โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ เทพธิดาแห่งราชสํานัก ทำไมกล้าอุปการะสุนทรภู่ แม้ร.3ไม่โปรด

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ พระรูปวาดตามจินตนาการของช่างเขียน ณ พระวิหาร วัดเทพธิดาราม

กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ ทรงอุปการะสุนทรภู่ แม้รัชกาลที่ 3 ไม่โปรด ทำไมเป็นเช่นนั้น?

กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ ทรงเป็นราชธิดาในรัชกาลที่ 3 เชื่อกันว่ารัชกาลที่ 3 ไม่โปรด “สุนทรภู่” รวมทั้งมีข้อขัดแย้งมาก จน “สุนทรภู่” ต้องหนีราชภัย แต่กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ ทรงอุปการะสุนทรภู่ เพราะอะไร? กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ จึงทรงอุปการะบุคคลที่พระราชบิดาไม่โปรด

ที่เอกองค์ทรงศรีฉวีวรรณ
ดั่งดวงจันทร์แจ่มฟ้าไม่ราคี
ทั้งคมขำล้ำนางสําอางสะอาด
โอษฐ์เหมือนชาดจิ้มเจิมเฉลิมศรี
ใส่เครื่องทรงมงกุฏดังบุตรี
แก้วมณีเนาวรัตน์จํารัสเรือง
รูปจริตพิศไหนวิไลเลิศ
เหมือนหุ่นเชิดโฉมแช่มแฉล้มเหลือง
พอแลสบหลบชม้ายชายชําเลือง
ดูปลดเปลื้องเปล่งปลั่งกําลังโลม
ลําพระกรอ่อนชดประณตน้อม
แลละม่อมเหมือนหนึ่งเขียนวิเชียรโฉม
หรือชาวสวรรค์ชั้นฟ้านภาโพยม
มาประโลมโลกาให้อาวรณ์
แปลกมนุษย์ผุดผ่องละอองพักตร์
วิไลลักษณ์ล้ำเลิศประเสริฐสมร

สุนทรภู่จินตกวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้พรรณนาภาพฝันถึงความงามของสตรีหนึ่งในคําประพันธ์เรื่อง รําพันพิลาป

ความงามแห่งสตรีนั้นเลิศเลอเหนือความงามของสตรีในมนุษยโลก เปรียบได้กับความงามของเทพธิดาอันเกิดแต่จินตนาการของมหาจินตกวีเท่านั้น

แต่จากหลักฐานในชีวประวัติของสุนทรภู่ปรากฏให้สันนิษฐานได้ว่า สตรีผู้งามเลิศนั้นมิใช่ภาพฝันอันเกิดจากจินตนาการแต่ประการเดียว หากส่วนหนึ่งแห่งความงามของสตรีนั้นมีตัวตนประทับซึมซาบอยู่ในอารมณ์และความรู้สึกของท่านจินตกวีเอก

สตรีที่กล่าวถึงนี้มีพระนามบ่งบอกถึงความงามอันวิจิตรเหนือสตรีใดว่า อัปสรสุดาเทพ

เทพธิดาแห่งราชสํานัก

นาม “อัปสรสุดาเทพ” คือ กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ เป็นพระราชธิดาพระองค์ที่ 3 ในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่ครั้งยังทรงดํารงพระอิสริยยศเป็น กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาบาง เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2354 มีพระอนุชาร่วมพระชนนีคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าลักขณานุคุณ

แม้ขณะนั้นสมเด็จพระบรมชนกนาถจะทรงมีพระราชโอรสพระราชธิดาหลายพระองค์แล้วก็ตาม แต่มีหลักฐานปรากฏว่า เจ้าหญิงพระองค์น้อยนี้ทรงเป็นที่สนิทเสน่หาของสมเด็จพระราชบิดายิ่งกว่าพระราชโอรสพระราชธิดาพระองค์ใด ซึ่งน่าจะเป็นเพราะทรงเป็นพระราชธิดารุ่นแรกประสูติเมื่อพระองค์มีพระชนมายุเพียง 24 พรรษา หรืออาจเป็นเพราะพระราชธิดาพระองค์นี้ ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาที่โปรดปรานก็อาจเป็นได้

