โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดูวิธีคัดสาวงามบำเรอผู้นำมองโกลจากบันทึก "มาร์โค โปโล" ถึงขั้นเช็ก "จุดซ่อนเร้น" ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 13 ส.ค. 2566 เวลา 08.44 น. • เผยแพร่ 12 ส.ค. 2566 เวลา 17.25 น.
ภาพวาดกองคาราวานของมาร์โค โปโล นักเดินทางชาวเวนิสชื่อดังที่เดินทางไปยังจีนในยุคจักรพรรดิกุบไลข่าน โดย Abraham Cresques, Atlas catalan

หลังจาก กุบไลข่าน หลานของเจงกิสข่าน สามารถก่อตั้งอาณาจักรมองโกล โค่นล้มราชวงศ์จิน และเข้าไปครอบครองอาณาเขตในที่ราบภาคกลาง สถาปนาราชวงศ์หยวน ในช่วงคริสต์ศักราชที่ 1275 มาร์โค โปโลชาวอิตาเลียนเดินทางมาถึงเมืองซ่างตู ซึ่งกุบไลข่านต้อนรับเป็นอย่างดี มาร์โค โปโล รั้งตำแหน่งเป็นขุนนางอยู่ถึง 17 ปี ระหว่างนั้นเขาพบประสบการณ์มากมาย เรื่องที่น่าสนใจย่อมไม่พ้นเรื่องสตรีหลังม่านและการคัดเลือก สาวงาม

เป็นที่ทราบกันว่า ช่วงเวลานั้นชาวมองโกลสามารถครอบครองเขตแดนได้กว้างไกล แต่ระบบต่างๆ ภายในชนเผ่ายังล้าหลัง ครั้นกุบไลข่านขึ้นมาปกครองก็ย้อนมาพิจารณาระบบกฎหมายและโครงสร้างต่างๆ ที่เหนือกว่าเข้ามาใช้งาน โดยนำระบบที่เคยใช้ในราชวงศ์ในอดีตมาวิเคราะห์หาข้อดีข้อเสีย หลี่เฉวียน นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์จีน บรรยายว่า กุบไลข่านผลักดันให้ใช้ระบบกฎหมายราชวงศ์ฮั่น และปรับระเบียบการครอบครองทรัพย์สินของขุนนาง เพื่อรวมอำนาจมาสู่ศูนย์กลางให้แข็งแกร่ง

ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ กุบไลข่าน ได้รับความนิยมและการสนับสนุนจากกลุ่มประชาชนที่เพิ่งถูกปกครองจากการอุปถัมภ์อุ้มชูศิลปินและนักปราชญ์ อีกทั้งยังยกเลิกนโยบายปล้นฆ่าชาวฮั่น หันมาดูแลที่นาของชาวฮั่น และคืนที่นาให้ชาวฮั่นซึ่งถูกชาวมองโกลแย่งชิงไป แต่งตั้งขุนนางรับผิดชอบดูแลผลผลิตการเกษตรและชลประทาน แทนที่ระบบขูดรีดที่ล้าหลังและการเลี้ยงสัตว์แบบเร่ร่อน

นอกเหนือจากการนำระบบเก่ามาปรับปรุงใช้งาน กุบไลข่านยังชื่นชมวิถีตามธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมของราชสำนักแบบบรรพบุรุษในพื้นที่เดิม สิ่งที่สะท้อนถึงปรากฏการณ์นี้ได้ดีคือแนวคิดประเพณีเรื่องธรรมเนียมเกี่ยวกับสตรีในชนชั้นปกครอง ชาร์ลส ฮูมานา และหวังอู่ ผู้เขียนหนังสือ “ความลับเรื่องเซ็กซ์ของชาวจีน” (Chinese Sex Secrets) ยกตัวอย่างเรื่องการประยุกต์ใช้ธรรมเนียมแห่งราชสำนักที่บอกเล่าบริบทเหล่านี้จากบันทึกประสบการณ์ในตะวันออกของ “มาร์โค โปโล”

มาร์โค โปโล ชาวอิตาลีเป็นลูกของนิโคโล โปโล ซึ่งเดินทางมาค้าขายในตะวันออกและเคยเข้าเฝ้ากุบไลข่าน ด้วยความบังเอิญ มาร์โค โปโลในวัยเด็กได้รับฟังเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับตะวันออกจากพ่อบ่อยครั้งมากจนอยากเดินทางมาสัมผัส กระทั่งมีโอกาสเหยียบแผ่นดินจีนตามความฝันเมื่ออายุ 17 ปี

