอาหมั่นโถวมา แต่…พอเห็นสีหน้าของเยี่ยนหรานไม่ได้โกรธเคืองใด ๆ สองพี่น้องถึงกล้าเดินเข้าไปใกล้ เยี่ยนหรานหยิบหมั่นโถวขึ้นมา เห็นว่าหมั่นโถวเย็นหน่อยแล้ว เธอถึงได้แบ่งหมั่นโถวหอม ๆ ให้กับเด็ก ๆ ทั้งสอง

แต่…พอเยี่ยนหรานเห็นมือเล็กยื่นมาตรงหน้ามีแต่คราบดินโคลน เธอก็รีบนำหมั่นโถววางไว้ที่จานเล็ก ๆ ก่อนจะเอ่ยบอกกับสองพี่น้องด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า

“ หนูสองคนออกไปล้างมือก่อนนะ แล้วค่อยกลับเข้ามากินหมั่นโถว ”

สองพี่น้องเหมือนจะเข้าใจว่าเยี่ยนหรานหมายถึงอะไร ก็รีบวิ่งออกไปข้างนอกล้างมือ ก่อนจะเดินดุกดิกกลับเข้ามาข้างใน เยี่ยน หรานเห็นสองพี่น้องเป็นเด็กดี เชื่อฟังที่เธอบอกทุกอย่าง ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยชม

“ พวกหนูสองคนน่ารักมากเลย ” จากนั้น…เยี่ยนหรานก็ได้ยื่น หมั่วโถวให้สองพี่น้อง

เจ้าแฝดยื่นมือออกไปรับหมั่นโถวมา สีหน้าและแววตางุนงงอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาไม่อยากจะเชื่อว่าแม่จะแบ่งหมั่นโถวให้พวกเขากินจริง ๆ เยี่ยนหรานเห็นสองพี่น้องไม่ขยับเขยื้อนก็รีบเอ่ยบอก

“ หมั่นโถวนั่น…แม่แบ่งให้พวกหนูสองคนกิน รีบ ๆ กินสิ ” วินาทีนั้น สองพี่น้องถึงกล้ากัดหมั่นโถว

รสชาติของหมั่นโถวหอมอร่อยถูกปากพวกเขามาก อร่อยกว่ามันฝรั่งและมันเทศที่พวกเขากินอยู่ทุกวันเสียอีก สองพี่น้องได้แต่หวังว่า…พวกเขาจะได้มีอาหารดี ๆ แบบนี้กินกันทุกวัน

เยี่ยนหรานเห็นสีหน้าของเด็ก ๆ ทั้งสองคนเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข เธอก็รู้สึกมีความสุขตาม เห็นทีท่าการกินของสองพี่น้องแล้ว เยี่ยนหรานรู้ได้ทันทีว่าที่ผ่านมาเด็ก ๆ ต้องเจอกับอะไรมาบ้าง ถ้าไม่อย่างนั้น…เด็ก ๆ คงไม่กินหมั่นโถวอย่างระมัดระวังเช่นนั้นหรอก

ชีวิตต่อแต่นี้ไปของสองพี่น้องจะไม่อดอยากอีกต่อไป เธอจะดูแลพวกเขาอย่างดี จะทำให้เด็ก ๆ มีความสุขที่สุด จะไม่ยอมให้เจ้าก้อนแป้งทั้งสามต้องมามีจุดจบเหมือนกับเนื้อหาในนิยาย…

เยี่ยนหรานตัดสินใจแล้วว่า…เธอจะดูแลเด็ก ๆ ทั้งสามให้ดีเหมือนลูกแท้ ๆ ของเธอ

รอให้สองพี่น้องกินหมั่นโถวเสร็จ เยี่ยนหรานไม่ได้คิดให้เด็ก ๆ กินอะไรเพิ่ม เพราะเด็ก ๆ อดข้าวมานาน กระเพาะยังไม่ดีเท่าไร จะปล่อยให้เด็ก ๆ กินเยอะไม่ได้ ถ้าไม่อย่างนั้น…กระเพาะจะทนไม่ไหว อาจจะทำให้พวกเขาป่วยได้