แต่ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะเจ้าหญิงทรงเป็นพระราชกุมารีที่มีพระสิริโฉมงดงามและทวีความงามขึ้นตามพระชันษา จนสมเด็จพระบรมชนกนาถ โปรดพระราชทานนามอันเป็นมงคล และมีความหมายแสดงแจ้งชัดถึงพระสิริโฉมว่า พระองค์เจ้าหญิงวิลาส

นอกจากพระสิริโฉมอันงดงามเป็นที่ลือเลื่องแล้ว พระองค์เจ้าหญิงวิลาส ยังทรงมีพระปรีชาสามารถในพระภารกิจที่สมเด็จพระบรมชนกนาถทรงมอบหมาย

ดังนั้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติแล้วจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระองค์เจ้าหญิงวิลาสเป็นพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ นับเป็นการสถาปนาพระราชโอรสพระราชธิดาครั้งแรกในรัชกาล

จดหมายเหตุทรงตั้งพระบรมวงศานุวงศ์ บันทึกไว้ว่า “ถึงปีจอ พ.ศ. 2381 ทรงตั้งกรมพระเจ้าลูกเธอเป็นครั้งแรก 2 พระองค์คือ “…ทรงสถาปนาพระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้าหญิงวิลาส เป็นกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ และพระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้าสิริวงศ์เป็นกรมหมื่นมาตยาพิทักษ์…”

เทพธิดารามวัดพระราชทาน

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ ทรงรับราชการในพระราชสํานักฝ่ายในใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท หน้าที่พนักงานพระสุคนธ์ และผู้กํากับการแจกเบี้ยหวัดฝ่ายในทรงสนองพระราชประสงค์เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยกว่าพระราชธิดาพระองค์อื่น

พระจริยวัตรสําคัญประการหนึ่งของกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ คือ ทรงมีพระศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา เช่นเดียวกับสมเด็จพระบรมชนกนาถ ทรงบริจาคทรัพย์ส่วนพระองค์โดยเสด็จพระราชกุศลเนือง ๆ

หลักฐานสําคัญประการหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงพระเมตตาเป็นพิเศษของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ คือทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สร้างวัดพระราชทาน

ดังเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดการทํานุบํารุงพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง จนมีคํากล่าวว่า ในรัชกาลนี้ผู้ใดสร้างวัด (ถวาย) ก็เป็นคนโปรด ดังนั้น ในรัชสมัยของพระองค์จึงมีผู้สร้างวัดถวายถึง 53 วัด แต่วัดที่โปรดสถาปนาเองมีเพียง 4 วัด คือ วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร วัดเทพธิดารามวรวิหาร วัดราชนัดดารามวรวิหาร

แต่ละวัดทรงมีพระราชประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติ หรือพระราชทานเป็นพระราชานุสรณ์แห่งความสนิทเสน่หาที่ทรงมีต่อผู้ที่โปรดพระราชทาน ดังเช่น วัดเทพธิดารามวรวิหารนี้ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นภูมินทรภักดี (พระองค์เจ้าชายลดาวัลย์) จัดซื้อที่ดินแถบบ้านพระยาไกรสวนหลวง ณ ริมกําแพงด้านตะวันออกของพระบรมมหาราชวัง และกํากับการก่อสร้างพระอารามขึ้น ณ ที่นั้น ใน พ.ศ. 2379

ครั้นถึง พ.ศ. 2382 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดําเนินผูกพัทธสีมา และพระราชทานนามว่า วัดเทพธิดารามวรวิหาร ซึ่งเป็นนามที่มีความหมายพ้องกับพระนามของพระปิยะราชธิดา คือ อัปสรสุดาเทพ อันหมายถึง เทพธิดา

