โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวมทุกปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างจัดฟัน พร้อมวิธีรับมือ

HonestDocs

อัพเดต 31 ต.ค. 2563 เวลา 20.06 น. • เผยแพร่ 31 ต.ค. 2563 เวลา 20.06 น. • HonestDocs
อาการ หรือภาวะต่างๆ ของสุขภาพในช่องปาก ที่เกิดขึ้นได้จากการจัดฟัน มีอะไรบ้าง? จัดฟัน แล้วฟันโยก ฟันเหลือง เหงือกบวม เป็นเพราะอะไร? ต้องจัดการอย่างไร?

สุขภาพช่องปากที่ดีไม่ใช่แค่การมีฟันเรียงตัวที่สวยงาม แต่ยังต้องรวมถึงความสะอาด ไม่มีฟันผุ เหงือกอักเสบ หินปูน และกลิ่นปาก

ในผู้ที่จัดฟัน การทำความสะอาดฟันขณะที่มีเครื่องมือจัดฟันติดอยู่นั้นทำได้ยากกว่าปกติ

นอกจากจะทำให้คนไข้รู้สึกปากไม่สะอาดและไม่สวยงามแล้ว หากไม่ได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสม ยังก่อให้เกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย

เช่น ทำให้ต้องจัดฟันนานกว่าปกติ หรือเป็นโรคเหงือก ซึ่งอาจทำให้ทันตแพทย์จัดฟันพิจารณาถอดเครื่องมือจัดฟันออกก่อนที่จะจัดเสร็จ ทั้งนี้เพื่อรักษาโรคเหงือกก่อนที่จะลุกลามมากขึ้น

อาการหรือภาวะต่างๆ ของสุขภาพในช่องปากที่อาจเกิดขึ้นได้ขณะจัดฟัน

เนื่องจากมีอุปกรณ์จัดฟันขัดขวางอยู่ ดังนั้นผู้จัดฟันจึงมักมีปัญหาเรื่องความสะอาด นำมาสู่อาการและภาวะต่างๆ ได้ แต่ทุกภาวะสามารถป้องกันและรักษา ด้วยวิธีต่อไปนี้

1. การสูญเสียแร่ธาตุของผิวเคลือบฟัน (Demineralization)

เมื่อมีคราบอาหารหรือน้ำตาลติดค้างอยู่บนผิวฟัน แบคทีเรียก่อฟันผุจะย่อยน้ำตาล เกิดเป็นกรดกัดผิวเคลือบฟัน เกิดการสูญเสียแคลเซียมและฟอสเฟตออกจากผิวฟัน

ในระยะแรกของการสูญเสียแร่ธาตุ ผิวฟันจะเห็นเป็นสีขาวขุ่น เมื่อเป็นมากขึ้นจึงเกิดเป็นรู

นั่นคือกลไกการเกิดฟันผุนั่นเอง

รอยสีขาวขุ่นนี้มักเกิดรอบๆ แบรกเก็ตโลหะที่ยึดกับฟัน (Bracket) เนื่องจากเป็นส่วนที่เศษอาหารมักติดค้าง และคนไข้มักแปรงฟันทำความสะอาดส่วนนี้ไม่เพียงพอ

ดังนั้น คนไข้จัดฟันควรแปรงฟันหลังอาหารทุกมื้อ ใช้ไหมขัดฟันวันละ 1 ครั้ง และงดน้ำอัดลมซึ่งทำให้เกิดสภาวะกรดในช่องปาก

2. เหงือกอักเสบ (เหงือกบวม)

เหงือกอักเสบ คือ การที่ขอบเหงือกรอบๆ ฟันมีการอักเสบ บวม แดง กดเจ็บ และเลือดออกง่าย

เกิดจากการสะสมของคราบแบคทีเรียและหินปูน หรือคนไข้ทำความสะอาดได้ไม่ดีพอ

เหงือกอักเสบนั้นเป็นโรคที่หายได้ แต่ไม่ควรละเลย เนื่องจากเหงือกอักเสบเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นโรคปริทันต์อักเสบในอนาคต

คนไข้ควรแปรงฟันให้สะอาด ไม่ให้มีคราบแบคทีเรียหรือขี้ฟันหลงเหลือ ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน และขูดหินปูนทุก 6 เดือน

3. ฟันโยก

ขณะจัดฟันอาจมีฟันโยกได้เล็กน้อยจากการเคลื่อนฟัน

อย่าลืมแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบทุกครั้งเพื่อตรวจหาความผิดปกติ เพราะการโยกของฟันที่มากกว่าปกติอาจมีสาเหตุจากโรคเหงือกซึ่งมีการละลายของกระดูกรอบๆ ฟัน

4. เสียวฟัน

อาการเสียวฟันเกิดจากฟันสึกหรือเหงือกร่น ทำให้รากฟันบริเวณคอฟันสัมผัสกับสิ่งกระตุ้น เช่น ความร้อน ความเย็น

