โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

5 เครื่องดื่ม ห้ามทานพร้อมยาเด็ดขาด อันตรายกว่าที่คุณคิด!!

MThai.com

เผยแพร่ 02 มี.ค. 2562 เวลา 01.00 น.
หลายคนคงเคยได้ยินมาบ้างว่าห้ามกินยาพร้อมเครื่องดื่มต่างๆ

หลายคนคงเคยได้ยินมาบ้างว่าห้ามกินยาพร้อมเครื่องดื่มต่างๆ วันนี้เราจะมาคลายข้อสงสัยว่าทำไมถึงห้ามกินยากับ เครื่องดื่ม เหล่านี้ มีอะไรบ้างมาดูกันเลย

ชา กาแฟ

หลายคนที่ชอบดื่มชา กาแฟ อาจเผลอกินพร้อมกับยาไปบ้าง ซึ่งในชาและกาแฟมีคาเฟอีนจึงอาจทำให้เกิดอาการใจสั่น หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ซึ่งยาบางชนิด เช่น เช่น ยาแก้หวัด ยาขยายหลอดลม เมื่อทานยาเหล่านี้คู่กับชากาแฟอาจส่งผลข้างเคียงต่อหัวใจได้

นม

นมมีแคลเซียมซึ่งจะไปยับยั้งการดูดซึมของตัวยา อีกทั้งแคลเซียมยังไปจับตัวกับยาบางชนิด เช่น ยาฆ่าเชื้อ ยาปฏิชีวนะ ยาลดกรด ทำให้ตัวยาไม่สามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ ยาจึงออกฤทธิ์ได้ลดน้อยลงทำให้ไม่หายป่วยจากโรค และอาจส่งผลให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

น้ำผลไม้

น้ำผลไม้ถึงแม้จะมีประโยชน์แต่เมื่อกินคู่กับยาจะทำให้ยามีประสิทธิภาพลดน้อยลง โดยเฉพาะผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น น้ำส้ม น้ำมะนาว น้ำสับปะรด เพราะจะไปทำลายฤทธิ์ของตัวยาทำให้การรักษาไม่ได้ผลดีเท่าที่ควรทั้งยังทำให้กรดในกระเพาะอาหารเพิ่มมากขึ้น

น้ำอัดลม

น้ำอัดลมฤทธิ์เป็นกรดจึงทำให้ยาบางชนิดโดนกรดทำลายได้ และแก๊สในน้ำอัดลมจะไปกัดกระเพาะและขัดขวางการดูดซึมของตัวยา

แอลกอฮอล์

ยาบางชนิดเมื่อดื่มกับ แอลกอฮอล์ จะส่งผลให้เกิดอาการข้างเคียงได้ง่ายมากขึ้น เช่น เมาง่าย ใจสั่น เวียนหัว คลื่นไส้อาเจียน และอาจถึงขั้นหมดสติได้  สำหรับผู้ที่ทานยาขยายหลอดเลือด หากทานยาคู่กับ แอลกอฮอล์จะทำให้ความดันลดต่ำเร็วจนเป็นอันตรายได้ ดังนั้นในช่วงที่รับประทานยาควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันผลข้างเคียงต่อร่างกาย เพราะเมื่อดื่มแอลกอฮอล์ฤทธิ์จะอยู่ในร่างกายเป็นเวลานานแม้จะไม่ได้ดื่มพร้อมกับยาก็เป็นอันตรายได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...