หลังจากที่ทานข้าวเสร็จ ระบบก็ได้ส่งเสียงแจ้งเตือนภารกิจใหม่ที่เธอต้องทำคือ : อาบน้ำให้เด็ก ๆ ทั้งสาม ของรางวัลที่จะได้รับมี : ข้าวขาว 10 จิน , ไข่ไก่ 10 จิน , แต้มอีก 2 แต้ม

ระบบเข้าใจอีกฝ่ายจริง ๆ จะให้ของที่อีกฝ่ายอยากจะได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีเหมือนกัน เธอจะได้ไม่กลัวอดยาก เยี่ยนหรานเห็นสภาพตัวเองกับเด็ก ๆ ทั้งสามแล้ว สกปรกซกมกกว่าที่เธอคิดเสียอีก เมื่อกี้…เพราะว่าเธอหิวหรอกนะถึงอยากจะทำอะไรกินเอาแรงก่อน แล้วค่อยไปอาบน้ำ

ตอนนี้…เยี่ยนหรานเตรียมตัวอาบน้ำให้เจ้าก้อนแป้งทั้ง 3 ก่อน เธอเองก็อยากจะอาบน้ำเหมือนกัน เพราะเริ่มจะทนไม่ไหวกับกลิ่นเหม็นบนร่างกายของตัวเอง เธอเดินไปบอกให้เจ้าแฝดมาช่วยจุดไฟให้ ส่วนเธอก็เดินไปตักเอาน้ำมาใส่ไว้ในหม้อใหญ่แล้วนำไปต้ม

อาจจะเป็นเพราะใช้เวลาอยู่ด้วยกัน เห็นเยี่ยนหรานแปลกไปไม่เหมือนเมื่อก่อน ไม่ดุด่าต่อว่าและยังให้สองพี่น้องพวกเขาทานของอร่อยด้วย หลี่เจี๋ยและหลี่เฉียงก็ไม่รู้สึกกลัวเธอเหมือนเมื่อก่อนอีก

เยี่ยนหรานต้มน้ำเสร็จ…ก็รีบเดินไปหาชามใหญ่มา พอได้ชามมา เธอก็เทน้ำร้อนและน้ำเย็นลงไปในชาม จากนั้นเธอก็ได้เรียกสองพี่น้องมาอาบน้ำ เจ้าแฝดเปลือยกายก็รู้สึกเขินเล็กน้อย ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม เยี่ยนหรานจำได้ว่าข้างในมีเศษผ้าอยู่

ไม่อยากจะคิดอะไรมาก เธอรีบเดินเข้าไปในบ้านนำเศษผ้ามาทำเป็นผ้าเช็ดตัว เจ้าแฝดทั้งสองไม่ได้มีทีท่าขัดขืนใด ๆ เธอบอกทำอะไรก็ทำตามหมด หลังจากที่อาบน้ำให้สองพี่น้องเสร็จ เยี่ยนหรานถึงเห็นใบหน้าของเจ้าแฝดทั้งสองชัดเจน เพราะว่าแฝดสินะ ถึงได้เหมือนกันขนาดนี้

แต่…เจ้าแฝดดูผอมแห้งเกินไป เห็นแต่กระดูกไม่มีเนื้อมีหนังเลย ภาพที่อยู่ตรงหน้าทำให้เยี่ยนหรานปวดใจไม่น้อย เธอคิดว่า…เธอจะต้องเลี้ยงดูเจ้าก้อนแป้งทั้งสามให้ดี จะเลี้ยงให้อ้วน ๆ เหมือนหมู จะไม่ให้เด็ก ๆ มีสภาพแบบนี้อีกต่อไป

หลังจากที่อาบน้ำให้สองพี่น้องเสร็จ…เยี่ยนหรานก็ได้นำน้ำในชามไปเททิ้ง น้ำเมื่อครู่มันสกปรกเกินไป จะนำมาอาบให้เจ้าตัวเล็กต่อไม่ได้ เห็นความน่ารักของเด็ก ๆ ทั้งสามแล้ว เธอรู้สึกมีความสุขมาก ไม่เสียใจเลยที่ได้ทะลุมิติมาอยู่ที่นี่

