โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รับมือความเคว้ง!! 4 วิธีสร้างกำลังใจ ในวันที่ต้องหยุดเพื่อรอเริ่มต้นใหม่

UndubZapp

เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2564 เวลา 03.00 น. • อันดับแซ่บ

ในช่วงที่สถานการณ์รอบตัวเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิงวุ่นวาย ทำให้ชีวิตของใครหลายๆ คนต้องหยุดอยู่กับที่อย่างไม่มีกำหนด หลายๆ คนพลิกวิกฤตนี้ให้เป็นโอกาส ด้วยการหันไปหักร้างถางพง หาวิธีการสร้างรายได้จากแหล่งทำเงินใหม่ๆ แต่ก็ยังมีอีกหลายๆ คนเช่นกันที่มิอาจขยับปรับเปลี่ยนเส้นทางชีวิตได้ไวดังใจนึก ด้วยปัจจัยหลายๆ ประการ ก่อให้เกิดความรู้สึกเคว้ง ซึ่งอาจจะกลายเป็นความซึมเศร้าในเวลาต่อมา UndubZapp ขอชวนเพื่อนๆ ทุกคนมาเรียนรู้วิธีปรุงใจให้เป็นสุขแบบง่ายๆ ในวันที่ชีวิตต้องหยุดอยู่ที่เดิม ไม่อาจก้าวไปข้างหน้าได้ตามที่หวัง ตามเรามาเรียนรู้วิธีเติมกำลังใจเพื่อรับมือกับความเคว้งพร้อมๆ กันเลยค่ะ

1.มองโลกในแง่ดี

การมองโลกในแง่ดีอาจเป็นคำที่ฟังดูกําปั้นทุบดินและดาษดื่นเสียเหลือเกิน แต่เชื่อเถอะว่า ยามที่ต้องตกระกำลำบาก น้อยคนนักที่จะสามารถคงสภาพจิตใจให้เป็นปกติดังเดิมได้ การปรุงใจให้เป็นสุขในลำดับแรกจึงต้องเริ่มต้นที่การตั้ง mindset ให้ถูกจุด มองด้านดีของทุกสิ่ง ถ้าเปรียบเทียบง่ายๆ ให้เห็นภาพ การมองโลกในแง่ดีก็เหมือนกับการตระเตรียมวัตถุดิบก่อนทำอาหาร ยิ่งวัตถุดิบครบถ้วนแค่ไหนก็ยิ่งสะดวกเท่านั้น © รูปต้นฉบับ: pexels.com  

2.คิดบวก พูดบวก ทำบวก

เมื่อใดก็ตามที่คุณเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความคิดลบๆ อาทิเช่น “เบื่อจัง” “แย่มาก” “ซวยสุดๆ” หรือกระทั่งว่า “ทำไมชีวิตฉันต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้ด้วย?” แล้ว เราเชื่อว่า กิจกรรมต่อไปในวันนั้นๆ ของคุณก็จะเป็นไปแบบลบๆ เช่นกัน ทำอะไรได้ไม่ดี มีสิทธิทำงานผิดพลาดสูง เนื่องจากคุณไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรตั้งแต่แรกแล้วนั่นเอง คุณจึงไม่มีสมาธิ ไม่มีกำลังใจจะผลักดันให้สิ่งที่ทำอยู่เกิดความสมบูรณ์แบบ ได้แต่ทำแบบขอไปที รอให้หมดวันไปเฉยๆ การปรุงใจไม่ให้ทุกข์ลำดับถัดมา เริ่มด้วยการคิดบวก พูดบวก ทำบวก ไม่ใช่แค่มองโลกในแง่บวก แต่ต้องลงมือเปลี่ยนความคิดและการกระทำของตัวเองให้กลายเป็นด้านบวกด้วย เริ่มต้นวันใหม่ด้วยความสดชื่น แจ่มใส ทำสิ่งต่างๆ ด้วยความกระฉับกระเฉงจะช่วยได้มาก © รูปต้นฉบับ: pexels.com

3.ขอบคุณทุกเรื่องราวที่ผ่านเข้ามา

ทุกเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิต อาจสร้างทั้งความทรงจำดีๆ และความทรงจำแย่ๆ ให้กับเราทุกคน แต่เหตุการณ์เหล่านั้นล้วนเป็นบทเรียนสอนใจเราไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่งเสมอ แทนที่จะนึกโทษตัวเอง หรือจมอยู่กับห้วงคำนึง เปลี่ยนมาปรุงใจให้สุขด้วยการขอบคุณทุกเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิต นำประสบการณ์ที่ผ่านพ้นไปมาพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นจะเข้าทีกว่า ต่อให้เรื่องราวนั้นทำให้คุณละอายใจทุกครั้งเมื่อนึกถึงก็ตาม แต่ขอบคุณมันเถอะ เพราะมันทำให้คุณได้บทเรียนขนานใหญ่แล้วนี่ว่า ถ้าไม่อยากอับอายเพราะผลของการกระทำ ก็ต้องห้ามกระทำผิดซ้ำสอง ขอบคุณทุกบทเรียนที่ทำให้คุณเป็นคุณเองดังเช่นทุกวันนี้ ทุกรอยแผลและรอยยิ้มล้วนแต่งแต้มให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ต่อให้ตอนนี้ชีวิตคุณจะดิ่งแค่ไหน แต่สู้เถอะ สู้ให้เต็มที่ เมื่อวันเวลาผันผ่านไป คุณจะนึกย้อนกลับมาขอบคุณทุกเรื่องราวที่ทำให้คุณแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม © รูปต้นฉบับ: pexels.com  

4.ปล่อยวางและว่างเว้น

การปล่อยวางมิใช่ผลของการบังคับจิตใจตนเอง แต่เป็นผลของการรู้แจ้งจากปัญญา ว่าการที่เราไม่ยึดติดกับสิ่งต่างๆ ช่วยให้เรามีสติอยู่ตลอดเวลา จึงเข้าใจว่าทุกข์-สุขเป็นเรื่องปกติ ทำให้ไม่รู้สึกเคว้งยามที่ชีวิตพลิกผัน ที่พูดเช่นนี้เพราะสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้คนเราเกิดทุกข์ล้วนเกิดจากการยึดติด ไม่ยอมปล่อยวางทั้งสิ้น เช่น ยึดติดว่าคนๆ นี้ต้องอยู่กับเราไปตลอด หรือยึดติดว่าชีวิตอันสงบสุขของเราต้องดำรงอยู่เช่นนี้เสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่สวนทางกับสัจธรรมของโลกที่ว่า ‘สรรพสิ่งทั้งปวงล้วนไม่เที่ยง มีการแปรเปลี่ยนไปเป็นธรรมดา’ ปรุงใจให้เป็นสุขด้วยการฝึกใจให้ปล่อยวาง ว่างเว้นจากกิเลสต่างๆ ดังที่ท่านพุทธทาสภิกขุกล่าวไว้ว่า “รู้จักปลง รู้จักปลด รู้จักปล่อยวาง รู้จักไม่ยึดมั่นถือมั่น มันจึงจะทำให้มีความสุขอยู่ในโลกนี้ได้” นั่นแล © รูปต้นฉบับ: pexels.com ©Feature image unsplash.com ไม่พลาดบทความน่าสนใจ กดติดตาม ADD Line @UndubZapp

---

อัปเรื่องแซ่บ ฟีดเรื่องมันส์ เม้าท์ทันเพื่อน
Facebook: @UndubZapp
Instagram: @UndubZapp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...