โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'กรมป่าไม้' เตรียมใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าหลังถูก 'แม่ชีบงกช' บุกรุก ยันไม่รื้อถอนเพราะใช้งบฯสูงกว่า 100 ล.

MATICHON ONLINE

อัพเดต 02 มิ.ย. 2562 เวลา 10.40 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2562 เวลา 10.40 น.

‘กรมป่าไม้’ เตรียมใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าสงวนฯ กว่า 500 ไร่ หลังถูก ‘แม่ชีบงกช’ บุกรุก ยันไม่รื้อถอนเพราะใช้งบฯ สูงกว่า 100 ล.

จากกรณี นางบงกช สิทธิผล หรือแม่ชีบงกช และ น.ส.พิมพรรณ รัตนพฤกษานนท์ บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าวังใหญ่และป่าแม่น้ำน้อย ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี โดยมิได้รับอนุญาต จำนวน 520 ไร่ รวมทั้งร่วมกันก่อสร้างพระมหาเจดีย์ 1 หลัง และสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ อีก 35 หลังในพื้นที่ที่บุกรุก พร้อมกับสร้างถนนและบันไดเชื่อมต่อสิ่งปลูกสร้างต่างๆ เริ่มมาตั้งแต่ปี 2536 ต่อมามีชาวบ้านร้องเรียน จนนำไปสู่การดำเนินคดีทั้งอาญาและแพ่ง และเมื่อเดือน มิถุนายน พ.ศ.2560 ศาลฎีกา (ความแพ่ง) ได้มีคำพิพากษายืน คือให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 57,709,819.84 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินต้นดังกล่าว นับแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2534 เป็นต้นไปนั้น

ล่าสุดเวลา 13.30 น. วันที่ 2 มิถุนายน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า คดีแม่ชีบงกช แม้คดีจะสิ้นสุดแล้ว โดยคดีอาญา โทษจำคุกจำเลย ให้รอลงอาญา 2 ปี และคดีแพ่ง ให้ชำระเงินจำนวนกว่า 57 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2534 แต่ปรากฏว่าปัจจุบัน กรมป่าไม้ยังไม่ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาและจำเลยยังไม่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากพื้นที่ป่าสงวนฯ ดังนั้น กรมป่าไม้ จะดำเนินการขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว โดยไม่มีการรื้อถอน และจะทำหนังสือสอบถามความเห็นไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาและกระทรวงการคลัง

“การที่กรมป่าไม้ ไม่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง เพราะในพื้นที่ดังกล่าว มีการก่อสร้างพระมหาเจดีย์ ขนาดใหญ่บนภูเขา มีขนาดสูงมากขนาดเท่าคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่หลายสิบชั้น ตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่ ถ้ามีการรื้อถอน จะต้องใช้งบประมาณกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงมาก กรมป่าไม้ไม่มีงบประมาณมากขนาดนั้น และการรื้อถอน อาจทำให้พื้นที่ป่าหรือระบบนิเวศถูกทำลายเพิ่มเติมได้ ที่สำคัญการรื้อถอนพระมหาเจดีย์ จะกระทบจิตใจของเหล่าพุทธศาสนิกชนในพื้นที่และผู้มีจิตศรัทธา โดยกรมป่าไม้จะนำพื้นที่ของสำนักปฏิบัติธรรมทั้งหมดที่มีการบุกรุกป่าสงวนฯ กว่า 500 ไร่ รวมทั้งพระมหาเจดีย์ 1 หลัง และสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ อีก 35 หลัง มาใช้ประโยชน์ โดยจะทำเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมสำหรับข้าราชการกรมป่าไม้และหน่วยราชการต่างๆ รวมทั้งอาจจะทำเป็นค่ายพุทธบุตรให้นักเรียนได้มาปฏิบัติธรรม” นายอรรถพล กล่าว

นายอรรถพล กล่าวต่ออีกว่า แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาขณะนี้ คือยังไม่สามารถติดต่อกับผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากแม่ชีบงกชได้ เพื่อขอให้มอบทรัพย์สินทั้งหมดให้กับกรมป่าไม้ ที่ผ่านมากรมป่าไม้ได้บังคับคดีโดยแยกเป็น 2 ประเด็น เพื่อให้จำเลยคือแม่ชีบงกชปฏิบัติตามคำพิพากษา คือ 1.หนี้เงิน จำนวนกว่า 57 ล้านบาท แต่จากการตรวจสอบทรัพย์สินของจำเลยรายนี้ ยังไม่พบทรัพย์สินใด นอกจากบัญชีเงินฝาก 1 บัญชี ของ ธ.ก.ส.สาขาน้ำตกไทรโยคน้อย ประเภทออมทรัพย์ของ น.ส.พิมพรรณ แต่ไม่ระบุจำนวนเงิน และ 2.บังคับคดีให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง แต่กรมป่าไม้จะไม่รื้อถอน และจะขอใช้ประโยชน์ ส่วนทรัพย์สินยังเป็นของ แม่ชีบงกช จึงต้องให้จำเลยคือแม่ชีบงกช ที่เดินทางหลบหนีไปต่างประเทศ มอบอำนาจให้ผู้แทนมามอบให้กับกรมป่าไม้ ดังนั้น ต้องตรวจสอบหาผู้รับมอบอำนาจจากแม่ชีบงกช ก่อนที่จะดำเนินการใดๆ แต่อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นจากการสอบถามผู้ที่อยู่ในสำนักปฏิบัติธรรม ทราบว่าแม่ชีบงกช ยินดีที่จะมอบทรัพย์สินให้กรมป่าไม้เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...