โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดคีย์ซักเซส 2 เจเนอเรชั่นใหม่ เด็กสมบูรณ์-มาม่า พา “แบรนด์เก๋า” โตนอกกรอบ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 พ.ย. 2567 เวลา 03.00 น. • เผยแพร่ 29 พ.ย. 2567 เวลา 02.00 น.
พันธ์ พะเนียงเวทย์-วสุพล ตั้งสมบัติวิสิทธิ์

แม้เด็กสมบูรณ์ และมาม่า จะต่างเป็นแบรนด์คู่ครัวคนไทยมาอย่างยาวนานหลายสิบปี แต่สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ และเจเนอเรชั่นของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการแข่งขันกับผู้เล่นต่างชาติ บีบให้ทั้ง 2 ยักษ์วงการอาหารต้องปรับตัวหลากหลายด้านเพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง และชิงฐานผู้บริโภครุ่นใหม่มาไว้ในมือ รวมถึงสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนไปสู่อนาคต

“ประชาชาติธุรกิจ” จัดงานสัมมนา“PRACHACHAT THAILAND 2025 : โอกาส-ความหวัง-ความจริง” ซึ่ง “วสุพล ตั้งสมบัติวิสิทธิ์” กรรมการและผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายในประเทศบริษัท หยั่น หว่อ หยุ่น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าตรา “เด็กสมบูรณ์” กับ“พันธ์ พะเนียงเวทย์” ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “มาม่า” มาขึ้นเวทีแชร์ประสบการณ์การทำงานในฐานะผู้บริหารเจเนอเรชั่นใหม่ที่เข้ามารับช่วงต่อธุรกิจ อินไซต์เกี่ยวกับโอกาสและความท้าทายของแต่ละตลาด แนวทางการรับมือและคำแนะนำสำหรับคนรุ่นใหม่ที่จะเข้าสู่วงการธุรกิจ

Q : สภาพตลาดในขณะนี้เป็นอย่างไร และอะไรคือความท้าทายหลักที่ต้องรีบรับมือ

วสุพลฉายภาพว่า แม้ตลาดซอส-ซีอิ๊วจะมีแนวโน้มเติบโต แต่ขณะเดียวกันก็มีความท้าทายใหญ่แฝงอยู่ด้วยเช่นกัน เนื่องจากแม้ปี 2567 นี้คาดว่าตลาดซอสจะมีมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตามการขยายตัวของธุรกิจร้านอาหาร และเทรนด์อาหารใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอด เช่น หมาล่า มาหนุนให้เกิดดีมานด์เครื่องปรุงและซอส

แต่การบริโภคในภาคครัวเรือนกลับมีแนวโน้มลดลงจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ คนรุ่นใหม่ไม่นิยมทำอาหารทานเอง แต่หันไปทานนอกบ้านหรือใช้บริการดีลิเวอรี่แทนกันมากขึ้น พร้อมกับอัตราการเกิดที่ลดลง ส่งผลให้เมื่อเทียบกับเมื่อ 5 ปีก่อน ขณะนี้จำนวนผู้ที่ทำอาหารทานเองน่าจะลดลงไป 10-15% แล้ว

สถานการณ์นี้ไม่เพียงกระทบต่อดีมานด์สินค้า แต่ยังกระทบกับการรับรู้และจดจำแบรนด์สินค้าด้วย เนื่องจากเมื่อไม่ได้ทำอาหารเอง ผู้บริโภคจะไม่มีโอกาสรู้ว่าอาหารที่ทานใช้ซอส-เครื่องปรุงแบรนด์ใดบ้าง

ความเป็นจริงเหล่านี้จึงเป็นโจทย์ท้าทายที่ผู้ผลิตซอสต้องหาทางรับมือทั้งด้านดีมานด์สินค้า และการสร้างการรับรู้แบรนด์

ด้าน “พันธ์” กล่าวถึงตลาดบะหมี่สำเร็จรูปของไทยว่า ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในไทยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องพร้อมกับโจทย์ความท้าทายเช่นกัน โดยอัตราการบริโภคยังคงเพิ่มขึ้น แต่สปีดการเพิ่มนั้นชะลอลงจากปัญหากำลังซื้อที่มีจำกัด สะท้อนจากยอดบริโภคที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจาก 52 ซองต่อคนต่อปี เป็น 55 ซองต่อคนต่อปีในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

