โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ยูเค-เยอรมัน-สเปน" ฮอต รั้งทำเลทองลงทุนโรงแรม

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 13 พ.ค. 2561 เวลา 04.44 น.

“ซีอาร์อี” ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก เผยผลสำรวจพบ “สหราชอาณาจักร-เยอรมนี-สเปน” รั้งทำเลยอดนิยม 3 อันดับแรกด้านลงทุนโรงแรม ขณะที่ “สหราชอาณาจักร” เป็นประเทศที่นักลงทุนไทยนิยมสูงสุด

รายงานข่าวจากซีบีอาร์อี ประเทศไทย บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก เปิดเผยว่า จากผลสำรวจแนวโน้มนักลงทุนโรงแรมในยุโรป ประจำปี 2561 ของซีบีอาร์อี ซึ่งเป็นการสอบถามนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์จำนวน336 คน ที่ให้ความสนใจลงทุนในธุรกิจโรงแรม พบว่า 94% มีแนวโน้มที่จะลงทุนโรงแรมในยุโรป ด้วยเม็ดเงินลงทุนในระดับที่ใกล้เคียงหรือมากขึ้นในปี 2561

โดยประเทศสหราชอาณาจักร เยอรมนี และสเปน ยังคงเป็นประเทศที่นักลงทุนนิยมลงทุนด้านโรงแรมเป็น 3 อันดับแรกในยุโรป

รายงานข่าวเปิดเผยด้วยว่า นักลงทุนโรงแรมส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมการสำรวจครั้งนี้เป็นกองทุนที่ลงทุนนอกตลาดหลักทรัพย์ (private equity) ผู้จัดการสินทรัพย์ และนักลงทุนเอกชน มากกว่าที่จะเป็นกองทุนบำเหน็จบำนาญและบริษัทประกันภัยที่นิยมการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่แน่นอนอย่างอาคารสำนักงาน พื้นที่ค้าปลีก และพื้นที่อุตสาหกรรม ซึ่งผู้เช่าทำสัญญาในระยะยาวกว่าและพบว่า 48% ของนักลงทุนดังกล่าวมีแผนที่จะลงทุนโดยตรง

ขณะที่การร่วมหุ้นและกิจการร่วมค้า (joint venture) ยังคงเป็นรูปแบบการลงทุนยอดนิยมสำหรับการลงทุนแบบพอร์ตโฟลิโอ

นอกจากนี้ 65% ของเม็ดเงินลงทุนมาจากยุโรปนั้น ซีบีอาร์อีคาดว่าเงินทุนจากฮ่องกง สิงคโปร์ และประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงประเทศไทย จะค่อย ๆ เริ่มกลายเป็นเม็ดเงินลงทุนส่วนใหญ่ที่มาจากเอเชีย-แปซิฟิก หลังจากการลงทุนของจีนชะลอตัวลงอันเป็นผลมาจากมาตรการการจำกัดเงินลงทุนในต่างประเทศ

และเมื่อกล่าวถึงโรงแรมในฐานะสินทรัพย์การลงทุน ความโปร่งใสที่มีมากขึ้นและความรู้เกี่ยวกับตลาดนี้ที่ขยายออกไปในวงกว้างมากขึ้น เป็นองค์ประกอบที่ทำให้กลุ่มนักลงทุนเข้ามาลงทุนในตลาดนี้มากขึ้น โรงแรมไม่ได้ถูกมองว่าเป็นการลงทุนที่เฉพาะทางและเหมาะสำหรับนักลงทุนที่เชี่ยวชาญเท่านั้นอีกต่อไป

ทั้งนี้ ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการถือครองสินทรัพย์ประเภทโรงแรมอยู่ระหว่าง 5-10 ปี ในขณะที่นักลงทุนบางรายเลือกที่จะถือครองในระยะสั้นกว่านั้นและเมื่อซีบีอาร์อีสำรวจถึงเหตุผลที่ลงทุนในโรงแรมพบว่า 38% กล่าวว่า มีความคาดหวังว่าโรงแรมจะมีมูลค่าที่สูงขึ้น ขณะที่อีก 16% กล่าวว่า ต้องการกระจายการลงทุนในด้านอัตราผลตอบแทน หรือ yields ของโรงแรมในตลาดยุโรปส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี ซึ่งเป็นตัวชี้วัดให้เห็นถึงความสนใจของนักลงทุนที่มีมาก แต่ก็เป็นสัญญาณของเงินเฟ้อด้านราคาสินทรัพย์เช่นกัน

นอกจากนี้ยังระบุว่า ประเทศยอดนิยมสำหรับการลงทุนโรงแรมในปี 2561 สูงสุด 3 อันดับแรก คือ สหราชอาณาจักร เยอรมนี และสเปน โดย 69% ของนักลงทุนเลือก 3 ประเทศนี้ โดยสหราชอาณาจักรยังคงเป็นประเทศที่ได้รับความสนใจจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์เอกชนและนักลงทุนรายย่อยมากที่สุด

ด้านนายอรรถกวี ชูแสง หัวหน้าแผนกธุรกิจโรงแรม ซีบีอาร์อี ประเทศไทย กล่าวว่า ส่วนตัวคาดการณ์ว่า นักลงทุนไทยจะยังคงให้ความสนใจการลงทุนโรงแรมในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหราชอาณาจักร

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...