ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ขณะที่ตลาดยังไม่มีปัจจัยใหม่
ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ขณะที่ตลาดยังไม่มีปัจจัยใหม่ นักลงทุนยังจับตาผลเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภารอบสองในรัฐจอร์เจียของสหรัฐ ส่วนเงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 29.88/89 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 6 มกราคม 2564 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (6/1) ที่ระดับ 29.88/90 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (5/1) ที่ระดับ 29.95/97 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด โดยยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามา ขณะที่ตลาดจับตาตัวเลขผู้ติดเชื้อและมาตรการควคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ภายในประเทศรายวันอย่างใกล้ชิด
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักและอ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับค่าเงินหยวนหลังจากจีนปรับขึ้นค่าเงินหยวนในอัตรามากที่สุด นับตั้งแต่ที่จีนยกเลิกการผูกติดค่าเงินกับดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2548 โดยในวันอังคาร (5/1) ค่าเงินหยวนหรับเพิ่มขึ้นถึง 1% เมื่อเทียบกับค่ากลางของวันจันทร์ (4/1)
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ (5/1) สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) รายงานว่าดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 60.7 ในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2561 จากระดับ 57.5 ในเดือนพฤศจิกายน
ทั้งนี้นักลงทุนจับตาผลเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภารอบสองในรัฐจอร์เจียของสหรัฐ หลังจากที่ไม่มีผู้สมัครรายใดได้เสียงข้างมากในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการนับคะแนน หากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้จะทำให้ทางพรรคสามารถครองอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งในทำเนียบขาว วุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเอื้อต่อการผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ ภายใต้รัฐบาลของนายโจ ไบเดน
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 29.87-29.97 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 29.88/89 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (6/1) ที่ระดับ 1.2300/04 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (5/1) ที่ระดับ 1.2280/82 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในยุโรปและสหราชอาณาจักร
ขณะที่นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรได้ประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศรอบใหม่เพื่อควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อที่พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจยูโรโซนที่มีการเปิดเผยในวันนี้ (6/1) ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของยูโรโซน โดยสถาบันไอเอชเอสมาร์กิต ประจำเดือนธันวาคม อยู่ที่ระดับ 49.1 ต่ำกว่าระดับที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 49.8
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.2274-1.2334 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.2331/33 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (6/1) ที่ระดับ 102.65/68 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (5/1) ที่ระดับ 102.82/83 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ นักลงทุนเข้าซื้อเงินสกุลเยน ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในญี่ปุ่น โดยนักลงทุนรอแถลงข่าวเพิ่มเติมจากรัฐบาลญี่ปุ่นว่าจะมีการประกาศภาวะฉุกเฉินรอบใหม่ในกรุงโตเกียวและ 3 จังหวัดใกล้เคียงหรือไม่
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่มีการเปิดเผยในวันนี้ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการในเดือนธันวาคม อยู่ที่ระดับ 47.7 สูงกว่าระดับที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 47.2 ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 102.57-102.86 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 102.84/85 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาหนี้ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานเอกชนนอกภาคเกษตรของสหรัฐ เดือนธันวาคม (6/1), ยอดคำสั่งซื้อสินค้าโรงงานของของสหรัฐเดือนพฤศจิกายน (6/1), ยอดคำสั่งซื้อสินค้าโรงงานของเยอรมนี เดือนพฤศจิกายน (7/1), ยอดค้าปลีกของยูโรโซนเดือนพฤศจิกายน (7/1), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของยูโรโซนเดือนธันวาคม (7/1), ตัวเลขผู้รับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (7/1),
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของสหรัฐ เดือนธันวาคม โดยสถาบันไอเอสเอ็ม (7/1), ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนี เดือนพฤศจิกายน (8/1), ตัวเลขว่างงานของยูโรโซนเดือนพฤศจิกายน (8/1), ตัวเลขว่างงานของสหรัฐ เดือนธันวาคม (8/1), ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเดือนธันวาคม (8/1)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.5/0.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -015/0.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