อีกความท้าทายคือ การแข่งขันดุเดือดกับผู้เล่นต่างชาติที่พากันเข้ามาตีตลาดตลอดช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเซ็กเมนต์พรีเมี่ยมราคา 35-45 บาท นอกจากนี้ยังมีความท้าทายในการบริหารต้นทุน และกระแสเงิน เพื่อรักษาศักยภาพในการแข่งขัน ท่ามกลางแนวโน้มต้นทุนที่สูงขึ้นต่อเนื่อง

เป็นโจทย์ให้บริษัทต้องหาทางรับมือเพื่อสร้างการเติบโต และรักษาตำแหน่งเบอร์ 1 ของตลาดเอาไว้ ภายใต้เงื่อนไขของการเป็นสินค้าที่ถูกควบคุมราคาจำหน่าย ซึ่งช่วง 25 ปีที่ผ่านมาสามารถขึ้นราคาได้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น

Q : จะสร้างโอกาสจากสถานการณ์ เหล่านี้ได้อย่างไร

วสุพลกล่าวว่า ด้วยฐานะที่เป็นผู้บริหารเจเนอเรชั่นใหม่ที่เข้ามารับช่วงต่อการบริหารธุรกิจครอบครัวที่กำลังจะมีอายุครบรอบ 80 ปี ในปี 2568 นั้น ทำให้หนึ่งในโจทย์สำคัญคือการทำให้หยั่น หว่อ หยุ่น และเด็กสมบูรณ์ เติบโตอย่างยั่งยืนไปอีก 100-200 ปี และสามารถส่งต่อให้คนรุ่นต่อ ๆ ไปได้

หนึ่งในคำตอบของโจทย์นี้ คือ การพลิกปัจจัยความท้าทายให้เป็นโอกาส โดยเจาะเข้าหากลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ Young Generation เนื่องจากหากสามารถทำให้แบรนด์เด็กสมบูรณ์เข้าไปอยู่ในใจของคนรุ่นใหม่ได้ จะทำให้สามารถเติบโตอย่างยั่งยืนได้ ขณะเดียวกันก็ต้องขยายตลาดไปยังเครื่องปรุงชนิดใหม่ ๆ เพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มรายได้ด้วย

แนวคิดคือ เมื่อคนรุ่นใหม่ทำอาหารทานเองน้อยลง เปลี่ยนเป็นทานนอกบ้าน หรือสั่งดีลิเวอรี่ เราต้องปรับรูปแบบสินค้าตาม โดยคิดนอกกรอบต่อยอดซีอิ๊วเด็กสมบูรณ์ไปเป็นของกินแบบอื่น ๆ ด้วยวิธีการคิดว่า สินค้าอะไรที่ชาตินี้เด็กสมบูรณ์จะไม่ทำ แล้วเอาสิ่งนั้นมาทำ เพื่อให้สามารถก้าวออกจากกรอบของการเป็นเครื่องปรุง และกลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของไทย ตามที่วางแผนไว้

ประเดิมด้วยไอศกรีมรสซอส-ซีอิ๊วต่าง ๆ อาทิ รสซีอิ๊วดำพีนัท, รสซีอิ๊วดำบัตเตอร์, รสเต้าเจี้ยว และรสบ๊วยจากน้ำบ๊วยเจี่ย นอกจากนี้ยังมี น้ำอัดลม “อิ๊วโซดา” และลูกอมซีอิ๊วขาว ที่นำแนวคิดของลูกอมเกลือคาราเมล (Salted Caramel) มาใช้ โดยเปลี่ยนวัตถุดิบจากเกลือเป็นซีอิ๊วขาว ทำให้มีกลิ่นหอมของถั่วเหลืองด้วย