การเดินทางของตระกูลโปโลต้องผ่านเส้นทางอันยากลำบากมากมายกว่าจะมาถึงเมืองซ่างตูของราชวงศ์หยวน เมื่อมาถึงแล้ว กุบไลข่านต้อนรับพวกเขาอย่างดี กุบไลข่านถึงกับตั้งให้มาร์โค โปโลเป็นองครักษ์ส่วนพระองค์เมื่อได้ยลบุคลิกที่สุภาพ มีมารยาท และความเฉลียวฉลาดของมาร์โค โปโล

ประสบการณ์ของมาร์โค โปโลในการเดินทางและอาศัยอยู่ในจีนหลายสิบปีปรากฏอยู่ใน บันทึกการเดินทางของมาร์โค โปโล” ที่ลือลั่นและแพร่หลายในเวลาต่อมา บันทึกนี้เขียนขึ้นโดยรุสตีซีอาโน** นักประพันธ์ที่มาร์โค โปโล พบในคุก (หลังมาร์โค ร่วมสงครามระหว่างเวนิสกับเจนัวและถูกจับเป็นเชลย) โดยอ้างอิงจากสิ่งที่มาร์โค โปโล เล่าให้ฟัง เนื้อหาส่วนหนึ่งบอกเล่าประสบการณ์จากการพบปะกับกุบไลข่าน และบรรยายถึงรายละเอียดหลังม่านของราชวงศ์หยวนอันเกี่ยวข้องกับธรรมเนียมเรื่องสตรีหลายประการ

มาร์โค โปโลเล่าการเข้าพบกุบไลข่าน ว่าพระองค์มีพระเนตรดำขลับและมีนัยน์ตาแบบเจ้าคนนายคนและนักบงการ แม้พระองค์ทรงแสดงท่าทีเป็นกันเองกับผู้เข้าพบ แต่ผู้อื่นยังสามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกได้รับเกียรติที่พระองค์ทรงมีน้ำพระทัยมอบให้ผู้ที่อยู่ในสถานะด้อยกว่า

เมื่อพระองค์ยืนขึ้น คนทั่วไปน่าจะตกใจที่ได้เห็นว่าส่วนสูงของกุบไลข่านก็อยู่ในเกณฑ์ปกติทั่วไป แต่สรีระร่างกายของพระองค์ก็แสดงให้เห็นถึงความแข็งแรง เห็นได้ชัดจากช่วงไหล่ที่กว้างบ่งบอกถึงลักษณะทางกายภาพของคนมีกำลังวังชา มาร์โค โปโลบรรยายไปถึงลักษณะจมูกและปากที่โดดเด่น ขณะที่ผิวกายที่ค่อนไปทางเฉดสีชมพู บ่งบอกถึงภูมิหลังที่น่าจะมาจากทางภูมิภาคทางตอนเหนือ แม้ว่าสภาพแวดล้อมของพระองค์จะรายล้อมไปด้วยความหรูหรา ท่าทีของพระองค์ดูเหมือนยังสามารถเข้ากับการปกครองภูมิภาคที่ห่างไกลได้

สำหรับหัวข้อเกี่ยวกับเรื่องมเหสีและสนม มาร์โค โปโลบรรยายว่า เท่าที่รับรู้ข้อมูลมา พระองค์มีพระอัครมเหสี 4 คน มเหสีแต่ละคนมีวังเป็นของตัวเอง และมีคนรับใช้ดูแลครบครัน ประกอบด้วย นางกำนัลไม่ต่ำกว่า 300 คน, ขันที 50 คน, องค์รักษ์ประจำวังส่วนพระองค์, เสนาบดี, ผู้ดูแลฉลองพระองค์โดยเฉพาะ รวมกันแล้วไม่ต่ำกว่า 1,000 ชีวิต

ส่วนกรรมวิธีในการสรรหานางสนมของพระองค์ บันทึกบรรยายไว้ว่า

“เมื่อพระองค์ต้องการเรียกหาหนึ่งในพระอัครมเหสี พวกนางจะถูกนำเข้ามาถึงห้องของพระองค์ นอกเหนือจากภารกิจกับมเหสีเพื่อให้กำเนิดทายาทสืบเชื้อสายต่อแล้ว พระองค์มีพระสนม 500 นาง … หญิงสาวคนโปรดของพระองค์มาจากแคว้นหนึ่งในตาตาร์ เรียกว่า Kungurat ทุก 2 ปีพระองค์จะส่งขันทีที่ไว้ใจไปคัดเลือกสตรี