คนไข้จัดฟันสามารถมีการเสียวฟันได้มากกว่าปกติ เนื่องจากการทำความสะอาดเป็นไปได้ยาก นำไปสู่เหงือกอักเสบและเหงือกร่นได้

อีกสาเหตุของการเสียวฟันคือ ฟันผุลึก

บางครั้งคนไข้อาจมองไม่เห็นรอยผุเนื่องจากอาจผุที่บริเวณซอกฟัน

ดังนั้น หากมีอาการเสียวฟัน ควรแจ้งให้ทันตแพทย์จัดฟันทราบเพื่อตรวจหาสาเหตุ หากมีฟันผุจะได้รักษาด้วยการอุดฟัน

ทั้งนี้ควรทำความสะอาดด้วยการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันให้ดีทุกวันเพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้

5. คราบแบคทีเรีย

คราบแบคทีเรียคือ แผ่นคราบเหนียว สีขาว-เหลือง ที่เกาะอยู่บนผิวฟัน ประกอบด้วย คราบอาหาร แบคทีเรีย และกรดที่แบคทีเรียสร้างขึ้นจากการย่อยน้ำตาล

สามารถก่อให้เกิดปัญหาในช่องปาก ทั้งฟันผุ เหงือกอักเสบ หินปูน และ กลิ่นปาก โดยเฉพาะบริเวณขอบรอบๆ แบรกเก็ตหรือโลหะยึดฟัน

วิธีป้องกันคือต้องแปรงและใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดให้ดี

6. หินปูน

หินปูน คือคราบแบคทีเรียที่เกาะติดฟันอยู่เป็นเวลานาน ไม่ได้รับการแปรงหรือใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาด

จนกระทั่งแข็งขึ้นกลายเป็นหินปูน และอาจมีการตกตะกอนของแร่ธาตุต่างๆ เข้าไป ทำให้มีสีเข้ม

เมื่อคราบแบคทีเรียแข็งจนกลายเป็นหินปูนแล้ว คนไข้จะไม่สามารถแปรงหรือกำจัดหินปูนออกเองได้

ผู้ที่จัดฟันต้องแปรงฟันและใช้ไหมจัดฟันให้ดีทุกวัน และควรให้ทันตแพทย์ขูดหินปูนให้อย่างสม่ำเสมอ ทุก 6 เดือน เป็นต้น

7. กลิ่นปาก

กลิ่นปากอาจเกิดได้จากสาเหตุ เช่น สุขภาพช่องปากที่ไม่สะอาด โรคประจำตัว สูบบุหรี่ หรือการรับประทานอาหารที่มีกลิ่นแรง เช่น หัวหอม กระเทียม

ปัญหากลิ่นปากของคนไข้จัดฟันมักเกิดจากสุขภาพช่องปากที่ไม่สะอาดเพียงพอ จนเกิดเศษอาหารและคราบแบคทีเรียที่สะสมในช่องปาก ทำให้เกิดกลิ่นในที่สุดนั่นเอง

เครื่องมือจัดฟันมีช่องและซอกหลืบมากมาย คนไข้จึงควรตระหนักในการทำความสะอาดให้ดียิ่งขึ้น เช่น ควรแปรงฟันหลังอาหารทุกมื้อ และใช้ไหมขัดฟันที่ออกแบบมาเพื่อคนไข้จัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง

อย่าลืมแปรงลิ้นเพื่อลดการสะสมของแบคทีเรีย อาจใช้น้ำยาบ้วนปากช่วยเสริมได้ แต่ไม่ควรละเลยการแปรงฟันและไหมขัดฟันโดยเด็ดขาด

จัดฟันแบบใส ดูแลง่ายกว่าจัดฟันแบบลวดใช่หรือไม่?

อุปกรณ์จัดฟันแบบใสทำความสะอาดง่ายกว่าการจัดฟันแบบติดเหล็กก็จริง แต่อย่างไรก็ต้องการการทำความสะอาดที่เพียงพอเช่นกัน

มิเช่นนั้นก็จะเกิดปัญหาสุขภาพช่องปากต่างๆ ตามมาได้ในที่สุด

ปัญหาอื่นๆ ที่คนไข้มักพบในระหว่างจัดฟัน

นอกจากเรื่องอาการและภาวะ ยังมีปัญหาอื่นๆ ที่ผู้จัดฟันมักพบได้ ได้แก่

1. จัดฟันแล้วพูดไม่ชัด หรือน้ำลายหก

ในระยะแรกที่เริ่มติดเครื่องมือจัดฟันไป คนไข้ส่วนมากพบปัญหาการพูดไม่ชัด บางคนถึงขั้นน้ำลายหกโดยไม่รู้สึกตัว

เนื่องจากยังไม่ชินกับอุปกรณ์ที่ทันตแพทย์ติดที่ผิวฟัน รวมทั้งลวด อุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่มีผลทำให้ขัดขวางการออกเสียง หรือปิดปากได้ไม่สนิท