อัปสรสุดาเทพ ทรงเป็นที่พึ่งของกวี

นอกจากจะทรงมีพระศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัดเช่นเดียวกับสมเด็จพระบรมชนกนาถแล้ว กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพยังทรงสืบสายพระโลหิตแห่งความเป็นศิลปินและกวีจากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบรมราชอัยกา

แม้จะมิได้ทรงผลงานให้ปรากฏ แต่ก็ทรงให้ความสนับสนุนและอุปถัมภ์ศิลปินและกวีทั่วไป ด้วยเหตุนี้ พระตําหนักของพระองค์ซึ่งเรียกขานกันทั่วไปในสมัยนั้นว่า พระตําหนักใหญ่ นอกจากจะมีข้าราชบริพารแล้ว ยังเป็นแหล่งรวมศิลปินและกวีแห่งสมัย ทั้งนี้ เนื่องมาแต่การที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมิทรงมีพระราชนิยมส่งเสริมศิลปินและกวีในพระราชสํานักเป็นพิเศษ ดังรัชสมัยของสมเด็จพระบรมราชชนก กวีทั้งหลายจึงกระจัดกระจายไปพึ่งบารมีเจ้านายตามวังและตําหนักต่าง ๆ

ตําหนักของกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ จึงเป็นแหล่งรวมศิลปินแห่งราชสํานักฝ่ายในแหล่งหนึ่ง ดังบทกวีที่คุณสุวรรณได้พรรณนาบรรยากาศและ ความสุขในพระตําหนักใหญ่ไว้ดังนี้

คุณเจ้าจอมหม่อมที่ได้เวียนมา
ต่างปรีดาชักลํานําเป็นทํานอง
ประสานเสียงจังหวะดูสะอาด
เป็นพิณพาทย์มโหรีมีฉลอง
คุณพึ่งขับลําตามทํานอง
ประดิษฐ์ร้องดอกสร้อยคอยดัดแปลง
คุณยองท่านสันทัดขัดต้นบท
รับซอกดนิ้วไว้ใส่กระแสง
ลงปากรับทับโทนช่างดัดแปลง
เสียงหน่องแหน่งอดอาดพาดกันไป
คุณบัวเศกส้มป่อยนั่งลอยหน้า
ปากบ่นว่าตัวกระเพื่อมกระเทื้อมไหว
คุณนกคุณน้อยลอยเสียงเรียงรับไป
คุณพึ่งไว้น่าร้องประคองครวญ
ข้างพวกฟังนั่งสรวลสํารวลร่า
ประสันตาพากย์หนังฟังโหยหวน
คุณแย้มนครไม่ชัดดัดสํานวน
เสียงห้วนท้วนครวญรัวหัวร่อเลย
ข้างคุณเหมหยิบหมากมือลากกล่อง
หัวเราะจนร้องไห้แล้วว่าแม่คุณเอ๋ย
กล่องหมากหกตกจากมือหยิบพลูเลย
เหมือนไม่เคยฟังเพลงบรรเลงลาน

นอกจากสรรพสําเนียงเสียงดนตรีแล้ว ในพระตําหนักใหญ่นั้นน่าจะอึงอลด้วยเสียงสํารวลรื่นของเหล่าข้าหลวงใหญ่น้อย

ด้วยเหตุที่กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ ทรงเป็นขัตติยราชนารีที่มีน้ำพระทัยเปี่ยมด้วยพระเมตตา มีพระอารมณ์ขันไม่ถือพระองค์ ดังจะเห็นได้จากการที่ทรงชอบตั้งสมญาล้อเลียนข้าหลวงใกล้ชิด

อย่างเช่น หม่อมข้าทรงตั้งสมญาว่าหม่อมเป็ด เพราะ “เดินเหินโยกย้าย ส่ายกิริยา จึงชื่อว่าหม่อมเป็ดเสด็จประทาน”

