โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คดีรักที่โทษถึงตาย กรณี "พระสุริยภักดี" กับ "เจ้าจอมอิ่ม" สมัยร.3 สู่นิยาย "เรือนแรม"

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 20 เม.ย. 2567 เวลา 02.14 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. 2567 เวลา 02.00 น.
ภาพประกอบเนื้อหา - ฉากเกี้ยวพาราสีในจิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถวัดวัง จังหวัดพัทลุง เขียนขึ้นสมัยรัชกาลที่ 4

คดีรักที่โทษถึงตาย กรณี “พระสุริยภักดี” กับ “เจ้าจอมอิ่ม” สมัยรัชกาลที่ 3 สู่นิยาย “เรือนแรม”

ตามประวัติเล่าว่า พระสุริยภักดี (สนิท บุนนาค) เป็นบุตรของ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต) กับ เจ้าคุณหญิงน้อยเอกภรรยา (ธิดาของพระยาสมบัติยาธิบาล กับ คุณหญิงม่วง ชูโต)

พระสุริยภักดีเกิดในสมัยรัชกาลที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2355 และเข้ารับราชการในรัชกาลที่ 3 เป็นนายเล่ห์อาวุธ หุ้มแพรมหาดเล็ก แล้วเป็นจมื่นประทานมณเฑียร ปลัดกรมพระตำรวจ ต่อมาได้เลื่อนเป็นพระสุริยภักดี เจ้ากรมพระตำรวจ ถึงแก่กรรมในรัชกาลที่ 3 เมื่อ พ.ศ. 2381 อายุ 26 ปี

ในหนังสือมหามุขมาตยานุกูลวงศ์ เล่ม 1 รัตนโกสินทร์ศก 124 เล่าว่า คุณสนิท (พระสุริยภักดี) อ่านเขียนภาษาไทยไม่ได้ เพราะบิดามารดาหวงแหนไม่ส่งให้ไปเรียนหนังสือที่วัดเกรงบุตรจะโดนอาจารย์ตีได้รับความลำบาก

คุณสนิทมีความสามารถทำบัญชีรายงานราชการอ่านถวายในท้องพระโรงได้เสมอ ใช้วิธีเขียนจุดๆ วงๆ กาๆ แต่พอสัญญาความหมายจำได้ ข้างขึ้นเขียนเป็นวงพระจันทร์แหว่งหงาย ข้างแรมก็เขียนวงพระจันทร์แหว่งคว่ำ จำนวนวันก็เขียนจุดๆ นับตามจุดมากและน้อย

ของสิ่งใดก็เขียนรูปร่างคล้ายกับของสิ่งนั้นทุกอย่าง สังเกตได้ไม่หลงลืม สติปัญญาทรงจำดีหาที่เปรียบมิได้ พระสุริยภักดีเป็นที่ยำเยงเกรงกลัวของข้าราชการ นั่งคานหามเปลญวนถักไหมคนหาม 2 คน กั้นร่มผ้าขี้ผึ้งแพรแดง ไปมาทางน้ำนั่งเรือสำปั้นเก๋งพั้ง ฝีพายเต็มลำ 15 คน

ส่วนในเชิงกวีนั้นก็ปรากฏว่าพระสุริยภักดีเป็นผู้มีฝีมือผู้หนึ่ง ดังปรากฏว่า ในสมัยรัชกาลที่ 3 พระสุริยภักดี มักเล่นสักวากับเจ้านายฝ่ายหน้าและเพื่อนขุนนาง ประกอบด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฑามณี (พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว) พระองค์เจ้านวม (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิท) พระองค์เจ้าทินกร (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์)

และอีกท่านหนึ่งคือ หลวงนายสิทธิ (ช่วง) [8] (สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์) บุตรชายใหญ่ของเจ้าพระยาพระคลัง (สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยุรวงศ์ในรัชกาลที่ 4) รวมถึง คุณพุ่ม กวีคนสำคัญอีกด้วย ซึ่งหลักฐานในเชิงกวีของพระสุริยภักดีก็ได้แก่เพลงยาวสามชาย [9] นั่นเอง