เยี่ยนหรานเดินเข้าไปข้างในบ้านอุ้มเอาเจ้าตัวเล็กออกมา ตอนแรกเจ้าหลี่จวินยังหลับอยู่ พอเธออุ้มออกมาข้างนอก เจ้าตัวเล็กก็ส่งเสียงหัวเราะคิกคักไม่หยุด เห็นเธอเดินมาหยุดอยู่ที่ชามอาบน้ำ เจ้า หลี่จวินกำลังเบะปากจะส่งเสียงร้องไห้ พอได้ลงไปแช่น้ำอุ่น ๆ ก็ส่งเสียงหัวเราะใหญ่

“ แม่ ~ ” เยี่ยนหรานลูบไล้ศีรษะกลมเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู

“ ไม่ร้องนะคะ อาบน้ำจะได้สบายตัว ” เจ้าหลี่จวินคิดว่าเยี่ยน หรานอยากจะเล่นน้ำกับตน ก็ใช้เท้าเล็ก ๆ ถีบน้ำไม่หยุด

ตอนแรก…เธอคิดว่าเจ้าตัวเล็กจะส่งเสียงร้องไห้ไม่ยอมอาบน้ำเสียอีก ไม่คิดว่าเจ้าหลี่จวินจะมีความสุขขนาดนี้ เห็นเจ้าหลี่จวินเล่นน้ำดิ้นไม่หยุด เยี่ยนหรานก็ได้เรียกเจ้าแฝดให้เข้ามาช่วยจับเจ้าหลี่ จวินไว้ เจ้าตัวเล็กเห็นพี่ชายทั้งสองมาจับตนไว้ คิดว่าพี่ชายอยากจะเล่นน้ำด้วยกัน ยิ่งดิ้นหนักกว่าเดิม

น้ำกระเด็นกระดอนไปทั่ว สภาพของเยี่ยนหรานในตอนนี้ไม่ต่างจากหนูท่อเลยสักนิด เจ้าแฝดทั้งสองก็มีสภาพไม่ต่างจากเธอ เมื่อครู่…เจ้าแฝดอาบน้ำเสร็จ เธอเห็นเจ้าแฝดอยากจะสวมใส่เสื้อผ้าชุดเดิม เธอเห็นว่าเสื้อผ้าของเจ้าแฝดเก่ามแล้วก็สกปรกเกินไป ก็ได้นำเสื้อผ้า 2 ชุดนั้นไปซักตากแห้งให้เรียบร้อย

โชคดีที่อากาศวันนี้อบอุ่น ต่อให้เจ้าแฝดเปลือยกายล่อนจ้อนไปมาก็ไม่กลัวว่าพวกเขาจะไม่สบาย ถ้าไม่อย่างนั้น…เธอก็คงไม่ให้เด็ก ๆ ล่อนจ้อนแบบนั้นหรอก เจ้าแฝดรู้สึกอายมาก เอาแต่นั่งยอง ๆ อยู่อย่างนั้น มือเล็ก ๆ ปกปิดเจ้าหนอนน้อยไว้ เยี่ยนหรานเห็นแบบนั้นก็อดที่จะขำไม่ได้ น่ารักจริง ๆ เลย ~

เสื้อผ้าที่เยี่ยนหรานนำไปตากข้างนอก ไม่นานก็แห้งสนิท แต่…เจ้าแฝดเพิ่งจะสวมใส่ได้ไม่ถึงครึ่งวัน ตอนนี้…เจ้าหลี่จวินได้ทำเสื้อผ้าของพี่ ๆ เปียกหมดแล้ว แต่…หลี่เจี๋ยและหลี่เฉียงก็ไม่ได้รู้สึกโกรธน้องเล็กของพวกเขาเลย เยี่ยนหรานเห็นเจ้าแฝดไม่กล้าขัด เธอก็ยิ่งปวดใจ

เจ้าแฝดจิตใจดีอ่อนโยนเกินไปแล้ว เธออยากจะให้เจ้าแฝดซุกซนเหมือนกับเด็กวัย 5-6 ขวบ ไม่ใช่เอาแต่นิ่ง ๆ ทำตามทุกอย่างที่เธอบอกแบบนี้ ที่เจ้าแฝดเป็นแบบนี้เพราะเจ้าของร่างเดิมใจร้ายกับพวกเขา แต่…ตอนนี้เธอได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้แล้ว ต่อแต่นี้ไปพวกเขาไม่ต้องทนลำบากอีกต่อไป เจ้าแฝดจะไม่เป็นแบบนี้อีก

