โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ท่อก๊าซ 4,255 กม.ในมือ ปตท.

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2565 เวลา 06.04 น. • เผยแพร่ 30 ต.ค. 2563 เวลา 05.04 น.

จากเหตุการณ์ท่อส่งก๊าซธรรมชาติของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) รั่ว เกิดระเบิดไฟลุกไหม้ที่ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมากเบื้องต้นทางนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นำทีมผู้บริหาร ปตท.และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ลงพื้นที่เยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบทันที พร้อมสั่งการให้ช่วยเหลืออย่างเต็มที่โดยเร็วที่สุด

ล่าสุด ปตท.ยังไม่ได้ “สรุป” สาเหตุการระเบิด โดยได้นำส่งชิ้นส่วนท่อก๊าซและตัวอย่างดินบริเวณที่เกิดเหตุให้กับศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) เพื่อวิเคราะห์ความเสียหาย จากนั้นจะส่งผลให้กับผู้เชี่ยวชาญประเมินความเสียหายต่อไป

ปรับใช้ “น้ำมันเตา” แทน

เป็นที่ทราบกันดีว่า ระบบท่อส่งก๊าซของ ปตท. มีความยาวรวม 4,255 กิโลเมตร มีทั้งระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติแบบบนบกและในทะเล ซึ่งท่อเส้นที่เกิดเหตุเป็นท่อเส้นที่ 2 ช่วงบางปะกง-วังน้อย เริ่มเปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 2539

นายมนูญ ศิริวรรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบัน ปตท.เป็นผู้ประกอบการท่อส่งก๊าซธรรมชาติรายเดียวในประเทศไทย (นับตั้งแต่มีการวางระบบท่อส่งก๊าซเมื่อปี 2524)ต่างจากท่อส่งน้ำมันที่จะมีผู้ประกอบการหลายราย โดยเส้นทางท่อส่งก๊าซจะมี2 เส้นทางคือ ทางฝั่งตะวันออก จากอ่าวไทยขึ้นฝั่งที่มาบตาพุด ที่มีโรงแยกก๊าซ และส่งต่อมายังโรงไฟฟ้าบางปะกง และทางตะวันตกที่มาจากเมียนมา แต่เบื้องต้นท่อส่งก๊าซที่ระเบิดไม่ได้เชื่อมต่อเข้ากับโรงไฟฟ้า แต่เป็นท่อส่งก๊าซธรรมชาติไปยังกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ อ.บางบ่อ ดังนั้น โรงไฟฟ้าจะไม่ได้รับผลกระทบ ส่วนโรงงานที่ได้รับผลกระทบจะต้องปรับเปลี่ยนแผนการผลิตจากการใช้ก๊าซธรรมชาติไปเป็นน้ำมันเตาซึ่งก็อาจจะมีผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

ความปลอดภัย-แผนสำรอง

ในส่วนของประเด็นเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย “นายมนูญ” กล่าวว่า ความจริงแล้ว ปตท.ดูแลความปลอดภัยดีตามมาตรฐานสากลอยู่แล้ว ตั้งแต่การเดินท่อและดำเนินการ ซึ่งการระเบิดนี้ เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีก็ต้องไปตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากความชำรุดของท่อ โดยปกติหากท่อมีปัญหาจะมีการแจ้งเตือนไปยังระบบที่ตรวจวัดความดันภายในท่อ เช่น

ท่อรั่วความดันลดลงก็ต้องมีการแจ้งเตือน แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเร็วต้องไปตรวจสอบดูระบบ หรือมีใครทำให้ท่อฉีกเสียหายหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องการให้ทุกคนมองเหตุการณ์ครั้งนี้แล้วหวาดกลัวว่าจะไม่มีความปลอดภัย ในกระบวนการดำเนินการระหว่างนี้คงต้องมีการปิดเพื่อซ่อมแซมในช่วงที่เสียหาย ส่วนประเด็น “ความรับผิดชอบ”ต่อความเสียหาย ทาง ปตท.จะดำเนินการซ่อมแซมก่อน ซึ่งมีการทำประกันไว้ จากนั้นบริษัทประกันต้องตรวจสอบเพื่อเรียกค่าเสียหายจากผู้ที่เป็นสาเหตุการระเบิดต่อไป

มาตรฐาน ASME B31.8

ขณะที่ “นายอธิคม เติบศิริ” ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ ปตท. อธิบายถึงมาตรการด้านความปลอดภัยของระบบท่อส่งก๊าซว่า ปตท.ปฏิบัติตามมาตรฐานสากล (ASME B31.8)ในการบริหารจัดการท่อส่งก๊าซอย่างเคร่งครัดตลอดมา ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ก่อสร้าง การบริหารจัดการการขนส่งและการบำรุงรักษาระบบท่อส่งก๊าซ เพื่อประสิทธิภาพในการส่งก๊าซ และความปลอดภัยสูงสุดเป็นสำคัญ

โดยควบคุมและตรวจสอบการส่งก๊าซ ผ่านระบบควบคุมอัตโนมัติ (supervisorycontrol and data acquisition system)หรือระบบ SCADA ที่ศูนย์ปฏิบัติการชลบุรี ซึ่งสามารถควบคุมและติดตามข้อมูลการส่งก๊าซได้แบบ real time ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้สามารถทราบความผิดปกติของการส่งก๊าซได้

ทันที ทั้งยังมีสถานีควบคุมก๊าซ (block valve station) ตรวจสอบความดัน อุณหภูมิ และปริมาณการไหลของก๊าซ ตลอดแนวท่อ ซึ่งในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ผิดปกติ พนักงานควบคุมการส่งก๊าซจะสามารถสั่งการปิดวาล์วเพื่อตัดแยกระบบ ณ จุดเกิดเหตุ ผ่านระบบ SCADA ได้โดยตรง

สายส่ง กฟผ.โดนระเบิดด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น เหตุระเบิดยังได้สร้างความเสียหายต่อ “สายส่งไฟฟ้า” คือสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 230 กิโลโวลต์ (kV) คลองใหม่-ลำลูกกา วงจร 1 และ 2 ขาดทั้งสองวงจร และสายส่ง 230 kV บางปะกง-หนองจอก วงจร 1 ไม่สามารถนำเข้าใช้งานได้ ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ซ่อมแซมสายส่งดังกล่าว เสร็จสมบูรณ์ 100% ในวันที่ 27 ตุลาคม 2563

แต่ด้วยเหตุที่ กฟผ.มีระบบสำรองที่จะทำให้การส่งไฟฟ้าไม่สะดุด เรียกว่าN-1 หรือวงแหวน (ring) หากสายส่งขาดก็มีการส่งไฟฟ้าผ่านไปอีกทางด้านหนึ่งได้ โดยระบบสำรองมีครอบคลุมเกือบครบ 100% แล้ว จะมีบางพื้นที่เท่านั้นที่ยังไม่มีระบบสำรอง เช่น สตูลหรือจันทบุรี-ตราด ซึ่ง กฟผ.ลงทุนพัฒนาระบบสายส่งไฟฟ้าเพิ่มขึ้นให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...