โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดีเดย์สิ้น มิ.ย.นี้ ยสท. เลิกจ่ายภาษีเงินได้ 12.5% แทนเอเย่นต์ 3 ทอด

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 13 พ.ค. 2562 เวลา 03.41 น.

ดีเดย์สิ้น มิ.ย.นี้ ยสท. เลิกจ่ายภาษีเงินได้ 12.5% แทนเอเย่นต์ 3 ทอด ชี้สร้างความเท่าเทียมในการทำธุรกิจแข่งกับบุหรี่ต่างประเทศ รักษาการผู้ว่าฯ ยสท. ประเมินกำไรปีนี้น่าจะทำได้ 500 ล้านบาท โล่งอกรัฐขยายเวลาปรับภาษีเป็น 40% จ่อวางตลาดบุหรี่ผลิตขายนักท่องเที่ยวจีนในคิงพาวเวอร์ มิ.ย.นี้

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผย“ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ กระทรวงการคลังได้เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างกฎกระทรวง 3 ฉบับ ซึ่งเป็นการกำหนดให้การยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) จ่ายภาษีเงินได้แทนผู้ขายสินค้ายาสูบ (เอเย่นต์) ทุกทอดที่ซื้อสินค้ายาสูบของ ยสท. จนถึงสิ้นเดือน มิ.ย. 2562 นี้เท่านั้น โดยตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2562 เป็นต้นไป เอเย่นต์ทั้ง 3 ทอดของ ยสท. ที่มีอยู่ราว 4 แสนราย จะต้องรับภาระจ่ายภาษีเงินได้เอง ซึ่งเป็นเงินภาษีตกปีละ 400-500 ล้านบาท

นายสรคมน์ ปริยายสุทธิ์ รองผู้ว่าการด้านการตลาด รักษาการแทนผู้ว่าการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทุกปีที่ผ่านมา ยสท. จะต้องกันเงินไว้เพื่อจ่ายภาษีเงินได้ให้กับกรมสรรพากร โดยการจ่ายภาษีแทนเอเย่นต์ดังกล่าวมีมาตั้งแต่อดีต สมัยที่กิจการยาสูบยังเป็นธุรกิจผูกขาด จึงมีการอำนวยความสะดวกให้กับเอเย่นต์ แต่ปัจจุบันเมื่อไม่ได้ผูกขาดแล้ว และมีบุหรี่ต่างประเทศเข้ามาแข่งขันจำนวนมาก จึงต้องปรับให้เท่าเทียมกัน

ทั้งนี้ เดิมการจ่ายภาษีแทนเอเย่นต์ทอดที่ 1 (ป.1) หรือผู้ที่รับซื้อบุหรี่โดยตรงจาก ยสท. จะจ่ายอยู่ที่ 12.5% ของกำไร หรือส่วนต่างราคาที่ ป.1 ขายให้เอเย่นต์ทอดที่ 2 (ป.2) เช่นเดียวกันเมื่อ ป.2 ขายบุหรี่ให้แก่เอเย่นต์ทอดที่ 3 (ป.3) ซึ่งเป็นร้านโชห่วยทั่วไป ก็จะต้องจ่ายภาษี 12.5% เช่นกัน ส่วนการจ่ายภาษีแทน ป.3 ที่ขายปลีกให้กับประชาชนทั่วไป จะจ่ายภาษีแทนอยู่ที่ 10%

“ตอนนี้ เราก็ทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการอยู่ ว่าให้เตรียมตัวรับมือ” นายสรคมน์กล่าว

นายสรคมน์ กล่าวอีกว่า การที่ล่าสุด ครม. เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการปรับอัตราภาษีบุหรี่ให้เหลือ 40% อัตราเดียวออกไปอีก 1 ปี โดยยังคงให้บุหรี่ราคาต่ำกว่า 60 บาทต่อซอง เสียภาษีที่ 20% เหมือนเดิม จะทำให้ ยสท. มีเวลาปรับตัวในการทำธุรกิจไปได้อีก ซึ่งปีนี้คิดว่าน่าจะมีกำไรได้ราว 500 ล้านบาท ถือว่าไม่ได้มาก หากเทียบกับก่อนปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ที่เคยมีกำไรมากกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี

“เดิมยาสูบมีมูลค่าการขายขึ้นไปถึง 28,800 ล้านบาทต่อปี แต่มาในปี 2561 มูลค่าการขายเหลืออยู่ที่ 18,500 ล้านบาท และ กำไรเหลือประมาณ 800 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีกำไรเป็นหมื่นล้านบาท ซึ่งการขยายเวลาปรับภาษีให้เหลืออัตราเดียวออกไป ก็ทำให้หายใจได้คล่องขึ้น” นายสรคมน์กล่าว

ขณะที่การลาออกของนางสาวดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้ว่าการ ยสท. ที่มีผลตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น นายสรคมน์ กล่าวว่า หลังจากนี้ คณะกรรมการ ยสท. คงมีมติให้เปิดสรรหาผู้ว่าการ ยสท. คนใหม่

ด้าน นางสาวดาวน้อย กล่าวว่า การยกเลิกให้ ยสท. จ่ายภาษีแทนเอเย่นต์ ถือว่าเป็นการทำให้ถูกที่ถูกทาง ที่ว่าใครทำการค้า คนนั้นก็ต้องจ่ายภาษี แต่ที่ผ่านมาถือว่าผิดที่ผิดทาง โดยกรณีนี้จะช่วยให้ ยสท. รายได้กลับมา และการที่ภาษียาสูบยังไม่เพิ่มเป็น 40% สถานการณ์ของ ยสท. ก็จะเหมือนช่วงปี 2561-2562

“ตอนนี้ถือว่าไม่ขาดทุน แต่จะกำไรเป็นหมื่นล้านบาท เหมือนเมื่อก่อนคงไม่ได้ ซึ่งพอเป็นนิติบุคคล ยสท. ก็พยายามขายใบยาต่าง ๆ ที่ไม่ต้องผลิตเป็นบุหรี่ เพื่อระบายสต๊อก และหารายได้ เป็นการเข้าตลาดยาเส้นเต็มตัว เพื่อพยายามหารายได้ทางอื่นมากขึ้น และปัจจุบันมาร์เก็ตแชร์ของ ยสท. อยู่ที่ประมาณ 60% ก็ค่อนข้างคงที่แล้ว” นางสาวดาวน้อยกล่าว

นอกจากนี้ ปัจจุบัน ยสท. ได้ขอลดสัดส่วนการนำส่งรายได้เข้าคลัง เหลือเพียง 20% ของกำไรเท่านั้น จากอดีตที่นำส่งถึง 88%

แหล่งข่าวจาก ยสท. กล่าวว่า ในเดือน มิ.ย. นี้ ยสท. จะมีการวางตลาดบุหรี่ที่ทำร่วมกับบริษัทจากสาธาณรัฐประชาชนจีน ซึ่งยี่ห้อเป็นชื่อไทย ๆ อาทิ พัทยา ตุ๊กตุ๊ก สยาม เป็นต้น หลังจากทดสอบตลาดเรียบร้อยแล้ว โดย ยสท. รับจ้างผลิตบุหรี่จำหน่ายให้แก่กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาเที่ยวในเมืองไทย ผ่านทางร้านค้าปลอดอากร (ดิวตี้ฟรี) คือ คิงพาวเวอร์ และอนาคตจะขยายต่อไปจำหน่ายในดิวตี้ฟรีของจีน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...