พระสุริยภักดี มีบุตรธิดากับคุณศรี 3 คน และมีบุตรธิดากับภรรยาอื่น 11 คน ท่านมีธิดาเป็นส่วนใหญ่ ธิดาท่านหนึ่งชื่อ สุด เป็นเจ้าจอมในรัชกาลที่ 4 ธิดาชื่อเดิม เป็นคุณหญิงของพระยาสุรศักดิ์มนตรี (แสง ต้นสกุล แสง-ชูโต) และเป็นมารดาของ จอมพล เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสง-ชูโต) ธิดาอีกท่านหนึ่งชื่อ เขียน เป็นภรรยาของนายสนิทยศสถาน (พร้อม จาตุรงคกุล)

คุณเขียนผู้นี้ได้เป็นผู้ดูแลคุณสุวรรณ ในวาระสุดท้ายของชีวิต (คุณสุวรรณเป็นธิดาของพระยาอุไทยธรรม (กลาง ณ บางช้าง) กับคุณหญิงน่วม (สกุลเดิม วสุธาร) เป็นผู้ประพันธ์บทละครเรื่องพระมะเหลเถไถ และบทละครเรื่องอุณรุทร้อยเรื่อง) ดังปรากฏใน “ข่าวตาย” ของคุณสุวรรณที่ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 3 นำเบอร์ 25 วันอาทิตย์ เดือน 5 แรม 8 ค่ำ ปีชวดอัฐศก 1238 แผ่นที่ 4 ความว่า

“…ครั้นมาถึงแผ่นดินพระบาทสมเดจพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ป่วยเปนพิกลจริตออกนอกราชการได้รับพระราชทานเบี้ยหวัดอยู่ปีละห้าตำลึง คุณเขียนหลานสาว [10]รับออกไปไว้ที่บ้าน ครั้น ณ วันอาทิตย เดือนสี่ แรมสามค่ำ ปีกุนสัปตศก เวลายามเสศไปนอน ครั้นเวลาสามยามได้ยินเสียงคราง คุณเขียนจึงไปร้องเรียกก็ไม่มีสติ ถึงเวลา 10 ทุ่มเสศถึงอนิตยกรรม อายุได้ 67 ปี พระราชทานหีบทองทึบให้ใส่ศพเปนเกียรติยศ ฯ”

นอกจากนี้พระสุริยภักดียังมีบุตรชายทั้งสิ้น 5 คน เกิดจาก คุณศรี ณ บางช้าง เอกภรรยา 1 คน คือ คุณแดง (ถือเป็นสายตรง เพราะเกิดจากเอกภรรยา) เกิดจาก คุณเอี่ยม 1 คน คือ คุณฝรั่ง [11] แต่ทั้ง 2 ท่านนี้ เสียชีวิตตั้งแต่เด็ก และก็มีบุตรชายที่เสียชีวิตตั้งแต่เกิดอีก 2 คน เหลือแต่ที่เกิดจาก คุณมอญ ชูโต คือ นายอ๋อย มหาดเล็ก ซึ่งแต่งงานกับ คุณจีน พี่สาวต่างมารดา และมีลูกสาวเพียงคนเดียวเท่านั้น

เจ้าจอมอิ่ม

พระสุริยภักดีผู้นี้ ภายหลังเมื่ออายุได้ราว 26-27 ปี (ขณะนั้นได้สมรสกับคุณศรีแล้ว) ได้ลอบส่งเพลงยาวให้กับ เจ้าจอมอิ่ม ในรัชกาลที่ 3 จนเกิดเป็นคดีความขึ้น

เจ้าจอมอิ่มนี้เป็นธิดาของพระยามหาเทพ (ทองปาน) มีพี่ชายคือ พระพิทักษ์ยุทธภัณฑ์ (เทศ) ต้นสกุล ปาณิกบุตร พระยามหาเทพผู้นี้ก็เป็นคนเดียวกับที่ถูกพาดพิงในบัตรสนเท่ห์ที่เรียกว่าเพลงยาวว่าพระมหาเทพ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นผลงานของพระมหามนตรี (ทรัพย์) ผู้แต่งบทละครเรื่องระเด่นลันไดนั่นเอง