ลำบากมากกว่าเยี่ยนหรานจะอาบน้ำให้เจ้าตัวเล็กเสร็จ หลังจากนั้น…เธอก็ได้ให้เจ้าแฝดดูแลเจ้าหลี่จวินแทน เพราะเธอจะไปอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายสักหน่อย เห็นสภาพของตัวเองในตอนนี้แล้วเธอทนไม่ได้จริง ๆ

เยี่ยนหรานเดินออกไปข้างนอกต้มน้ำอีกหม้อ หลังจากที่อาบน้ำเสร็จ เธอก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย ครู่นั้น…ระบบก็ได้แจ้งเตือนว่าเธอทำภารกิจสำเร็จ เธอเข้าไปในมิติดู ก็เห็นของรางวัลอยู่ตามช่องต่าง ๆ เรียบร้อย เธอเดินไปที่ครัวก่อนจะนำของรางวัลในมิติออกมาเก็บไว้ในตู้ไม้เก่า ๆ

ตอนนี้…เยี่ยนหรานมีแต้มสะสมอยู่ 3 แต้ม สู้ ๆ เธอจะต้องสะสมแต้มให้ได้มากกว่านี้ ถึงตอนนั้น…เธอจะได้นำแต้มไปแลกเอาของแล้วนำไปขายที่อำเภอ

ยอมเสียที่ไหน

เย็นวันนั้น…เยี่ยนหรานได้นำผ้าห่มและผ้าปูที่นอนจากห้องมาปูที่เตียงไม้เก่า ๆ มีทั้งผ้าปูที่นอนของเด็ก ๆ ที่วันนี้เธอเพิ่งจะนำไปซักด้วย หลังจากที่จัดแจงที่นอนเสร็จ เธอก็ได้เก็บกวาดทำความสะอาดห้อง รวมถึงห้องครัวและข้างนอกบ้าน

พอเห็นข้าวของทุกอย่างในบ้านจัดแจงเป็นระเบียบเรียบร้อย ภายในบ้านดูสะอาดสะอ้าน เยี่ยนหรานถึงรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย แม้ว่าบ้านจะดูเก่าทรุดโทรมไปหน่อยก็เถอะ ขอแค่ห้องครัวและห้องนอนสะอาดเรียบร้อยก็พอ เธอจะค่อย ๆ จัดแจงบ้านหลังนี้ให้น่าอยู่ไปทีละเล็กละน้อย

แต่…เยี่ยนหรานรู้สึกดีได้ไม่นาน ฟ้าเริ่มมืด เธอเดินไปดูที่โอ่งน้ำก็เห็นว่าน้ำที่มีอยู่ตอนนี้ใกล้จะเหือดแห้งหมดแล้ว คิดว่าพรุ่งนี้จะต้องใช้น้ำล้างหน้าทำอาหาร เธอก็รีบเดินไปตามเจ้าแฝดมาถามว่าเธอสามารถไปตักเอาน้ำได้จากที่ไหน

สองพี่น้องได้ยินเธอถามแบบนั้น พวกเขาก็รู้สึกแปลกใจ แต่…เจ้าแฝดก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าวันนี้แม่ของพวกเขาคงลืมที่ตักเอาน้ำจริง ๆ พอเยี่ยนหรานรู้ที่ไปตักเอาน้ำแล้ว เธอก็ไม่มัวรอช้า รีบเดินไปหยิบเอาถังไม้มาสองถัง ก่อนจะเดินออกจากบ้านไปตักเอาน้ำ

พอเดินมาถึงที่บ่อน้ำบาดาลบ่อเดียวที่มีอยู่ในหมู่บ้าน เธอก็เห็นเหล่าป้าน้าอากำลังนั่งล้างผักอยู่ข้าง ๆ บ่อน้ำ อยู่ ๆ เยี่ยนหรานก็รู้สึกใจคอไม่ดี เธอไม่ชอบที่สุดคือพูดคุยกับเหล่าลุงป้าน้าอาในหมู่บ้านเล็ก ๆ แบบนี้ อีกอย่าง…เจ้าของร่างเดิมเคยทำเรื่องไม่ดีไว้กับผู้คนที่นี่ อาจจะถูกผู้คนที่นี่ดูถูกต่อว่าเอาได้

