ตอบกระทู้ครั้งแรก “อาคม”ร่ายยาวแจงขยาย 4 เลน ถนน 226 สร้างแบบฟันหลอ ติดของบปี’63และEIA
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2562 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการยื่นญัตติถามนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรื่องการก่อสร้างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข226 สายหัวทะเล–วารินชำราบ เชื่อมจากจ.นครราชสีมาจาก 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร มีนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.จ.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย เป็นผู้ยื่นกระทู้ถาม
โดยนายครูมานิตย์ กล่าวว่า ถนนสายดังกล่าวเป็นเส้นทางที่เชื่อมจังหวัดในภูมิภาคอีสานใต้มายาวนาน แต่ขาดการดูแล ในยุคนายโสภณ ซารัมย์ เป็นรัฐมนตรี ได้พัฒนาถนนเส้นนี้บางส่วนจากจ.บุรีรัมย์ไปให้จ.สุรินทร์อีกบางส่วน พอมาถึงยุคนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ก็มีการพัฒนาต่ออีก แต่เมื่อรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเข้ามา กลับไม่มีการสานต่อ ขาดการพัฒนา
สำหรับถนนเส้นทางนี้มีระยะทาง 30 กม. ประชาชนนิยมใช้เพื่อไปจากจ.สุรินทร์ มุ่งสู่จ.ศรีสะเกษ ที่ อ.ห้วยทับทัน ซึ่งจะผ่านอ.ศีขรภูมิ อ.สำโรงทาบ สิ้นสุดที่อ.ห้วยทับทัน แต่ได้ทราบมาว่ารัฐมนตรีสั่งให้ทำตั้งแต่บริเวณอ.ห้วยทับทันต่อไป จึงมีคำถามว่าทำไมไม่ทำที่จ.สุรินทร์ด้วย แต่ทำต่อจากจ.ศรีสะเกษไปจ.อุบลราชธานีแทน
เพราะประชาชนในจ.สุรินทร์เดือดร้อนมาก การเดินทางระหว่างอำเภอในจังหวัดมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้งมาก จึงมีคำถามว่า กรมทางหลวง (ทล.) มีแผนที่จะสร้างจาก 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจรจากอ.เมือง จ.สุรินทร์สู่อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ แล้วหรือไม่
นายอาคม ตอบว่า การดูเส้นทางถนน ควรต้องดูทั้งเส้นทาง เพราะเป็นเรื่องของยุทธศาสตร์ ยืนยันว่ากระทรวงให้ความสำคัญกับการก่อสร้างถนนเส้นนี้ เพราะมีจุดประสงค์เพื่อก่อสร้างถนนเลี่ยงเมือง ซึ่งทุกจังหวัดมีปัญหาจราจรติดขัดก่อนเข้าเมือง
จุดประสงค์ถัดมาก็เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของชุมชนเมืองจ.สุรินทร์และศรีสะเกษในอนาคต และเชื่อมโยงโครงข่ายการเดินทางภายในตัวเมืองให้สมบูรณ์ขึ้น ใช้เป็นเส้นทางเลี่ยงลัดเชื่อมสายหลักและสายรอง
จริงๆแล้วเส้นทางของถนนสายนี้ต้องว่ากันตั้งแต่จุดเริ่มต้นบริเวณ อ.หัวทะเล จ.นครราชสีมา ยาวไปจนถึงจุดสิ้นสุดที่อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ระยะทาง 334 กม. อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง 324 กม. ไม่รวมทางของเทศบางเมืองสุรินทร์และศรีสะเกษ ถนนเส้นนี้จึงเป็นเส้นเลือดใหญ่ในการเดินทางควบคู่กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 24 สายทางต่างระดับสีคิ้ว–อุบลราชธานี
สำหรับที่สมาชิกถามมา ต้องบอกว่าถนนเส้นนี้มีแผนจะขยายถนนเป็น 4 ช่องจราจรตลอดทั้งเส้นอยู่แล้ว ปัจจุบันกรมทางหลวงดำเนินการไปแล้ว 213 กม. จาก 324 กม. อยู่ในระหว่างก่อสร้าง 30 กม. คงเหลือเป็น 2 ช่องจราจรอีก 81 กม. ในส่วน 81 กม. กรมทางหลวงได้บรรจุไว้ในการขอจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 แล้ว เพื่อก่อสร้างเป็น 4 ช่องจราจรก่อน 33 กม.
