โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

แฝดชาย 6 เดือนรันทด ย่าบดข้าวให้กินกับกล้วยสุก เผยสาเหตุพ่อแม่ถูกจับ

สยามนิวส์

เผยแพร่ 13 ธ.ค. 2567 เวลา 14.09 น. • สยามนิวส์
แฝดชาย 6 เดือนรันทด ย่าบดข้าวให้กินกับกล้วยสุก เผยสาเหตุพ่อแม่ถูกจับ

วันที่ 13 ธันวาคม 2567 ผู้สื่อข่าว รายงานว่า แมน สะพานบุญบ้านเพ หรือนายเฉลิมเกียรติ รัตนริน อายุ 47 ปี รับแจ้งประสานให้เข้าช่วยเหลือ เด็กชายฝาแฝด 2 คน ไม่มีนมกิน ไม่มีแพมเพิสใช้ ต้องกินกล้วยบดกับข้าวแทนนม บ้านหลังดังกล่าวอยู่ที่ ซอยตาเพี้ยน ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง พบคุณย่าของเด็ก ชื่อนางจรูญ (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี อาศัยอยู่กับหลานชายฝาแฝด อายุ 6 เดือน และลูกชายตัวเอง ลูกสะใภ้ รวม 6 คน เบื้องต้นเด็กต้องกินกล้วยแทนนมเพราะย่าไม่มีเงินซื้อ แมนสะพานบุญบ้านเพจึงช่วยเหลือเบื้องต้นมอบข้าวสารอาหารแห้ง เงินซื้อนมไปก่อน

จากการสอบถาม เบื้องต้น ย่าของเด็กเผยว่า เด็กแฝดทั้ง 2 คน พ่อแม่นั้นถูกดำเนินคดีเปิดบัญชีม้า จึงต้องฝากเลี้ยงเด็กไว้กับย่า แต่ย่าก็ลำบากหาเงินไม่พอใช้จ่าย ไม่มีเงินซื้อนมให้หลานกิน ต้องเอากล้วยบดกับข้าวให้หลานกินแทนนม ตอนนี้ลำบากมากจึงติดต่อให้ สะพานบุญบ้านเพเข้ามาช่วยหลังจากย่าให้ข้อมูลเสร็จจึงเอามือปาดน้ำตาที่ไหลออกมา เพราะดีใจที่หลานไม่อดแล้ว

นางพนม (สงวนนามสกุล) อายุ 67 ปี คุณทวดเด็กแฝดชาย เล่าว่า พ่อแม่ของเด็กเค้าไปรับจ้างเปิดบัญชีม้าได้เงินมาคนละพันกว่าบาท บัญชีม้านำไปใช้การพนันหรือเงินกู้ไม่แน่ใจ ต่อมามีหมายศาลมาบ้าน 3 ครั้ง ตำรวจจึงมาคุมตัวแม่เด็กไปก่อน แล้ว พ่อเด็กก็โดนคุมตัวไปทีหลัง ตนเองเห็นหลานลำบากจึงหาทางช่วยเหลือเท่าที่พอช่วยได้พร้อมทั้งติดต่อ สะพานบุญบ้านเพให้มาช่วยอีกแรง

ด้าน แมนสะพานบุญบ้านเพ กล่าวว่า หลังจากทราบมาว่ามีเด็กไม่มีนมกิน เด็กต้องกินกล้วยบดกับข้าวแทนนม จึงเข้ามาดู ก็พบว่าเค้าลำบากจริงๆ เบื้องต้นได้ช่วยเหลือข้าวสาร อาหารแห้ง เงินซื้อนมไปเบื้องต้น พร้อมทั้งประสาน พมจ.ระยองมาช่วยอีกแรง ตอนนี้ความช่วยเหลือกำลังเข้ามา ตอนนี้ย่าของเด็กดีใจมากจนร้องให้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...