โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร? ค้นพบความสุขและความหมายของชีวิตด้วยหลักการ Ikigai

Mission To The Moon

เผยแพร่ 28 ก.ค. 2564 เวลา 01.36 น. • Naphatsawan Sitthitham

“โตขึ้นอยากเป็นอะไร?”

.

เป็นคำถามที่มักถูกถามอยู่บ่อยครั้งตั้งแต่เมื่อตอนเรายังเป็นเด็ก 

.

เวลาเขียนเรียงความวิชาภาษาไทยในหัวข้อนี้สมัยประถม ก็ดูไม่ใช่เรื่องยากอะไรนักกับการบรรจงเขียนเล่าเรื่องราวความฝันในอนาคตของตัวเองลงบนสมุดบันทึกส่งคุณครู ตอนนั้นเรายังสามารถจินตนาการ วาดฝันอะไรตามใจลงไปก็ได้ เพราะยังคงมองว่า การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ดูเป็นเรื่องในอนาคตที่ไกลตัว และเราในตอนนั้นยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจความจริงของโลกใบนี้ ยังคงไม่ต้องกังวลถึงข้อจำกัดที่กีดขวางเส้นทางความฝันของตัวเอง

.

แต่นับวันเมื่อยิ่งโตขึ้นเรื่อยๆ การพูดถึงอนาคตข้างหน้ากลับกลายเป็นคำถามสุดหิน แม้แต่จะถามตัวเองว่า “เรามีชีวิตอยู่ทุกวันนี้เพื่ออะไร?” ยังตอบคำถามนี้กันแทบไม่ได้ เพราะในช่วงวัยที่เริ่มเห็นคนรอบข้างประสบความสำเร็จในชีวิต เติบโตในหน้าที่การงาน มีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่งงานมีครอบครัว เป็นไปตามบรรทัดฐานที่สังคมคาดหวัง พอย้อนกลับมามองตัวเราที่ยังคงเดินเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า ตอบคำถามตัวเองแม้แต่ “ตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่” และ “อยากจะทำอะไรต่อไป” ยังไม่ได้ด้วยซ้ำ

.

.

เห็น ‘คุณค่า’ จากการเริ่มหา ‘ความสุข’ 

.

นิยามความสุขของแต่ละคนแตกต่างกัน สำหรับบางคน ความสุขคือการได้เจอหน้าคนที่รัก การเล่นกับหมาที่บ้าน การได้ฟังเพลงวงดนตรีที่ชอบ หรือคือการได้กินอาหารอร่อยๆ ตบท้ายด้วยขนมหวาน สิ่งเหล่านี้ก็นับว่าเป็นความสุขของวันนั้นได้แล้ว

.

แต่แน่นอนว่าความสุขจากสิ่งเหล่านี้อาจเป็นความรู้สึกแค่ช่วงเวลาหนึ่งและไม่สามารถมีได้ในทุกวัน หากมีความสุขที่ ‘ยั่งยืน’ ได้จริงๆ คงต้องเป็นความสุขที่มาจากภายใน ‘จิตใจ’ มากกว่าสิ่งที่ยึดติดกับวัตถุภายนอก

.

.

ในญี่ปุ่น ประเทศที่ได้รับชื่อว่าประชากรมีอายุยืนที่สุดในโลก มีมุมมองการใช้ชีวิตที่ถูกปลูกฝังไปเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของผู้คน ซึ่งเป็นวิธีการสร้างความสุขอย่างยั่งยืน จากปรัชญาการใช้ชีวิตที่เรียกว่า ‘Ikigai’

.

คำว่า Ikigai (生き甲斐) Iki หมายถึง ‘มีชีวิต’ และ Gai หมายถึง ‘คุณค่า’ รวมกันจึงหมายถึง ‘คุณค่าของการมีชีวิตอยู่’ Ikigai จึงเรียกได้ว่าเป็น ‘เหตุผลของการมีชีวิตอยู่’ หรือคือเหตุผลที่ทำให้เราอยากตื่นขึ้นมาในทุกเช้าของแต่ละวัน

.

.

การหา Ikigai ของตัวเอง สามารถเริ่มได้จากการตอบคำถามในวงกลม 4 วง ประกอบไปด้วย

.

วงกลมที่ 1: What you love 

อะไรคือสิ่งที่คุณชอบ ‘ทำ’ มากที่สุด

.

วงกลมที่ 2: What you are good at 

อะไรคือสิ่งที่คุณถนัด สามารถทำได้ดี เป็นทักษะหรือความสามารถพิเศษของตัวเอง

.

วงกลมที่ 3: What you can be paid for 

อะไรคือสิ่งที่ทำแล้วจะได้รับเงินเพื่อใช้ในการเลี้ยงชีพต่อไป

.