เกณฑ์การคัดเลือกเริ่มขึ้นเมื่อขันทีจากหลวงมาถึง หญิงสาว (สาวบริสุทธิ์) จะตั้งขบวนต่อหน้ากลุ่มขันที สาวงาม ที่ผ่านคัดเลือกจะถอยออกจากแถวเพื่อรับการตรวจสอบเพิ่มเติม การตรวจสอบเป็นไปอย่างละเอียดทุกซอกมุมตั้งแต่ใบหน้าและร่างกาย สีผิว สภาพผม ขนาดฟัน ขนาดปาก ตา ขนตา และคิ้ว ไปจนถึงใบหู คอ และลักษณะผิว

การตรวจสอบร่างกายไม่ได้แค่เป็นไปเพื่อสำรวจรูปทรงของร่างกายและพิสูจน์ความบริสุทธิ์เท่านั้น แต่ยังเพื่อการันตีว่าข่านผู้ยิ่งใหญ่จะพบเห็นพื้นที่สงวนนั้นไร้ที่ติ สาวงาม อันดับต้น ๆ ที่ได้รับเลือกจะได้รับคะแนนประเมินจาก 16-20 คะแนน

หากข่านผู้ยิ่งใหญ่ต้องการผู้ที่งามที่สุด พระองค์จะรับสั่งเรียกเฉพาะผู้ที่ได้ 20 แต้ม…หญิงที่ได้รับเลือกจะไปอยู่ในการดูแลของหญิงที่รับหน้าที่ดูแลในวังและไปสู่ภรรยาของมหาดเล็ก ซึ่งจะเป็นผู้ตรวจสอบพวกเธอเป็นระยะเพื่อให้มั่นใจว่าพวกนางไม่มีข้อบกพร่องใดๆ ไม่นอนกรน หรือนอนดิ้น ลมปากหวานหอม และเมื่อถึงเวลาเช้าจะไม่มีกลิ่นตัว

หญิงสาวที่ได้รับเลือกในขั้นสุดท้ายจะถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มละ 6 คน เมื่อถึงเวลาที่พวกเธอจะเข้าถวายงาน หากเธอผ่านช่วงเวลา 3 วัน 3 คืนในห้องของพระองค์ไปแล้ว อีก 6 นางจะเข้ามาแทนที่ แต่หากข่านมีความต้องการเป็นพิเศษ จะมีหญิงสาวถูกเรียกเข้าไปในห้องจัดเตรียมเพื่อเตรียมตัวหากได้รับเรียกตัวขึ้นมา”

แมตเทโอ ริชชี มิชชันนารีชาวอิตาเลียน (1552-1610) ที่เข้ามาในราชสำนักในอีก 300 ปีต่อมาก็บอกเล่าคล้ายกับมาร์โค โปโล คือจักรพรรดิและพระโอรสคัดเลือกมเหสีและสนมจากความงามเป็นหลัก ไม่ค่อยคำนึงถึงเรื่องภูมิหลังส่วนตัวหรือชนชั้นมากนัก พวกเธอถูกคัดเลือกโดยกระบวนการพิเศษเฉพาะ

แต่ไม่ใช่หญิงสาวทุกรายที่ชื่นชมกับเกียรติที่ได้รับและมีความสุขกับชีวิตที่ต้องอยู่แต่ในวังเท่านั้น และต้องแยกจากครอบครัวอย่างสิ้นเชิง ธรรมเนียมการหาสนมของจักรพรรดิยังกลายเป็นต้นแบบให้ประชาชนด้วย ริชชี เล่าว่า ผู้ชายล้วนมีสิทธิมีเมียน้อย ชนชั้นไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกภรรยาแต่อย่างใด ปัจจัยเดียวคือเรื่องความสวยงามภายนอกเท่านั้น เมียน้อยสามารถหาซื้อได้ด้วยทองคำ 100 ชิ้นหรือน้อยกว่านั้นก็ได้

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

หลี่เฉวียน. ประวัติศาสตร์จีนฉบับย่อ. กรุงเทพฯ : มติชน, 2556

Humana, Charles., Wang Wu. Chinese Sex Secrets : A Look Behind the Screen. Hong Kong: CFW Publications Limited, 1998

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 14 มีนาคม 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...