โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อายุยาหลังเปิดใช้ เก็บไว้ได้นานแค่ไหน รู้หรือไม่? มาดูคำตอบกัน…

MThai.com

เผยแพร่ 07 เม.ย. 2562 เวลา 04.00 น.
เรามาดูอายุยาหลังเปิดใช้แล้วว่ายาแต่ละชนิดมีอายุได้อีกกี่วัน??

การรับประทานยาอย่าลืมดูวันหมดอายุตามที่ระบุไว้บนฉลาก ที่สำคัญเมื่อเปิดใช้ยาแล้วยาชนิดนั้นจงมีอายุสั้นลงจากที่ระบุไว้บนฉลาก เพราะเมื่อยาถูกเปิดใช้หรือเปลี่ยนมาใส่กล่องยาพสาติกจะทำให้ตัวยาสัมผัสกับอากาศ ยาจะค่อยๆเสื่อมสภาพลงเร็วกว่าวันหมดอายุที่ระบุไว้บนฉลากยา มาดู อายุยาหลังเปิดใช้ แล้วว่ายาแต่ละชนิดมีอายุได้อีกกี่วัน??

อายุยาน้ำ หลังเปิดใช้

ยาน้ำทั้งชนิดรับประทานและยาสำหรับใช้ภายนอก อายุยาน้ำหลังเปิดใช้ ไม่ควรเกิน 6 เดือนหรือ 25 วันของเวลาที่เหลือก่อนวันหมดอายุที่ระบุไว้ที่ฉลากยา ส่วนยาน้ำที่ไม่เคยเปิดใช้เลยสามารถเก็บไว้ได้นานถึง 3 ปีนับจากวันผลิต

ยาเม็ด หรือ แคปซูล

หลังเปิดใช้บรรจุยาจะมีอายุใช้ได้นานถึง 1 ปี ทั้งนี้ควรเก็บยาในที้อุณหภูมิไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส ไม่มีความชื้น และเก็บยาให้พ้นจากแสงแดด และห้ามทิ้งยาไว้ในรถยนต์ เพราะอุณหภูมิในรถร้อนมากอาจสูงถึง 40 องศาเซลเซียส จะทำให้ยาเสื่อมสภาพได้ง่าย

ยาผง

เช่น ยาผงละลายน้ำสําหรับละลายเสมหะ หลังจากผสมผงยากับน้ำจะมีอายุใช้งานเพียงแค่ 7 วัน หากเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องตามปกติ แต่ถ้าหากเก็บไว้ในตู้เย็นจะมีอายุใช้งานได้ถึง 14 วัน

ขี้ผึ้ง หรือ ครีม

หลังเปิดใช้งานไม่ควรเกิน 6 เดือน หากยาขี้ผึ้งและยาครีมมีลักษณะแยกของเหลวออกมาเป็นชั้นหรือมีความข้นหนืด มีกลิ่นเหม็นหืนคนทิ้งทันที

ยาหยอดตา ยาป้ายตา และ ยาหยอดหู

หลังเปิดใช้งานจะมีอายุยาเพียง 1 เดือนหลังจากวันที่เปิดใช้ครั้งแรก หลังจากครบ 1 เดือนแล้วควรทิ้งยาทันที เพราะสารต้านเชื้อการเจริญเติบโตของเชื้อโรคจะค่อยๆเสื่อมประสิทธิภาพจึงทำให้เชื้อโรคจะเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ การเก็บยาชนิดดังกล่าวควรเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อป้องกันแสงแด

สิ่งสำคัญควรสังเกตลักษณะยาทุกครั้งก่อนใช้ยาว่ามีลักษณะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ เช่น ตกตะกอน ยาสีเปลี่ยนไป กลิ่นเปลี่ยนไป ครีมแยกเป็นชั้น ก็ไม่ควรใช้ยาชนิดนั้นอีกต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...