MAGURO ปี 67 มั่นใจยอดขายโต 30% ชี้เปิดตัว 2 แบรนด์ใหม่ หนุนอัตรากำไรขั้นต้นแตะ 50%
MAGURO เปิดตัว CouCou (คุคูว์) ร้านอาหารตะวันตกแบบ ALL-Day Dining ที่ The Flavorhood ประดิษฐ์มนูธรรม หลัง Tonkatsu AOKI (ทงคัตสึ อาโอกิ) ร้านทงคัตสึดังจากประเทศญี่ปุ่นที่เปิดตัวไปก่อนหน้าได้รับความนิยมล้นหลาม เผยการขยายแบรนด์ช่วยเพิ่มฐานอัตรากำไรขั้นต้น ตั้งเป้าแตะ 50% ให้ได้
คุณเอกฤกษ์ แสงเสรีดำรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO เผยว่าแบรนด์ "CouCou" (คุคูว์) ซึ่งเป็นแบรนด์ล่าสุดของปีนี้ มุ่งเน้นขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมกลุ่มที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารแบบ All-Day Dining และชื่นชอบอาหารตะวันตก โดยจุดเด่นของร้านคือ (1) การเสิร์ฟอาหารเช้า กลางวัน และเย็น ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เวลา 8.00 น. ไปจนถึง 22.00 น. (2) บรรยากาศร้านที่มีความอบอุ่น โดยชื่อ CouCou หมายถึง สวัสดี ในภาษาฝรั่งเศส ซึ่งใช้เป็นการทักทายระหว่างเพื่อนสนิท สะท้อนถึงความเป็นกันเอง และ (3) วัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม
ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางบริษัทฯ ได้มีการเปิดตัว Tonkatsu AOKI (ทงคัตสึ อาโอกิ) แฟรนไชส์ร้านทงคัตสึชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น ไปเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2567 เป็นสาขาแรก ที่ Central World ซึ่งก็ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมีลูกค้าเต็มทุกรอบทุกวัน และยอดขายเฉลี่ยต่อบิลก็สูงกว่าที่คาดไว้ประมาณ 50-60% ทำให้บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าการเปิดสาขาเพิ่มอีก 3-4 สาขา จะช่วยการสร้างการเติบโตให้บริษัทฯได้ตามแผน
ทั้งนี้ Tonkatsu AOKI เป็นแบรนด์เดียวในเครือมากุโระที่เป็นแฟรนไชส์ ซึ่งบริษัทฯ มีการพิจารณาซื้อแฟรนไชส์จากต่างประเทศอยู่เรื่อยๆ เพียงแต่จำเป็นต้องมั่นใจก่อนว่าวัตถุดิบจะได้คุณภาพเทียบเคียงแบรนด์แม่ ในส่วนของ Tonkatsu AOKI นั้น มองว่าสามารถทำให้อาหารออกมาคุณภาพเทียบเคียงกับแบรนด์แม่ที่ญี่ปุ่นได้ และมีโอกาสสูงจากการที่มีอุปสงค์ในไทยเยอะ (เนื่องจากคนไทยชอบทานของทอด) แต่ยังมีคู่แข่งไม่มาก จึงมีพื้นที่ให้ผู้เล่นใหม่เข้าไปแข่งขันได้
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2567 คาดว่าการขยายสาขาและแบรนด์ใหม่ๆ จะทำให้ยอดขายเติบโตราว 30 % ตามที่ได้ตั้งเป้าไว้ และจะช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin หรือ GPM) ด้วย โดยที่ผ่านมา GPM ของบริษัทฯ ที่มีร้าน Maguro เป็นแบรนด์หลัก อยู่ที่ประมาณ 40% แต่หลังเปิดตัว HITORI SHABU ตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็น 46% จึงมองว่าการเปิดแบรนด์ใหม่อีกสองแบรนด์คือ Tonkatsu AOKI และ CouCou จะทำให้ GPM เพิ่มเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 50% ได้
ในปี 2567 MAGURO Group มีร้านอาหารในเครือ รวมทั้งหมด 38 ร้านจาก 5 แบรนด์ คือ (1) MAGURO ร้านอาหารญี่ปุ่นและซูชิระดับพรีเมียม 18 ร้าน (2) SSAMTHING TOGETHER ร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลีวัตถุดิบพรีเมียม 6 ร้าน (3) HTORI SHABU ร้านชาบูและสุกี้ยากี้หม้อเดี่ยวสไตล์คันไซ 11 ร้าน และ ร้าน HITORI SUKIYAKI ร้านสุกี้ยากี้คันไซแบบดั้งเดิมในรูปแบบ Authentic Japanese Sukiyaki Course ในรูปแบบ Stand Alone ซึ่งเปิดสาขาแรกที่เอกมัย 12 (4) Tonkatsu AOKI ร้านหมูทอดทงคัตสึจากประเทศญี่ปุ่นที่เพิ่งเปิดสาขาแรกไปที่ Central World และ (5) CouCou ที่จะเปิดสาขาแรกในวันที่ 25 ธ.ค. ที่ The Flavorhood ประดิษฐ์มนูธรรม