นายอาคม อธิบายต่อว่า ใน 33 กม. แบ่งโครงการออกเป็น 2 ช่วง ช่วงแรก อ.เฉลิมพระเกียรติ – อ.จักราช จ.นครราชสีมา ระยะทาง 19 กม. และช่วงที่ 2 อ.ห้วยทับทัน – อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษระยะทาง 14 กม. ที่ต้องทำในช่วงนี้ของจ.ศรีสะเกษ เพราะเป็นช่วงที่ต้องผ่านโบราณสถาน จำเป็นต้องทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และมีความพร้อมสำหรับการก่อสร้าง
นอกจากนั้น ในปี 2564 ถนนสายนี้ยังเตรียมขอจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ไว้แล้วด้วย ในส่วนที่เหลือ 48 กม. แบ่ง 2 ตอน ประกอบด้วย ช่วงที่ 1 ลำน้ำชี – บ้านพม่า – ห้วยทับทัน ในพื้นที่จ.สุรินทร์ ระยะทาง 34 กม. และช่วงที่ 2 อ.จักราช –อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ระยะทาง 14 กม.
ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า มีพื้นที่บางส่วนของ อ.ห้วยทับทัน ที่มีโบราณสถานเก่าแก่ตั้งอยู่มากและมีทั้งที่ขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากรแล้วและยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน จำเป็นต้องทำรายงาน EIA ประกอบ โดยกรมทางหลวงจะเร่งรัดรายงาน EIA ให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อให้ได้รับการจัดสรรงบประมาณต่อไป
“หากถนนเส้นนี้ได้รับการจัดสรรงบประมาณตามที่ขอ และไม่มีปัญหาอุปสรรคใดๆอีก ก็คาดว่าถนนสาย 226 จะเป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจรตลอดเส้นทางได้ภายในปี 2566 ส่วนพื้นที่บางช่วงที่เป็นฟันหลอ โดยเฉพาะช่วงบ้านพม่า – ห้วยทับทัน ช่วงนี้จะผ่านปราสาทเมืองที ซึ่งขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากรไปแล้ว ในพื้นที่เดียวกันยังมีบริเวณบ้านเมืองทีและบ้านพันสี ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน แต่ถ้าสามารถตัดตอนก่อสร้างได้ก่อน ก็จะเร่งดำเนินการให้” นายอาคมระบุ
อย่างไรก็ตาม นายครูมานิตย์ยังแย้งว่า ตัวโบราณสถานที่นายอาคมกล่าวอยู่ห่างจากถนนมาก ไม่น่าจะมีผลกับการก่อสร้างได้ แต่คิดว่าน่าจะเป็นเพราะที่ผ่านมาไม่มีใครเสนอแผนมาให้รัฐบาลมากกว่า จึงขอฝากนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมดูเรื่องนี้ต่อด้วย
ด้านนายอาคม จึงชี้แจงเพิ่มเติมว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านมารัฐบาลจัดสรรงบประมาณก่อสร้างขยายถนนเป็น 4 ช่องจราจรในจ.สุรินทร์อย่างต่อเนื่อง ปัญหาจราจรในจ.สุรินทร์เป็นปัญหาในเมือง จึงมีการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองด้านตะวันตกและสะพานข้ามทางรถไฟ ซึ่งจะไปเชื่อมกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 214 สายกาฬสินธุ์–ช่องจอมในลักษณะเหนือ-ใต้ (North-South)
ส่วนการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองด้านตะวันออกอยู่ในแผนของงบประมาณปี 2564 ส่วนโบราณสถาน แม้จะตั้งอยู่ไกลจริง แต่มีข้อกำหนดเรื่องรัศมี ขีดจากโบราณสถาน 1 กม. ดังนั้น จึงมีความเสี่ยงเรื่องการจัดทำรายงาน EIA ต้องใช้ความรอบคอบ