เหตุการณ์การลอบส่งเพลงยาวนี้เอง ที่กลายเป็น“คดีดัง” ใน พ.ศ. 2381 [12] สมัยรัชกาลที่ 3 เป็นข่าวดังที่โจษกันไปทั่วทั้งพระนคร มีบันทึกอยู่ในพระราชพงศาวดารรัชกาลที่ 3 ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์มหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค) ความว่า

“ครั้นมาถึงเดือน 8 อ้ายพลายอีทรัพย์ ทาสพระสุริยภักดี บุตรพระยาศรีพิพัฒนรัตนราชโกษาธิบดี ทำเรื่องราวมายื่นต่อเจ้าพระยาธรรมาธิกรณ์ว่า พระสุริยภักดีรักใคร่กับเจ้าจอมอิ่ม บุตรพระมหาเทพ (ปาน) พระสุริยภักดีให้อีทรัพย์กับอีหนูทาสคน 1 เข้าไปพูดจาแพะโลมเจ้าจอมอิ่ม ๆ ก็ยอมว่าจะไม่ทำราชการแล้ว จะคิดเดินออกไปอยู่กับบิดาเสียก่อน แล้วจึ่งให้ไปสู่ขอต่อภายหลัง

เจ้าจอมอิ่มกับพระสุริยภักดีก็รักใคร่ให้ข้าวของกัน พระสำราญราชหฤทัยอาวนั้นรู้เห็นเป็นใจด้วยจะช่วยสู่ขอต่อพระมหาเทพให้

ครั้นความกราบทูลทราบแล้วโปรดให้กรมหลวงรักษรณเรศรเป็นตุลาการชำระ พิจารณาก็ได้ความจริง ว่าเป็นแต่ให้หนังสือเพลงยาวและข้าวของเท่านั้น หญิงกับชายไม่ได้พบพูดจากันที่ใดตำบลใด จึงโปรดให้ลูกขุนปรึกษาโทษ

ลูกขุนเชิญบทพระกฤษฎีกาปรึกษาโทษว่า

ชายใดบังอาจสมัครรักด้วยนางใน ก็ให้ประหารชีวิตเสียทั้งชายหญิง พระสำราญราชหฤทัยอาว [13] เป็นพนักงานกรมวัง การทั้งนี้ก็เป็นในพระราชฐานรู้แล้วก็นิ่งเสีย กลับเข้าด้วยคนผิด ต้องประหารชีวิตเสียด้วย

ยายน้อยของอิ่มคน 1 กับอีหนูทาสพระสุริยภักดีคน 1 เป็นคนชักสื่อ นายฟักนายอ่อนพี่เลี้ยงพระสุริยภักดีรู้ความแล้วก็นิ่งเสียมิได้ห้ามปราม เห็นชอบไปตามกัน หมอยังเป็นหมอดูและหมอเสน่ห์โกหกเที่ยวหากิน มาดูพระสุริยภักดีว่าคงได้การสำเร็จความปรารถนาก็มีความผิด ขอให้เอาคนทั้ง 8 ไปประหารชีวิตเสีย [14]แล้วริบราชบาทว์เป็นหลวงให้สิ้น อย่าให้ผู้ใดดูเยี่ยงอย่างต่อไป ก็โปรดให้เอาตามคำลูกขุนปรึกษา

ครั้น ณ วันจันทร์ เดือน 9 ขึ้น 1 ค่ำ [15] ก็เอาคนโทษไปประหารชีวิตเสียที่สำเหร่ [16]”

การตัดสินของคณะลูกขุนข้างต้นสอดคล้องตามกฎมณเฑียรบาล ซึ่งกำหนดโทษไว้ว่า

“อนึ่ง ข้าเฝ้าทั้งปวงใช้หนังสือกาพย์ โคลงเข้าวัง สื่อชักคบค้ากำนัลสาวใช้ฝ่ายใน โทษถึงตาย อนึ่ง ข้าฝ่ายในคบผู้ชายหมู่นอกใช้หนังสือกาพย์โคลงไปมา โทษถึงตาย”

นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าขยายความไปจากในพระราชพงศาวดารต่อไปอีก โดย หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้เขียนเล่าไว้ในเรื่องโครงกระดูกในตู้ มีใจความว่า

“…เมื่อตุลาการนำความกราบบังคมทูลแล้ว ผู้ใหญ่เล่ากันว่า พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ มีพระกระแสรับสั่งให้สมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อย ซึ่งขณะนั้นเป็นพระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษาธิบดีขึ้นไปเฝ้าฯ แล้วมีพระราชดำรัสว่า คุณสุริยภักดีนั้นยังเป็นหนุ่มคะนอง ย่อมจะทำอะไรผิดพลาดไปโดยไม่รู้ผิดรู้ชอบ ตุลาการก็ได้กราบบังคมทูลขึ้นมาแล้วว่า คุณสุริยภักดีมิได้พบปะกับเจ้าจอมอิ่มเลย จึงมีพระกรุณาจะยกโทษให้

แต่เมื่อเรื่องราวอื้อฉาวมีโจทก์ฟ้องขึ้นมาเช่นนี้ จะทรงพระกรุณานิ่งเสียก็ไม่ได้ จึงทรงพระราชดำริเห็นว่า สมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อยควรจะขอพระราชทานอภัยโทษขึ้นมา และทำทัณฑ์บนไว้ให้แก่คุณสุริยภักดี ก็จะโปรดเกล้าฯ พระราชทานอภัยโทษให้

แต่สมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อย ท่านกราบบังคมทูลว่า ท่านเองเป็นข้าราชการผู้ใหญ่ เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย เมื่อบุตรของท่านเองทำผิดบทพระอัยการร้ายแรงถึงเพียงนั้น หากไม่ลงพระราชอาญาไปตามโทษานุโทษแล้ว ก็จะเสียหายแก่แผ่นดินยิ่งนัก เหมือนกับว่าถ้าเป็นบุตรของท่านแล้วย่อมจะทำอะไรทำได้ไม่เป็นผิด จึงขอพระราชทานให้ลงพระอาญาตามแต่ลูกขุนจะปรึกษาโทษเถิด

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ จึงโปรดฯ ให้ลูกขุนปรึกษาโทษตามที่ท่านกราบบังคมทูล ลูกขุนเชิญบทพระกฤษฎีกาออกมาดูแล้ว ปรากฏในบทพระกฤษฎีกาว่า ชายใดบังอาจสมรักด้วยนางใน ก็ให้ประหารชีวิตเสียทั้งชายหญิง ส่วนผู้ที่รู้เห็นเป็นใจ ก็ให้ประหารชีวิตเสียด้วย

ลูกขุนที่กล่าวนี้คือ ลูกขุนศาลา เมื่อในขณะนั้นสมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อย ท่านเป็นถึงตำแหน่งพระยาศรีพิพัฒน์ฯ ท่านก็ต้องอยู่ในคณะลูกขุนนั้นด้วย และเมื่อลูกขุนนำความกราบบังคมทูลแล้ว ก็โปรดฯ ให้เป็นไปตามคำลูกขุนปรึกษา คุณสุริยภักดี เจ้าจอมอิ่ม และคนที่เกี่ยวข้องอีก 7 คน ก็ถูกประหารชีวิตที่ตำบลสำเหร่

การที่สมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อยมิได้ยอมรับพระมหากรุณาธิคุณ ถึงแม้ว่าผู้ผิดจะเป็นบุตรคนใหญ่ของท่านเอง ซึ่งเกิดแต่ท่านผู้หญิง จึงเป็นการกระทำเพื่อความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย เป็นเยี่ยงอย่างอันดีแก่คนในแผ่นดิน และเป็นเกียรติยศแก่วงศ์ตระกูลของท่านสืบมา คุณสุริยภักดีนั้นถึงจะตายด้วยโทษประหาร และตายแต่ยังเยาว์ก่อนอายุขัย ก็มิได้ตายเปล่า… [17]