รวมไปถึงเครื่องปรุงแบบใหม่ล่าสุด อย่างซีอิ๊วเม็ด ซีอิ๊วขาวสูตร 1 ในรูปแบบเม็ด ซึ่งบริษัทพัฒนาขึ้นเป็นรายแรกของโลก มีจุดเด่นที่ตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภค ผู้ประกอบการร้านอาหาร รวมถึงตัวบริษัทเองอย่างเช่น ปริมาณ 1 เม็ดเทียบเท่าซีอิ๊ว 2 ช้อนโต๊ะ (30 มิลลิลิตร) เหมาะสำหรับ 1 เสิร์ฟพอดี, ละลายเร็วใน 5 วินาทีเมื่อสัมผัสอาหาร จึงสามารถใช้ผัด-ต้มได้ทันที, การบรรจุแบบแยกเม็ดให้พกพาง่าย รวมไปถึงการเปลี่ยนซีอิ๊วจากของเหลวเป็นของแข็งยังทำให้สามารถขนส่ง-กระจายสินค้าได้ง่ายและมีต้นทุนต่ำลง โดยวางจำหน่ายในกูร์เมต์มาร์เก็ต ราคา 32 บาท ต่อแพ็กเกจ 12 เม็ด ซึ่งใกล้เคียงกับซีอิ๊วขาว 1 ขวด

เชื่อว่า ซีอิ๊วเม็ด ซึ่งบริษัทพัฒนาขึ้นเป็นรายแรกของโลกนี้ จะเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ผลักดันไทยสู่ระดับโลก และเป็นตัวเปลี่ยนแปลงวงการเครื่องปรุงทั่วโลกหลังบริษัทส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา ยุโรป และจีน ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนและได้รับผลตอบรับดีมาก รวมถึงทำให้วงการเครื่องปรุงกลุ่มซีอิ๊ว-ซอสสนุกยิ่งขึ้นอีกด้วย

ในส่วนของมาม่า “พันธ์” กล่าวว่า แม้การเข้ามาตีตลาดของผู้เล่นต่างชาติจะทำให้มาม่าและผู้เล่นแบรนด์ไทยถูกชิงส่วนแบ่งการตลาดไป แต่ขณะเดียวกันสถานการณ์ที่บะหมี่สำเร็จรูปราคาซองละ 35-45 บาท ได้รับความนิยมสูงนี้ ยังเป็นการทลายกำแพงราคาของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เดิมถูกจำกัดไว้ในระดับซองละ 5-7 บาท เนื่องจากติดภาพลักษณ์การเป็นสินค้าราคาถูก พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เล่นสัญชาติไทยสามารถเปิดตลาดบะหมี่สำเร็จรูประดับพรีเมี่ยมได้

โดยบริษัทตัดสนใจรีแบรนด์ มาม่าออเรียนทัลคิตเชน ไลน์บะหมี่สำเร็จรูปพรีเมี่ยมที่ทำออกมาขายในราคา 13-14 บาทก่อนหน้านี้ แต่ผลตอบรับไม่ดีนัก ให้เป็น มาม่าโอเค และวางจำหน่ายในราคา 13-14 เท่าเดิม เนื่องจากเชื่อว่า แม้ผู้บริโภคจะเปิดรับบะหมี่สำเร็จรูปราคา 35-45 บาทแล้ว แต่ไม่สามารถทานในราคานี้ได้ทุกวัน เนื่องจากข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ จึงจะยังมีความต้องการบะหมี่สำเร็จรูปที่มีความพรีเมี่ยมในราคาจับต้องได้อยู่ด้วยแน่

ก่อนจะตามด้วยการใช้พรีเซ็นเตอร์ “อิ้งค์ วรันธร เปานิล” นักร้องและนักแสดง สังกัดบ็อกซ์มิวสิค มาเจาะคนวัย 30-40 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังไม่รู้จักมาม่าโอเคมากนัก

นอกจากนี้ยังแตกไลน์ธุรกิจเปิดร้านอาหาร มาม่าสเตชั่น ซึ่งนำมาม่ามาใส่ท็อปปิ้งต่าง ๆ แล้ววางจำหน่ายในราคาระดับชามละ 100 บาท ปัจจุบันมี 4 สาขา คือ RCA, ทองหล่อ, สะพานควาย และนิมมานซอย 7 เชียงใหม่ เพื่อสร้างแบรนดิ้งลบภาพจำของการเป็นสินค้าที่ต้องราคาถูกเท่านั้น จนปัจจุบัน มาม่าโอเค สามารถชิงส่วนแบ่งตลาดได้ถึง 10% ของตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในไทยแล้ว