พวกเขาไม่เคยเห็นแม่คนไหนทำร้ายลูกตัวเองเหมือนเจ้าของร่างเดิมมาก่อน ด้วยเหตุนี้…ทุกครั้งที่ผู้คนในพื้นที่เจอเจ้าของร่างเดิมที่ไร มักจะถูกต่อว่าอยู่เสมอ เป็นเหมือนอย่างที่เยี่ยนหรานคิดไว้ไม่มีผิด ทันทีที่เธอก้มตัวลงไปตักน้ำ ก็มีหญิงวัยกลางคนหนึ่งอยู่ไม่ไกลเอ่ยขึ้น

“ดูสิ ใครมาตักน้ำกันนะ เกือบจะจำหน้าไม่ได้แล้ว” ผู้หญิงร่างผอมแห้งคนหนึ่งก็ได้เอ่ยเสริมอีกคน

“ก็ผู้หญิงที่ปฏิบัติต่อลูกตัวเองไม่ต่างจากแม่เลี้ยงใจร้ายอย่างไรล่ะ ไม่ใช่เจ้าเยี่ยนหรานหรอกหรือ? วันนี้ดูแปลกตาจริง ๆ เลย อาบน้ำแต่งตัวไม่สกปรกเหมือนเมื่อก่อน ปกติชอบทำตัวสกปรกซกมกไม่ใช่หรือ? ไม่รู้วันนี้ตัวไหนเข้าสิงถึงได้ลุกมาอาบน้ำแต่งตัวให้ดูดีได้ คนจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิต ต่อให้อาบน้ำหมดไปเป็นร้อยถังก็ไม่มีทางล้างความชั่วของตัวเองได้หรอก ถ้าเป็นฉันนะ…ฉันคงผูกคอตายไปแล้ว ไม่หน้าด้านหน้าทนอยู่ที่นี่หรอก”

ทุกคนที่อยู่รอบ ๆ ตัวเยี่ยนหรานก็เริ่มซุบซิบนินทากันเสียงดังไปทั่ว สายตาที่มองมานั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพวกเขาจงเกลียดจงชังเธอมากแค่ไหน ตอนแรก…เธอก็ไม่ได้อยากจะสนใจลิ้นปากชาวบ้าน วีรกรรมที่เจ้าของร่างเดิมได้ก่อไว้ เธอรู้ว่ามันโหดร้ายแค่ไหน

เยี่ยนหรานไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงอะไรให้มากความ แต่…ดูเหมือนผู้คนที่นี่จะไม่ยอมปล่อยเธอไป เห็นเธอเงียบก็ยิ่งพ่นคำพูดไม่น่าฟังออกมา ตอนนี้…เธอเริ่มจะหมดความอดทนแล้วจริง ๆ มือเล็กปาไม้ยาวในมือทิ้งไปที่พื้นอย่างแรง ก่อนจะเดินดุ่ม ๆ ไปหยุดอยู่ตรงหน้าของหญิงวัยกลางคนหนึ่ง

“นี่!! ฉันไปขอข้าวพวกเธอกินหรือยังไง?!! ฉันไปมีอะไรกับสามีพวกเธออย่างนั้นเหรอ?!! ทำไมจะต้องมาสนใจเรื่องส่วนตัวของคนอื่นแบบนี้ด้วย!! ถ้าว่างนักก็ไปหาอะไรทำสิ!! ถ้าเกิดเอาแต่พ่นคำหยาบไม่หยุดอยู่แบบนี้!! ฉันจะไม่เกรงใจพวกเธอแล้วนะ!! ยังไงชื่อเสียงของฉันก็พังป่นปี้ไม่มีอะไรดีแล้วนิ!! ฉันไม่กลัวหรอกนะถ้าจะมีเรื่องกับทุกคนที่มีหน้าอยู่ที่นี่ในตอนนี้!! ถ้าเกิดชื่อเสียงของพวกเธอพังป่นปี้เหมือนกับฉัน!! ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าครอบครัวสามีของพวกเธอยังจะต้องการลูกสะใภ้อย่างพวกเธออยู่ไหม?!!”

