โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ตอบกระทู้ครั้งแรก “อาคม”ร่ายยาวแจงขยาย 4 เลน ถนน 226 สร้างแบบฟันหลอ ติดของบปี’63และEIA

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 ก.ค. 2562 เวลา 01.28 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2562 เวลา 01.27 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2562 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการยื่นญัตติถามนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรื่องการก่อสร้างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข226 สายหัวทะเล–วารินชำราบ เชื่อมจากจ.นครราชสีมาจาก 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร มีนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.จ.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย เป็นผู้ยื่นกระทู้ถาม

โดยนายครูมานิตย์ กล่าวว่า ถนนสายดังกล่าวเป็นเส้นทางที่เชื่อมจังหวัดในภูมิภาคอีสานใต้มายาวนาน แต่ขาดการดูแล ในยุคนายโสภณ ซารัมย์ เป็นรัฐมนตรี ได้พัฒนาถนนเส้นนี้บางส่วนจากจ.บุรีรัมย์ไปให้จ.สุรินทร์อีกบางส่วน พอมาถึงยุคนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ก็มีการพัฒนาต่ออีก แต่เมื่อรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเข้ามา กลับไม่มีการสานต่อ ขาดการพัฒนา

สำหรับถนนเส้นทางนี้มีระยะทาง 30 กม. ประชาชนนิยมใช้เพื่อไปจากจ.สุรินทร์ มุ่งสู่จ.ศรีสะเกษ ที่ อ.ห้วยทับทัน ซึ่งจะผ่านอ.ศีขรภูมิ อ.สำโรงทาบ สิ้นสุดที่อ.ห้วยทับทัน แต่ได้ทราบมาว่ารัฐมนตรีสั่งให้ทำตั้งแต่บริเวณอ.ห้วยทับทันต่อไป จึงมีคำถามว่าทำไมไม่ทำที่จ.สุรินทร์ด้วย แต่ทำต่อจากจ.ศรีสะเกษไปจ.อุบลราชธานีแทน

เพราะประชาชนในจ.สุรินทร์เดือดร้อนมาก การเดินทางระหว่างอำเภอในจังหวัดมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้งมาก จึงมีคำถามว่า กรมทางหลวง (ทล.) มีแผนที่จะสร้างจาก 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจรจากอ.เมือง จ.สุรินทร์สู่อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ แล้วหรือไม่

นายอาคม ตอบว่า การดูเส้นทางถนน ควรต้องดูทั้งเส้นทาง เพราะเป็นเรื่องของยุทธศาสตร์ ยืนยันว่ากระทรวงให้ความสำคัญกับการก่อสร้างถนนเส้นนี้ เพราะมีจุดประสงค์เพื่อก่อสร้างถนนเลี่ยงเมือง ซึ่งทุกจังหวัดมีปัญหาจราจรติดขัดก่อนเข้าเมือง

จุดประสงค์ถัดมาก็เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของชุมชนเมืองจ.สุรินทร์และศรีสะเกษในอนาคต และเชื่อมโยงโครงข่ายการเดินทางภายในตัวเมืองให้สมบูรณ์ขึ้น ใช้เป็นเส้นทางเลี่ยงลัดเชื่อมสายหลักและสายรอง

จริงๆแล้วเส้นทางของถนนสายนี้ต้องว่ากันตั้งแต่จุดเริ่มต้นบริเวณ อ.หัวทะเล จ.นครราชสีมา ยาวไปจนถึงจุดสิ้นสุดที่อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ระยะทาง 334 กม. อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง 324 กม. ไม่รวมทางของเทศบางเมืองสุรินทร์และศรีสะเกษ ถนนเส้นนี้จึงเป็นเส้นเลือดใหญ่ในการเดินทางควบคู่กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 24 สายทางต่างระดับสีคิ้ว–อุบลราชธานี

สำหรับที่สมาชิกถามมา ต้องบอกว่าถนนเส้นนี้มีแผนจะขยายถนนเป็น 4 ช่องจราจรตลอดทั้งเส้นอยู่แล้ว ปัจจุบันกรมทางหลวงดำเนินการไปแล้ว 213 กม. จาก 324 กม. อยู่ในระหว่างก่อสร้าง 30 กม. คงเหลือเป็น 2 ช่องจราจรอีก 81 กม. ในส่วน 81 กม. กรมทางหลวงได้บรรจุไว้ในการขอจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 แล้ว เพื่อก่อสร้างเป็น 4 ช่องจราจรก่อน 33 กม.