พร้อมกับเตรียมการสำหรับอนาคตระยะยาวของมาม่า เพราะขณะนี้บริษัทประสบปัญหา สร้างคนรุ่นใหม่ไม่ทัน เช่นเดียวกับอีกหลาย ๆ ธุรกิจในไทย หลังปัจจุบันในทีมบริหารเต็มไปด้วยสูงวัย ไม่ว่าจะเป็นท่านประธานอายุ 86 ปี ผู้จัดการโรงงานอายุ 72 ปี ส่วนผมเองอายุ 49 ปีนั้นแทบจะเด็กที่สุดในทีม ทำให้เมื่อถึงปี 2030 หรืออีก 6 ปี อาจไม่เหลือทีมบริหารอยู่เลย แต่ขณะเดียวกันคนรุ่นใหม่ไม่นิยมทำงานบริษัทแล้ว

เพื่อรับมือจึงตั้งโครงการ TFMAMA 2030 เน้นชิงตัวและสร้างคนรุ่นใหม่ขึ้นมาสู่ระดับบริหาร ด้วยหลายกลยุทธ์อย่าง การสร้างบรรยากาศความน่าทำงาน รวมถึงเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงาน เช่น พนักงานสามารถทำงานเสริมได้ โดยต้องไม่กระทบกับงานหลัก เพื่อตอบโจทย์ด้านค่าครองชีพที่สูงขึ้น

Q : ข้อคิด กลยุทธ์หรือคำแนะนำที่อยากฝากถึงคนรุ่นใหม่

วสุพลกล่าวว่า คนรุ่นใหม่ควรใช้ความใหม่ ความกล้าคิด กล้าทำ ออกจากกรอบเดิมหรือสิ่งเดิมที่ทำ เพราะมันมีความหวังและโอกาสอยู่เสมอ หากกล้าที่จะทำ กล้าที่จะคิด แล้วก็มีโอกาสที่จะเป็นจริงได้ โดยอาจจะเริ่มรวบรวมไอเดียตั้งแต่ช่วงเรียนด้วยการจดโน้ตเวลาเห็นอะไรใหม่ ๆ หรือนวัตกรรมใหม่ ๆ แล้วนำกลับมาต่อยอดเมื่อมีโอกาส

ส่วนธุรกิจเอสเอ็มอีนั้นควรเน้นความขยันและสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการส่งทีมเซลส์เข้าหาลูกค้า หรือการให้บริการหลังการขาย ซึ่งจะช่วยสร้างความได้เปรียบให้กับธุรกิจโดยเฉพาะในปัจจุบันที่การแข่งขันสูง ทำให้การจะประสบความสำเร็จต้องใช้เวลามากขึ้นตามไปด้วย

ด้าน “พันธ์” ทิ้งท้ายว่า การควบคุมค่าใช้จ่ายเป็นปัจจัยสำคัญขององค์กรธุรกิจ เพราะการเพิ่มรายรับ หรือยอดขายเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ต้องควบคุมรายจ่ายหรือต้นทุนด้วย ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนของราคาสินค้า ต้นทุนการบริหาร รวมถึงทั้งต้นทุนการเงิน เพื่อให้มีกำไร

นอกจากนี้ หากดูงบการเงินของเอสเอ็มอี หรือสตาร์ตอัพหลายรายมักติดกับดักสุดท้ายที่ทำให้ไม่สามารถเข้าระดมทุนหรือ IPO ในตลาดหลักทรัพย์ฯ นั่นคือไม่สามารถมีกำไรต่อกัน 4 ไตรมาสได้ เพราะว่าต้นทุนสูง ขณะเดียวกันต้องดูแลเรื่องของกระแสเงินสด เพื่อให้มีเงินสดสำรองไว้ในกรณีเกิดวิกฤตต่าง ๆ ขึ้น

เพราะหากฝืนขยายยอดขาย ขยายธุรกิจขณะที่ยังคุมต้นทุน และกระแสเงินสดไม่ได้ก็เสี่ยงที่จะเกิดสภาวะยิ่งขายยิ่งขาดทุน จนกิจการล้ม สุดท้ายคือ การพัฒนาบุคลากรให้มาซัพพอร์ตการขยายตัวของธุรกิจให้ทันให้ได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดคีย์ซักเซส 2 เจเนอเรชั่นใหม่ เด็กสมบูรณ์-มาม่า พา “แบรนด์เก๋า” โตนอกกรอบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...