หรืออย่างหม่อมสุด ข้าหลวงใกล้ชิดมีหน้าที่อ่านบทกลอนถวายก่อนบรรทม หม่อมสุดชอบเล่นเพื่อนกับหม่อมขํา วันหนึ่งขณะอ่านบทกลอนถวายเข้าใจว่ากรมหมื่นอัปสรสุดาเทพบรรทมหลับแล้ว จึงเอาผ้าคลุมโปงกอดจูบกับหม่อมขําอยู่ในโปงปลายพระบาท กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพยังมิทรงหลับ ทอดพระเนตรเห็นเช่นนั้นจึงทรงตั้ง สมญาล้อเลียนหม่อมสุดว่า “คุณโม่ง” เพราะ “เอาเพลาะหอมกรอมหุ้มกัน คลุมโปง จึงตรัสเรียกว่าคุณโม่งแต่นั้นมา”

หม่อมขําและหม่อมสุดมักมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันเสมอ ครั้งหนึ่งวิวาทกันจนลูกกรงไม้สักที่เฉลียงหักพัง ความทราบถึงกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพทรงกริ้ว แต่เมื่อหม่อมทั้งสองรับผิดก็ทรงหายกริ้วประทานอภัยให้ พระสดับรับผิดหม่อมสารภาพ เห็นเรียบราบแล้วก็โปรดยกโทษให้ จึงตรัสสั่งข้างหน้าทหารใน ทําเฉลียงเก๋งใหม่ให้ดิบดี

นอกจากข้าราชบริพารและเหล่าศิลปินแล้ว กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพยังทรงรับอุปถัมภ์กวีฝีปากดี เช่น คุณสุวรรณ ธิดาพระยาอุทัยธรรม (กลาง) ราชินิกุลบางช้าง เป็นจินตกวีฝีปากดีคนหนึ่ง กล่าวกันว่าเคยเป็นศิษย์ของสุนทรภู่อยู่ระยะหนึ่ง

คุณสุวรรณเป็นข้าหลวงรับใช้ใกล้ชิดกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพเป็นที่โปรดปราน ได้แต่งหนังสือไว้หลายเรื่อง เช่น กลอนเพลงยาวเรื่องหม่อมเป็ดสวรรค์ แต่งล้อเลียนเพื่อนข้าหลวงผู้หนึ่ง เพลงยาวจดหมายเหตุเรื่องกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพประชวร พรรณนาอาการประชวร และเหตุการณ์ต่าง ๆ ในระหว่างประชวร คุณสุวรรณมีอายุยืนยาวจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้แต่งบทละคอน อีก 2 เรื่อง คือ อุณรุธร้อยเรื่อง และ พระมเหลเถไถ

กวีสําคัญอีกคนหนึ่งที่กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพทรงรับอุปถัมภ์ คือสุนทรภู่

เป็นที่น่าสังเกตว่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมิได้ทรงสนับสนุนกวีที่เคยรุ่งเรืองมาเมื่อครั้งแผ่นดินสมเด็จพระบรมชนกนาถ เช่น สุนทรภู่นั้นก็ไม่มีเจ้านายพระองค์ใดกล้าที่จะชุบเลี้ยงเกื้อหนุนสุนทรภู่ ซึ่งแม้จะได้บวชเป็นพระภิกษุแล้ว ด้วยเกรงจะฝ่าฝืนพระราชนิยม แต่ผู้ที่กล้าอุปการะสุนทรภู่โดยเปิดเผย คือพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าลักขณานุคุณ และกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ ซึ่งน่าจะเป็นเพราะทั้งสองพระองค์ทรงทราบว่า ทรงเป็นที่สนิทเสน่หาแห่งพระราชบิดาเป็นพิเศษ หรืออาจเป็นเพราะที่จริงแล้วพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมิได้ทรงขัดเคืองสุนทรภู่ดังที่สุนทรภู่เกรงกลัวก็เป็นได้

พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าลักขณานุคุณทรงอุปถัมภ์สุนทรภู่อยู่ระยะหนึ่ง ครั้นสิ้นพระชนม์ พระเชษฐภคินีกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ จึงทรงรับอุปถัมภ์ต่อมา