คดีพระสุริยภักดีกับเจ้าจอมอิ่มนี้ ต่อมา ศรีฟ้า ลดาวัลย์ ได้นำมาตีความและเขียนเป็นนวนิยายชื่อดังคือเรื่อง “เรือนแรม”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เชิงอรรถ :

[8] กล่าวกันว่า พระสุริยภักดี หรือคุณชายสนิท บุตรสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ หรือสมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อย อายุไล่เลี่ยกับคุณชายช่วง บุตรสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ) หรือสมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่ ทั้ง 2 ท่านเป็นผู้ฉลาดเฉลียวและหน้าตาคมสันด้วยกันทั้งคู่ ขณะที่คุณชายช่วงรับราชการได้เป็นถึงจมื่นไวยวรนารถ คุณชายสนิท ก็ได้เป็นจมื่นประทานมณเฑียร ปลัดกรมพระตำรวจ และได้เป็นพระสุริยภักดี เจ้ากรมตำรวจ ก่อนที่คุณชายช่วงจะได้เป็นพระยาศรีสุริยวงศ์ แต่บังเอิญมาเกิดเรื่องส่งเพลงยาวรักใคร่กันกับเจ้าจอมอิ่มจึงต้องพระราชอาญาถึงประหารชีวิตไปเสียก่อน

[9] ผู้สนใจโปรดอ่านเพิ่มเติมได้ใน “เพลงยาวสามชาย” พระบวรราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน พระบวรราชนิพนธ์ เล่ม 2. (กรุงเทพฯ : กองวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, 2545).

[10] ต่อมาคุณเขียนสมรสกับนายสนิทยศสถาน (พร้อม จาตุรงคกุล) มีบุตรธิดาคือ “เจ้าจอมมิ” ในรัชกาลที่ 5 พระศรีทิพโภชน์ (ใหญ่ จาตุรงคกุล) สังกัดกระทรวงเกษตราธิการ สมัยรัชกาลที่ 6

[11] คุณฝรั่งเป็นพี่น้องร่วมมารดากับคุณหญิงเดิม เอกภรรยาของพระยาสุรศักดิ์มนตรี (แสง ต้นสกุล แสง-ชูโต) และเป็นมารดาของจอมพล เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสง-ชูโต)

[12] ขณะนั้นคุณสุวรรณมีอายุได้ 29 ปี

[13] หมายถึง พระสำราญราชหฤทัย (อ้าว)

[14] อย่างไรก็ตาม ใน จดหมายเหตุโหร ให้รายระเอียดว่าต้องโทษประหารชีวิตทั้งสิ้น 9 คน “ปีจอ จ.ศ. ๑๒๐๐ ณ วัน ๒ ๙ ค่ำ พระสุริยภักดี สำราญ กับ เจ้าจอมอิ่ม เปนโทษถึงประหารชีวิตร ๙ คน”

[15] ตรงกับวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2381

[16] พระราชพงศาวดารรัชกาลที่ 3 ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศมหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค). (กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2547), น. 76-77.

[17] คดีพระสุริยภักดีกับเจ้าจอมอิ่มนี้ ต่อมา ศรีฟ้า ลดาวัลย์ ได้นำมาตีความและเขียนเป็นนวนิยายชื่อดังคือเรื่อง “เรือนแรม”

หมายเหตุ : คัดเนื้อหาส่วนหนึ่งจากบทความ “รักที่ไม่คู่ควร : ร้อยรัดเรื่องรัก ใน ‘อุณรุทร้อยเรื่อง’ “ เขียนโดย อภิลักษณ์ เกษมผลกูล ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับพฤษภาคม 2553 จัดย่อหน้าและเน้นคำใหม่โดยกองบก.ออนไลน์

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 25 พฤษภาคม 2564

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คดีรักที่โทษถึงตาย กรณี “พระสุริยภักดี” กับ “เจ้าจอมอิ่ม” สมัยร.3 สู่นิยาย “เรือนแรม”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...