โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วัดราชประดิษฐฯ พระอารามหลวงเนื้อที่ 2 ไร่เศษ ที่สถิตของปูชนียวัตถุสถานสำคัญยิ่ง

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 04 ต.ค. 2564 เวลา 00.49 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2564 เวลา 00.47 น.
วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ในมุมมองบริเวณหน้าวัดเมื่อไม่มีอาคารของกรมแผนที่ทหาร (ภาพถ่ายโดย ธีรภัทร์ จิตประไพกุลศาล)

วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่ที่แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร หรือถ้าจะอธิบายในรายละเอียดต่อไปคงจะกล่าวได้ว่า วัดราชประดิษฐฯ ตั้งอยู่ริมถนนสราญรมย์ หน้าพระบรมมหาราชวังทางด้านทิศตะวันออก ใกล้กับพระราชวังสราญรมย์ ทำเนียบองคมนตรี สวนสราญรมย์ และกรมแผนที่ทหาร (ปัจจุบัน กรมแผนที่ทหารได้ย้ายออกจากพื้นที่ มีการปรับปรุงรื้ออาคารเดิมเพื่อเตรียมก่อสร้างอาคารของหน่วยงานใหม่ ถ้ามองวัดราชประดิษฐฯ มุมมองใหม่ที่ไม่มีอาคารสูงจะเห็นวัดราชประดิษฐฯ ในมุมมองที่เปิดโล่งของพื้นที่บริเวณหน้าวัด ถ้าในอนาคตจะมีโครงการขยายพื้นที่ของถนนสราญรมย์ ให้มีขนาดกว้างพอกับถนนราชบพิธ เฉพาะบริเวณหน้าวัดราชประดิษฐฯ คงเกิดมุมมองบริเวณหน้าวัดราชประดิษฐฯ วัดประจำรัชกาลที่ 4 ที่งามสง่าเช่นเดียวกับหน้าวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดประจำรัชกาลที่ 5)

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าให้สร้างขึ้นในปลายรัชกาลของพระองค์ เมื่อ พ.ศ.2407 โดยมีพระราชประสงค์ให้เป็นวัดสำหรับพระสงฆ์คณะธรรมยุติกนิกายโดยเฉพาะ

ในสาส์นสมเด็จ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงบันทึกไว้ว่า “เรื่องสร้างวัดราชประดิษฐ์ฯ นั้น ทรงเจตนาแต่แรกว่าจะให้เป็นวัดพระสงฆ์ธรรมยุติกาอยู่เป็นนิตย์ ดูเหมือนจะมีเป็นลายลักษณ์อักษร แต่นึกไม่ออกว่าอยู่ในหนังสืออะไร ที่ทรงสร้างเป็นวัดขนาดเล็ก ก็เนื่องด้วยพระราชดำริจะให้มีพระสงฆ์ธรรมยุติกาแต่จำนวนน้อย”

ที่ดิน 2 ไร่เศษนี้ก่อนสร้างวัดราชประดิษฐฯ แต่เดิมเป็นพื้นที่หลวงสำหรับพระราชทานเป็นที่อาศัยแก่ข้าราชการที่จะต้องพระราชประสงค์ ให้อยู่ใกล้ๆ ครั้นถึงรัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้ที่ดินบริเวณนี้เป็นสวนกาแฟ พอถึงรัชกาลที่ 4 บริเวณนี้ไม่มีการทำสวนกาแฟพระองค์มีพระราชดำริว่าที่ดินบริเวณนี้เหมาะแก่การสร้างวัดสำหรับพระสงฆ์ฝ่ายธรรมยุต เพราะใกล้กับพระบรมมหาราชวังเป็นประโยชน์ต่อพระองค์เอง เจ้านายและข้าราชการฝ่ายหน้าในทั้งหลายที่จะทำบุญได้อย่างสะดวก

ก่อนก่อสร้างพระองค์มีพระราชดำริว่าที่ดินผืนนี้เป็นส่วนกลางของแผ่นดิน ไม่สมควรยกถวายเฉพาะพระสงฆ์ธรรมยุตเป็นพิเศษ จึงโปรดเกล้าฯ ให้กรมพระนครบาลไปตรวจวัดพื้นที่ แล้วใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อที่ดินแห่งอื่นแลกกับที่ดินผืนนี้เพื่อใช้ราชการ

การก่อสร้างนั้นโปรดเกล้าฯ ให้พระยาราชสงคราม (ทองสุก) เป็นแม่กองดำเนินการเริ่มก่อสร้างในวันศุกร์ แรม 2 ค่ำ เดือน 8 ปีชวด จุลศักราช 1226  ตรงกับวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2407 ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 9 เดือนเศษจึงแล้วเสร็จ

