โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ขณะที่ตลาดยังไม่มีปัจจัยใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 ม.ค. 2564 เวลา 11.40 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. 2564 เวลา 11.41 น.

ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ขณะที่ตลาดยังไม่มีปัจจัยใหม่ นักลงทุนยังจับตาผลเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภารอบสองในรัฐจอร์เจียของสหรัฐ ส่วนเงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 29.88/89 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 6 มกราคม 2564 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (6/1) ที่ระดับ 29.88/90 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (5/1) ที่ระดับ 29.95/97 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด โดยยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามา ขณะที่ตลาดจับตาตัวเลขผู้ติดเชื้อและมาตรการควคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ภายในประเทศรายวันอย่างใกล้ชิด

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักและอ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับค่าเงินหยวนหลังจากจีนปรับขึ้นค่าเงินหยวนในอัตรามากที่สุด นับตั้งแต่ที่จีนยกเลิกการผูกติดค่าเงินกับดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2548 โดยในวันอังคาร (5/1) ค่าเงินหยวนหรับเพิ่มขึ้นถึง 1% เมื่อเทียบกับค่ากลางของวันจันทร์ (4/1)

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ (5/1) สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) รายงานว่าดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 60.7 ในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2561 จากระดับ 57.5 ในเดือนพฤศจิกายน

ทั้งนี้นักลงทุนจับตาผลเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภารอบสองในรัฐจอร์เจียของสหรัฐ หลังจากที่ไม่มีผู้สมัครรายใดได้เสียงข้างมากในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการนับคะแนน หากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้จะทำให้ทางพรรคสามารถครองอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งในทำเนียบขาว วุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเอื้อต่อการผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ ภายใต้รัฐบาลของนายโจ ไบเดน

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 29.87-29.97 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 29.88/89 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (6/1) ที่ระดับ 1.2300/04 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (5/1) ที่ระดับ 1.2280/82 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในยุโรปและสหราชอาณาจักร

ขณะที่นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรได้ประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศรอบใหม่เพื่อควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อที่พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจยูโรโซนที่มีการเปิดเผยในวันนี้ (6/1) ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของยูโรโซน โดยสถาบันไอเอชเอสมาร์กิต ประจำเดือนธันวาคม อยู่ที่ระดับ 49.1 ต่ำกว่าระดับที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 49.8

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.2274-1.2334 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.2331/33 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (6/1) ที่ระดับ 102.65/68 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (5/1) ที่ระดับ 102.82/83 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ นักลงทุนเข้าซื้อเงินสกุลเยน ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในญี่ปุ่น โดยนักลงทุนรอแถลงข่าวเพิ่มเติมจากรัฐบาลญี่ปุ่นว่าจะมีการประกาศภาวะฉุกเฉินรอบใหม่ในกรุงโตเกียวและ 3 จังหวัดใกล้เคียงหรือไม่

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่มีการเปิดเผยในวันนี้ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการในเดือนธันวาคม อยู่ที่ระดับ 47.7 สูงกว่าระดับที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 47.2 ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 102.57-102.86 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 102.84/85 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาหนี้ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานเอกชนนอกภาคเกษตรของสหรัฐ เดือนธันวาคม (6/1), ยอดคำสั่งซื้อสินค้าโรงงานของของสหรัฐเดือนพฤศจิกายน (6/1), ยอดคำสั่งซื้อสินค้าโรงงานของเยอรมนี เดือนพฤศจิกายน (7/1), ยอดค้าปลีกของยูโรโซนเดือนพฤศจิกายน (7/1), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของยูโรโซนเดือนธันวาคม (7/1), ตัวเลขผู้รับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (7/1),

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของสหรัฐ เดือนธันวาคม โดยสถาบันไอเอสเอ็ม (7/1), ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนี เดือนพฤศจิกายน (8/1), ตัวเลขว่างงานของยูโรโซนเดือนพฤศจิกายน (8/1), ตัวเลขว่างงานของสหรัฐ เดือนธันวาคม (8/1), ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเดือนธันวาคม (8/1)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.5/0.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -015/0.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...