กล่าวกันว่าเหตุที่กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพทรงรับอุปถัมภ์สุนทรภู่นั้น นอกเหนือจากจะทรงนิยมบทกวีและนักกวีแล้ว ยังทรงพอพระทัยเรื่องพระอภัยมณีของสุนทรภู่เป็นพิเศษ ทรงนิมนต์พระภิกษุสุนทรภู่ให้มาจําพรรษา ณ วัดเทพธิดารามวรวิหาร ขณะนั้นสุนทรภู่แต่งเรื่องพระอภัยมณีได้ 49 เล่มสมุดไทย ใกล้จะจบแล้ว กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ ทรงรับสั่งให้แต่งต่อถวายเดือนละเล่มสมุดไทย สุนทรภู่จึงแต่งต่ออีก 45 เล่มสมุดไทย รวมเป็น 94 เล่มสมุดไทย

นอกจากเรื่องพระอภัยมณีแล้ว ระหว่างที่อยู่ในพระอุปถัมภ์ของกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ สุนทรภู่ได้แต่งหนังสืออีกหลายเรื่อง เช่น กาพย์พระไชยสุริยา โคลงนิราศเมืองสุพรรณ นิทานเรื่องสิงหไตรภพ ซึ่งมีหลักฐานว่าแต่งถวายกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ

โดยเฉพาะบทกลอนรําพันพิลาป เป็นเรื่องที่สุนทรภู่แต่งเมื่อชีวิตได้ผ่านความสําเร็จสุดยอดและความทุกข์สาหัสมาแล้ว จึงเป็นเรื่องราวที่รําพันถึงความในใจและชีวิตแต่หนหลัง พร้อมกันนั้นก็วาดฝันถึงความสุขที่ปรารถนา

เชื่อกันว่า เทพธิดาในภาพฝันของสุนทรภู่นั้น เป็นจินตนาการที่ถ่ายทอดจากความประทับใจในพระสิริโฉมที่งดงาม พระจริยวัตรอันนุ่มนวลและน้ำพระทัยที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาแห่งกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพแทบทั้งสิ้น

กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพทรงมีพระชนมายุค่อนข้างสั้น ทรงเริ่มประชวร เมื่อ พ.ศ. 2386 ในพระราชพงศาวดาร กล่าวว่า ประชวรพระโรคตรีสันฑฆาต เป็นโรคเรื้อรัง แม้สมเด็จพระบรมชนกนาถจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ระดมหมอหลวงรักษา บางครั้งพระอาการก็ผ่อนคลายลง บางคราวพระอาการก็ทรุดหนัก สมเด็จพระบรมชนกนาถ ทรงห่วงใยเอาพระทัยใส่พระอาการประชวรของพระราชธิดาตลอดเวลา ดังปรากฏหลักฐานในกลอนเพลงยาว จดหมายเหตุพระอาการประชวรของกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพของคุณสุวรรณ ว่า

ทั้งพระองค์ทรงแผ่นดินปืนอยุธยา สี่เวลาคอยเฝ้าเอาอาการ

พระอาการประชวรทรุดหนักลงในระยะ 6 เดือนหลัง จนสิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2388 รวมพระชนมายุ 38 ปี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงพระศพ ณ พระเมรุท้องสนามหลวง

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงอาลัยรักพระราชธิดาพระองค์นี้เป็นที่ยิ่ง พระองค์ทรงถ่ายทอดพระเมตตาพระราชทานพระราชนัดดาพระองค์หนึ่ง ซึ่งทรงมีสายพระโลหิตเกี่ยวข้องกับพระราชธิดา คือ เป็นพระธิดากําพร้าของพระองค์เจ้าลักขณานุคุณ พระอนุชาพระองค์เดียวในกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ พระนามว่า พระองค์เจ้าโสมนัสวัฒนาวดี

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 18 มิถุนายน 2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ เทพธิดาแห่งราชสํานัก ทำไมกล้าอุปการะสุนทรภู่ แม้ร.3ไม่โปรด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...