ชาวบ้านเห็นสายตาเหมือนดั่งคมมีดของเยี่ยนหรานที่มองมา ก็ไม่มีใครกล้าฮือกับเธอ แม้ว่าคำพูดที่พ่นออกมาจากปากของเธอจะไม่น่าฟังก็เถอะ พวกเขาก็ได้แต่สงบเสงี่ยมไม่กล้ามีเรื่องกับเธอ ในใจแอบคิด…คำพูดน่าอายแบบนั้นกล้าพูดออกมาได้อย่างไร

ชาวบ้านไม่มีใครกล้ามีเรื่องกับเธอ ที่เยี่ยนหรานพูดไม่ผิด ตอนนี้ชื่อเสียงของเธอพังจนป่นปี้หมดแล้ว เธอไม่สนว่าชาวบ้านจะคิดอย่างไรกับเธอ ไม่มีใครอยากเอาชื่อเสียงของตัวเองไปเสี่ยง เกิดชื่อเสียงของพวกเขาพังไม่มีดีอะไร พวกเขาได้ถูกครอบครัวสามีส่งกลับบ้านแม่แน่

เพราะแบบนี้…ชาวบ้านถึงไม่มีใครกล้าต่อล้อต่อเถียงกับเยี่ยน หรานอีก ก่อนจะรีบตักเอาน้ำแล้วรีบเดินหายออกมาจากตรงนั้น เห็นชาวบ้านพากันแยกย้ายเดินกลับบ้านไป เยี่ยนหรานก็ถอนหายใจโล่ง อก เมื่อกี้เธอรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีเพื่อตอกกลับคนพวกนั้น

เธอยังจำคำพูดของแม่เธอได้ดี แม่บอกว่า…ถ้าคนอื่นมาหาเรื่องเรา เราอย่าไปยอม ต้องสู้และต้องมีความกล้าเท่านั้น จะต้องข่มขวัญคนพวกนั้นให้พวกเขากลัว พวกเขาถึงไม่กล้าทำอะไรเรา

เยี่ยนหรานไม่กล้าตักน้ำกลับไปที่บ้านเยอะ เพราะกลัวว่าจะหาบน้ำกลับไม่ไหว ถึงได้ตักเอาน้ำแค่ครึ่งถังเท่านั้น เพิ่งจะยกถังน้ำขึ้น เธอเกือบล้มพับไปที่พื้นแล้ว ไหล่เล็กปวดไปหมด ดูเหมือนร่างกายนี้จะอ่อนแอเกินไป เธอไม่รู้จริง ๆ ว่าเมื่อก่อนเจ้าของร่างเดิมหาบน้ำกลับไปที่บ้านได้ยังไง

หลังจากที่กลับมาถึงที่บ้าน…เยี่ยนหรานรู้สึกว่าไหล่แทบหลุดออกจากร่างแล้ว วินาทีนี้เธอคงต้องพึ่งยาแก้ปวดจากระบบเสียแล้ว จะได้นำยานั่นมาทาบรรเทาอาการปวดในตอนนี้ ร่างกายนี้อ่อนแอกว่าที่เธอคิด ดูเหมือนเจ้าของร่างเดิมไม่เคยทำงานหนักมาก่อน

เยี่ยนหรานยังคงสงสัย ว่าที่ผ่านมาเจ้าของร่างเดิมหาบน้ำกลับมาใช้ที่บ้านได้อย่างไร พอนึกถึงว่ามีคนช่วยหาบน้ำมาให้ เธอกลับคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เจ้าของร่างเดิมร้ายขนาดนั้น จะมีคนอยากมาช่วยหาบน้ำให้อย่างนั้นเหรอ?