วัดราชประดิษฐฯ ถือได้ว่าเป็นวัดแรกที่สร้างขึ้นเพื่อพระสงฆ์ฝ่ายธรรมยุต ด้วยเหตุที่วัดธรรมยุตอื่นๆ ที่มีอยู่ในขณะนั้นเป็นวัดที่แปลงมาจากฝ่ายมหานิกายทั้งสิ้น

ภายในพื้นที่อันเป็น “มหาสีมาราม” เพียง 2 ไร่ครึ่งเศษของวัดราชประดิษฐฯ เป็นที่สถิตของปูชนียวัตถุสถานสำคัญยิ่งหลายอย่างด้วยกัน อาทิ

ปาสาณเจดีย์ พระเจดีย์ประดับหินอ่อนทั้งองค์

ปราสาทพระจอมที่ประดิษฐานพระบรมรูปปิดทองของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ปราสาทพระไตรปิฎก ตั้งอยู่ตรงข้ามกัน เป็นที่เก็บรักษาพระไตรปิฎกใบลานบรรจุในกล่องไม้ซึ่งทำรูปเล่มอย่างหนังสือ

พระที่นั่งทรงธรรมหรือศาลาการเปรียญ เป็นที่ตั้งของธรรมาสน์ยอดมงกุฎอันงดงามยิ่ง

ส่วนภายในพระวิหารหลวง นอกจากจะมีจิตรกรรมภาพเทพชุมนุมบนกลีบเมฆ “เทวดามีรัศมีเป็นพวกๆ ครั้งแรก ซึ่งวัดอื่นเอาอย่าง” และจิตรกรรมภาพพระราชพิธีสิบสองเดือนแล้ว ยังเป็นแหล่งรวมของพระพุทธรูปซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงจำลองจากพระพุทธรูปสำคัญที่ทรงพระราชศรัทธาเลื่อมใสเป็นพิเศษหลายองค์ด้วยกัน อันได้แก่ พระประธาน คือ พระพุทธสิหังคปฏิมากร ประดิษฐานภายในบุษบก ทรงหล่อจำลองจากพระพุทธสิหิงค์ที่ประดิษฐานในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) และภายหลังได้บรรจุพระบรมอัฐิของพระองค์ไว้ใต้ฐานพระพุทธรูป พระพุทธสิหังคปฏิมากรน้อย ประดิษฐานด้านหน้าของพระประธาน พระนิรันตรายพร้อมเรือนแก้วในครอบแก้ว เป็น 1 ใน 18 องค์ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เริ่มสร้างขึ้นเมื่อพ.ศ. 2411 จากพิมพ์เดียวกับพระนิรันตรายในพระบรมมหาราชวัง เพื่อพระราชทานไว้ในพระอารามของคณะสงฆ์ธรรมยุต

ด้านหลังบุษบกพระประธาน ยังมีบุษบกน้อยสร้างติดกับผนังด้านสกัดเบื้องหลังพระประธานเรียงกัน 3 หลัง แต่ไม่ค่อยเป็นที่สังเกตมากนัก ภายในบุษบกน้อยนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดน้อย 3 องค์ที่จำลองจากพระพุทธรูปสำคัญถึง 3 องค์ด้วยกัน เรียงตามลำดับนับจากทางด้านขวาของพระประธาน คือ “พระพุทธชินราชน้อย” “พระพุทธชินศรีน้อย” และ “พระศรีศาสดาน้อย” ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นพระพุทธรูปที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หล่อจำลองจากพระพุทธชินราช พระพุทธชินศรี และพระศรีศาสดาองค์ใหญ่ อันเคยประดิษฐานในพระวิหารทิศต่างๆ ของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก ก่อนที่พระพุทธชินศรีและพระศรีศาสดาจะเชิญมาประดิษฐานที่กรุงเทพมหานครและเป็นพระประธานภายในพระอุโบสถและพระวิหารของวัดบวรนิเวศวิหาร จนเหลือเพียงพระพุทธชินราชเพียงองค์เดียวเท่านั้นที่ยังคงประดิษฐานยังที่เดิม

ที่น่าสนใจก็คือพระพุทธรูปจำลองขนาดน้อยทั้ง 3 องค์นี้ยังนับเป็นพระพุทธรูปหมวดพระพุทธชินราช ที่ได้รับการจำลองครบถ้วนทั้งสำรับ 3 องค์เป็นรุ่นแรกอีกด้วย

 

เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์ เมื่อ 2 มิถุนายน 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...