วงกลมที่ 4: What the world needs 

อะไรคือสิ่งที่โลกต้องการ สิ่งที่คุณอยากทำการเปลี่ยนแปลง เน้นสร้างประโยชน์ให้แก่คนรอบข้าง

.

เมื่อหาจุดร่วมตรงกลางที่ซ้อนทับกันของวงกลมทั้ง 4 ได้แล้ว ก็จะทำให้ได้ Ikigai ของ ‘อาชีพในสิ่งที่รัก’ ออกมา

.

จึงไม่น่าแปลกใจ เมื่อใครได้ไปท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น มักจะต้องกลับมาพร้อมความประทับใจในสินค้าและบริการที่ใส่ใจลูกค้าในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อยู่เสมอ นั่นก็เพราะวัฒนธรรมที่ฝังรากลึกให้คนในประเทศตระหนักถึง Ikigai ในการทำงานของตัวเอง

.

.

ความสุขเล็กๆ น้อยๆ เกินไปกว่าเส้นขอบของวงกลม

.

การหา Ikigai ของตัวเองจากวงกลม 4 วง อาจช่วยหา ‘อาชีพ’ ที่เป็น Ikigai ของตัวเองเจอ แต่ความจริงแล้ว เราสามารถมี Ikigai ในชีวิตประจำวันของเราเองได้เลย จากการทำตามใจความหลักของ Ikigai ก็คือ ‘การปลดปล่อยตัวเอง’

.

การปลดปล่อยตัวเอง คือ การหันมาโฟกัสที่ผู้อื่นมากยิ่งขึ้น โดยเปลี่ยนความคิดเวลาทำอะไรก็ตาม จาก “ฉันจะได้อะไร” เป็น “ฉันจะให้อะไร” แล้วตั้งใจทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุดก็พอ เช่น การทำงานเป็น Call Center ถ้าคุณคิดว่า ‘ทั้งเดือนนี้โดนลูกค้าด่ามาเป็นพันครั้ง’ คุณก็จะไม่สามารถมีความสุขหรือเห็นคุณค่าของงานที่ทำอยู่ได้ แต่ถ้าปรับความคิดมาเป็น ‘เดือนนี้ทั้งเดือนเราสามารถช่วยคนที่เดือดร้อนได้กว่าพันคน’ ก็จะทำให้คุณได้เห็นถึงคุณค่าของงานที่ทำอยู่ และมีความสุขไปกับสิ่งที่ทำต่อไป ความรู้สึกนี้เองคือ Ikigai เมื่อคุณรู้สึกถึง Ikigai ได้แล้ว ก็จะทำให้คุณรู้สึกได้ว่า ‘ชีวิตนี้มีคุณค่า’ จากความรู้สึกที่อย่างน้อยตัวเราก็สามารถเป็นประโยชน์ให้กับใครสักคนได้

.

นอกจากนี้ Ikigai คือการมีความสุขกับปัจจุบัน เมื่อคุณสามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่แล้ว ก็อย่าลืมหันกลับมาให้กำลังใจ และชื่นชมตัวเอง ต่อยอดไปสู่การทำเพื่อคนอื่นต่อไป

.

การได้รับรู้ว่าตัวเองสามารถเป็นประโยชน์ให้ใครสักคน คือ ความสุขที่แท้จริงตามหลักการ Ikigai ไม่ใช่การทำอะไรไปโดยไม่นึกถึงคนอื่น เห็นแต่ประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง จนคนร่วมกันก่นด่าสาปแช่งไม่เว้นแต่ละวัน นั่นก็คงจะไม่สามารถทำให้คุณรู้สึกได้ถึงความสุขที่แท้จริงได้จริงๆ

.

.

ถึงแม้การรักตัวเองโดยคำถึงความรู้สึกตนเองก่อนจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่เราก็สามารถเลือกทำสิ่งที่ตัวเองสบายใจ และสร้างประโยชน์แก่คนอื่นไปพร้อมๆ กันได้ เพราะถ้าไม่มีใครนึกถึงคนรอบข้างบ้างเลย ต่างคนต่างสนใจแต่เรื่องของตัวเอง เราคงจะไม่สามารถหา ‘ความสุข’ และ ‘คุณค่า’ หรือ ‘ความหมาย’ ของการมีชีวิตอยู่ของตัวเองได้เหมือนกัน

.

.

แล้วอิคิไกของคุณล่ะ มีอะไรบ้าง?

.

.

อ้างอิง:

https://bit.ly/3Brzgzi

https://bit.ly/3kGQVgH

.

#missiontothemoon 

#missiontothemoonpodcast

#selfimprovement

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...