ขณะที่เยี่ยนหรานกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ครู่นั้นระบบก็ส่งเสียงแจ้งเตือน มีภารกิจใหม่ให้เธอทำ ให้เธอทำซุบไข่ให้เด็กทั้งสามกิน ภารกิจสำเร็จจะได้รับของรางวัลเป็นยาทาแก้ปวด 1 ขวด เนื้อหมู 4 จิน แต้มสะสมอีก 1 แต้ม ระบบไม่ได้ใจร้ายกับเธอ ของรางวัลที่เธอจะได้รับมีแต่ของที่เธออยากจะได้ทั้งนั้น

ก่อนอื่นเธอต้องไปทายาแก้ปวดที่ห้องนอนก่อน ทายาเสร็จเธอก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย หลังจากที่ทายาแก้ปวดเสร็จ เยี่ยนหรานก็ได้เดินไปที่ครัวเตรียมทำซุบไข่ให้เด็ก ๆ กิน เธอเรียกเจ้าแฝดมาช่วยจุดไฟที่เตาให้เธอ ส่วนเธอก็อยู่ที่ครัวเตรียมวัตถุดิบและเริ่มลงมือทำอาหารเย็น เยี่ยนหรานคิดว่าจะทำมื้อเย็น 2 เมนู นำซาลาเปาเมื่อตอนบ่ายมาอุ่น

เยี่ยนหรานนำไข่ออกมาจากมิติ 3 ฟอง ใส่เกลือนิดหน่อย จากนั้นก็ตั้งหม้อ พอน้ำเดือดแล้วเธอก็เริ่มทำอาหาร ในครัวมีเครื่องปรุงและเครื่องเทศไม่มาก ถ้าไม่อย่างนั้นอาหารที่ทำออกมาวันนี้จะต้องอร่อยมากแน่ ๆ เมนูที่สองที่เธอทำคือผัดมันฝรั่ง เธอนำมันฝรั่งที่เหลืออยู่น้อยนิดมาทำอาหาร

ผัดมันฝรั่งเสร็จน้ำมันทอดที่มีอยู่ก็หมดพอดี เยี่ยนหรานไม่ได้รู้สึกเป็นกังวลเท่าไร เพราะอย่างไรเสียเธอก็มีระบบเลี้ยงลูกนี่นา ถึงตอนนั้นเธอทำภารกิจสำเร็จก็จะได้เครื่องปรุงและของใช้ในครัวมาเอง ขณะที่เธอกำลังยุ่งอยู่ที่ครัว เด็ก ๆ ไม่มีใครมาวุ่นกับเธอเลย

แม้ว่าเจ้าตัวเล็กอย่างหลี่จวิน อยากจะให้เธออุ้มมากก็เถอะ แต่เธอยุ่งกับการทำอาหารอยู่ ไม่สามารถอุ้มเจ้าตัวเล็กขณะที่ทำอาหารได้ เธอถึงได้ให้เจ้าแฝดทั้งสองดูแลเจ้าตัวเล็กแทน หลังจากที่เยี่ยนหรานทำอาหารเสร็จ เจ้าแฝดได้กลิ่นหอมจากในครัวก็รีบวิ่งมาดู

เจ้าแฝดสามารถทนกับความหิวได้ แต่ดูเหมือนเจ้าตัวเล็กเริ่มจะทนกับความหิวไม่ได้แล้ว ส่งเสียงเรียกเยี่ยนหรานไม่หยุด มือเล็กพยายามคว้าขากางเกงเธอไว้

“กิน ~ แม่ ~ หิว” เยี่ยนหรานคลี่ยิ้ม ก่อนจะโน้มตัวลงไปอุ้มเอาเจ้าตัวเล็กขึ้นมา

“เราไปกินข้าวกันนะเจ้าก้อนแป้งของแม่” เสียงใสเอ่ยบอกพลางตักเอาผัดมันฝรั่งจากหม้อ จากนั้นเธอก็นำซาลาเปามาอุ่น

พอนำอาหารมาวางไว้ที่โต๊ะ เยี่ยนหรานก็เรียกเจ้าแฝดออกมาทานมื้อเย็น สองพี่น้องวิ่งออกมาด้วยใบหน้าที่เปี่ยมสุข ก่อนจะวิ่งไปที่ครัวนำถ้วยเล็กและตะเกียบมา ได้ใกล้ชิดเยี่ยนหรานเกือบทั้งวัน เจ้าแฝดไม่มีทีท่ากลัวเธออีก