นายอาคม อธิบายต่อว่า ใน 33 กม. แบ่งโครงการออกเป็น 2 ช่วง ช่วงแรก อ.เฉลิมพระเกียรติ – อ.จักราช จ.นครราชสีมา ระยะทาง 19 กม. และช่วงที่ 2 อ.ห้วยทับทัน – อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษระยะทาง 14 กม. ที่ต้องทำในช่วงนี้ของจ.ศรีสะเกษ เพราะเป็นช่วงที่ต้องผ่านโบราณสถาน จำเป็นต้องทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และมีความพร้อมสำหรับการก่อสร้าง

นอกจากนั้น ในปี 2564 ถนนสายนี้ยังเตรียมขอจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ไว้แล้วด้วย ในส่วนที่เหลือ 48 กม. แบ่ง 2 ตอน ประกอบด้วย ช่วงที่ 1 ลำน้ำชี – บ้านพม่า – ห้วยทับทัน ในพื้นที่จ.สุรินทร์ ระยะทาง 34 กม. และช่วงที่ 2 อ.จักราช –อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ระยะทาง 14 กม.

ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า มีพื้นที่บางส่วนของ อ.ห้วยทับทัน ที่มีโบราณสถานเก่าแก่ตั้งอยู่มากและมีทั้งที่ขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากรแล้วและยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน จำเป็นต้องทำรายงาน EIA ประกอบ โดยกรมทางหลวงจะเร่งรัดรายงาน EIA ให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อให้ได้รับการจัดสรรงบประมาณต่อไป

“หากถนนเส้นนี้ได้รับการจัดสรรงบประมาณตามที่ขอ และไม่มีปัญหาอุปสรรคใดๆอีก ก็คาดว่าถนนสาย 226 จะเป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจรตลอดเส้นทางได้ภายในปี 2566 ส่วนพื้นที่บางช่วงที่เป็นฟันหลอ โดยเฉพาะช่วงบ้านพม่า – ห้วยทับทัน ช่วงนี้จะผ่านปราสาทเมืองที ซึ่งขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากรไปแล้ว ในพื้นที่เดียวกันยังมีบริเวณบ้านเมืองทีและบ้านพันสี ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน แต่ถ้าสามารถตัดตอนก่อสร้างได้ก่อน ก็จะเร่งดำเนินการให้” นายอาคมระบุ

อย่างไรก็ตาม นายครูมานิตย์ยังแย้งว่า ตัวโบราณสถานที่นายอาคมกล่าวอยู่ห่างจากถนนมาก ไม่น่าจะมีผลกับการก่อสร้างได้ แต่คิดว่าน่าจะเป็นเพราะที่ผ่านมาไม่มีใครเสนอแผนมาให้รัฐบาลมากกว่า จึงขอฝากนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมดูเรื่องนี้ต่อด้วย

ด้านนายอาคม จึงชี้แจงเพิ่มเติมว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านมารัฐบาลจัดสรรงบประมาณก่อสร้างขยายถนนเป็น 4 ช่องจราจรในจ.สุรินทร์อย่างต่อเนื่อง ปัญหาจราจรในจ.สุรินทร์เป็นปัญหาในเมือง จึงมีการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองด้านตะวันตกและสะพานข้ามทางรถไฟ ซึ่งจะไปเชื่อมกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 214 สายกาฬสินธุ์–ช่องจอมในลักษณะเหนือ-ใต้ (North-South)

ส่วนการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองด้านตะวันออกอยู่ในแผนของงบประมาณปี 2564 ส่วนโบราณสถาน แม้จะตั้งอยู่ไกลจริง แต่มีข้อกำหนดเรื่องรัศมี ขีดจากโบราณสถาน 1 กม. ดังนั้น จึงมีความเสี่ยงเรื่องการจัดทำรายงาน EIA ต้องใช้ความรอบคอบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...