แต่อาการเหล่านี้จะค่อยๆ หายไปหลังจากที่คนไข้เริ่มปรับตัวได้ ซึ่งระยะเวลาในการปรับตัวนั้นช้าหรือเร็วแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์

เพราะฉะนั้นไม่ต้องเป็นกังวล หลังจากติดเครื่องมือไปใหม่ๆ พยายามจิบน้ำเปล่าบ่อยๆ ไม่ให้ปากแห้ง จะช่วยลดการเสียดสีของเครื่องมือกับริมฝีปากและกระพุ้งแก้มได้

ป้องกันการเป็นแผลในช่องปากและช่วยให้ปรับตัวกับเครื่องมือได้ง่ายขึ้น

2. เผลอกลืนอุปกรณ์จัดฟันลงคอ

ในบางครั้งผู้ที่จัดฟันอาจพบปัญหาอุปกรณ์จัดฟันหลุด เช่น แบรกเก็ต ยางจัดฟัน และคนไข้บางรายอาจเผลอกลืนลงไป

แต่ไม่ต้องกังวล เนื่องจากอุปกรณ์จัดฟันทำจากวัสดุที่ไม่เป็นพิษต่อร่างกาย ร่างกายจะกำจัดออกมาทางการขับถ่ายตามปกติ

คำแนะนำคือ พยายามปฏิบัติตามที่ทันตแพทย์บอก หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีลักษณะแข็ง เหนียว หรือชิ้นใหญ่จนเกินไป เพราะจะทำให้อุปกรณ์จัดฟันหลุดได้

นอกจากมีโอกาสกลืนลงคอได้ ยังทำให้การรักษาไม่คืบหน้า ส่งผลให้การรักษาใช้เวลาที่นานขึ้น

3. เหล็กจัดฟันชอบหลุด

หากเหล็กจัดฟันหลุด ในกรณีที่สามารถพบทันตแพทย์จัดฟันได้เร็วกว่ากำหนดนัด ก็แนะนำให้ไปพบได้ก่อนเพื่อให้คุณหมอตรวจและแก้ไขแต่เนิ่นๆ

เพราะการที่เหล็กจัดฟันหลุดบ่อยจะมีผลให้การรักษาไม่คืบหน้าและต่อเนื่อง

ส่วนการป้องกัน แนะนำให้หั่นอาหารเป็นชิ้นเล็กพอคำก่อนรับประทาน แปรงฟันไม่แรงจนเกินไป ระวังปลายหัวแปรงกระแทกกับเหล็ก หรือการใช้ไม้จิ้มฟันไม่ระวัง

4. ลวดทิ่มแก้มหรือเหงือกจนเป็นแผล

หากปลายลวดยื่นออกมาไม่มากนัก แนะนำใช้ขี้ผึ้งที่ได้รับจากทันตแพทย์จัดฟัน ปั้นเป็นก้อนเล็กๆ แล้วแปะทับไปที่ลวดหรือเครื่องมือที่แหลมคม

แต่ถ้าปลายลวดยื่นออกมามาก หรือปลายลวดหลุดออกมาจากเหล็กจัดฟัน ทิ่มแก้มเป็นแผล ให้รีบไปพบแพทย์ที่เรารักษาอยู่ เพื่อแก้ไขได้ทันท่วงที

👨‍⚕️⚕️👩‍⚕️⚕️ ค้นหาโรค อาการ ยา โรงพยาบาล คลินิก และอ่านบทความสุขภาพ เขียนโดยคุณหมอหรือผ่านการรีวิวจากคุณหมอแล้ว ที่ www.honestdocs.co และ www.honestdocs.id 

💪❤️ ไม่พลาดข้อมูลดีๆ ที่จะทำให้คุณแข็งแรงขึ้นทั้งกายและใจ คลิกที่นี่เพื่อแอดไลน์ @hdcoth หรือแสกน QR Code ด้านล่างนี้ และยังติดตามเราได้ที่ Facebook และ Twitter วันนี้

📱📰 โหลดแอป HonestDocs สำหรับ iPhone หรือ Android ได้แล้ววันนี้! จะอ่านบทความ จะเก็บบทความไว้อ่านทีหลัง หรือจะแชร์บทความให้คนที่เราเป็นห่วง ก็ง่ายกว่าเดิมเยอะ

เปรียบเทียบดีลสุขภาพ ทำฟัน และความงาม จาก รพ. และคลินิกกว่า 100 แห่ง พร้อมจองคิวผ่าน HonestDocs คุณหมอมือถือได้เลยวันนี้ ถูกกว่าไปเอง

ขอบคุณที่วางใจ ทุกเรื่องสุขภาพอุ่นใจ ให้ HonestDocs (ออเนสด็อกส์) คุณหมอมือถือ ดูแลคุณ ❤️

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...