เยี่ยนหรานอุ้มเจ้าตัวเล็กนั่งบนตัก ส่วนเจ้าแฝดนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอตักเอาซุบไข่ให้เจ้าตัวเล็กก่อน พอเห็นเจ้าแฝดไม่ยอมตักอาหารที่อยู่ตรงหน้ากิน เธอก็เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า

“พวกหนูสองคนคีบอาหารกินสิ อยากจะกินอะไรก็คีบตามใจได้เลย แม่ต้องป้อนข้าวน้องก่อน”

สองพี่น้องไม่พูดไม่จาอะไร ทำตามที่เธอบอกอย่างว่าง่าย เจ้าแฝดหยิบเอาซาลาเปามากินอย่างเอร็ดอร่อย เยี่ยนหรานก็ได้ตักซุบไข่ให้สองพี่น้องกิน ก่อนจะหันไปป้อนข้าวเจ้าตัวเล็กที่นั่งอยู่บนตัก เมื่อตอนบ่าย เจ้าหลี่จวินดื่มนมผงไปแค่นิดเดียว ตอนนี้คงหิวมากแล้ว

เพราะว่าเจ้าหลี่จวินยังเด็ก เยี่ยนหรานไม่คิดที่จะให้เจ้าหลี่จวินกินอาหารมัน เธอป้อนแค่ซุบไข่เท่านั้น เจ้าหลี่จวินนั่งกินไม่นานก็รู้สึกอิ่ม แต่ก็ยังไม่ยอมลุกจากตักของเยี่ยนหราน เอาแต่ซบหน้าที่หน้าอกเธออยู่อย่างนั้น เยี่ยนหรานก็ไม่ได้ว่าอะไร มือหนึ่งกอดเจ้าตัวเล็กไว้ อีกมือหนึ่งตักข้าวเข้าปากกิน

เห็นเจ้าแฝดไม่กล้าคีบผัดมันฝรั่งกิน เยี่ยนหรานถึงต้องคีบผัดมันฝรั่งใส่จานสองพี่น้อง สุดท้าย…มื้อเย็นวันนี้ เจ้าแฝดก็ได้กินซาลาเปา ซุบไข่หนึ่งถ้วยแล้วก็ผัดมันฝรั่ง วันนี้เป็นอีกวันที่สองพี่น้องได้กินอิ่ม รู้สึกมีความสุขมากกว่าทุก ๆ วัน

สิ่งสำคัญ…วันนี้แม่ดีกับพวกเขาสองพี่น้องมาก ไม่เหมือนแม่คนเดิมในเมื่อก่อนเลยสักนิด เหมือนคนละคนเลย เมื่อก่อนพวกเขาสองคนทำอะไรผิด แม่ก็จะเอาแต่ทุบตีดุด่าต่อว่า ไม่ยอมให้พวกเขากินข้าว สองพี่น้องได้แต่หวังว่า…แม่จะดีกับพวกเขาเหมือนวันนี้ไปตลอด

เยี่ยนหรานนำผ้าปูที่นอนมาปูเตียงไม้เก่า ๆ ที่เจ้าของร่างเดิมเคยนอน จากนั้นก็ได้ไปจัดแจงที่นอนที่ห้องนอนของเจ้าแฝด สองพี่น้องนอนด้วยกันอีกห้องหนึ่ง ส่วนเธอก็นอนกับเจ้าตัวเล็กอีกห้อง เยี่ยน หรานเป็นกังวลกลัวว่าเจ้าแฝดยังเด็กไม่อาจดูแลเจ้าหลี่จวินได้

ตกดึก…เกิดเจ้าตัวเล็กฉี่ใส่ที่นอนจะทำอย่างไร วันนี้เธอนำผ้าปูที่นอนไปซัก เธอได้กลิ่นฉี่ตีขึ้นจมูก เยี่ยนหรานจึงสงสัยว่าเจ้าตัวเล็กจะต้องฉี่ใส่ที่นอนแน่ ๆ หลังจากที่กล่อมเจ้าหลี่จวินหลับ เยี่ยนหรานก็มานั่งคิดว่าเธอจะทำอะไรต่อดี

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...