โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

FWD ขยายท่อธุรกิจในไทย รุก "ประกันวินาศภัย" ทำกำไร

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 ต.ค. 2563 เวลา 10.16 น. • เผยแพร่ 19 ต.ค. 2563 เวลา 10.31 น.
“บ๊อบ เวาเทอร์ส”

หลังจากเข้าเทกโอเวอร์กิจการ “สยามซิตี้ประกันภัย” เมื่อเดือน ธ.ค. 2562 ล่าสุด “เอฟดับบลิวดีกรุ๊ป” ยักษ์ใหญ่ประกันสัญชาติฮ่องกง ได้ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่ที่จะรุกธุรกิจประกันวินาศภัยในไทย เป็น “เอฟดับบลิวดีประกันภัย” (FWD GI)

พร้อมประกาศปรับภาพลักษณ์ และแผนยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้น “การรับประกันผ่านระบบดิจิทัลแบบครบวงจร” เป็น “รายแรกในไทย” ในการเปิดตัวเป็นทางการ เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา

โดย “บ๊อบ เวาเทอร์ส” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประกาศว่า บริษัทจะโฟกัสที่การขายผลิตภัณฑ์ประกันที่ “ทำกำไร” เท่านั้น ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทอยู่ภายใต้ “เอฟดับบลิวดีกรุ๊ป” และบริษัท “Boltech” ที่เป็นบริษัทอินชัวร์เทคที่ทำธุรกิจอยู่ในภูมิภาคเอเชียและยุโรป ทำให้สามารถใช้ระบบนิเวศ (ecosystem) จากเครือข่ายพันธมิตรของ Boltech ที่มีอยู่ด้วยกัน 3 ด้าน ได้แก่ การรับประกันโทรศัพท์มือถือ(device protection), นายหน้าประกันภัยรูปแบบดิจิทัล (insurtech exchage) และบริษัทรับประกันภัยรูปแบบดิจิทัล (digital insurance)

“เมื่อ 6 สัปดาห์ก่อน บริษัทได้ทำธุรกิจร่วมกับบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ด้วยการนำเสนอสินค้า “Samsung Care+” บริการดูแลอุปกรณ์ galaxy โดยให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับโทรศัพท์หรือแท็บเลตที่ซื้อใหม่ที่สาขาของซัมซุงกว่า 100 สาขาทั่วประเทศ ตอนนี้พยายามหาคู่ค้าแบรนด์มือถือและแท็บเลตเพิ่มต่อเนื่อง”

ส่วนโมเดลนายหน้าประกันภัยรูปแบบดิจิทัล ขณะนี้ได้ทำธุรกิจร่วมกับ “Frank.co.th” ซึ่งเป็นโบรกเกอร์ที่เน้นซื้อขายประกันผ่านออนไลน์ โดยมีผลิตภัณฑ์หลัก คือ “ประกันรถยนต์” รวมถึงพันธมิตรคู่ค้าอย่าง“เงินติดล้อ” และในอนาคตข้างหน้าจะขยายช่องทางอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์ม และเครือข่ายโทรคมนาคมเพิ่มเติม

นอกจากนี้จะมุ่งสนับสนุนให้ตัวแทนประกันชีวิตของเอฟดับบลิวดีประกันชีวิตสอบใบอนุญาตขายประกันวินาศภัย เพื่อขยายงานเพิ่มเติมด้วย และโดยเฉพาะช่องทางขายผ่านธนาคาร (แบงก์แอสชัวรันซ์) จะเป็นอีกช่องทางที่เติบโตต่อไปในอนาคต และจะนำเสนอผลิตภัณฑ์บน “โมบายแบงกิ้ง” เพื่อให้สอดคล้องพฤติกรรมการทำธุรกรรมของคนที่ไม่เข้าสาขา ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ทุกธนาคาร

“บ๊อบ” กล่าวอีกว่า ปัจจุบันแม้ว่าแนวโน้มความต้องการหรือกำลังซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยในไทยจะลดน้อยลง แต่ตามผลวิจัย “Global Data” พบว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า (2561-2566) การเติบโตของธุรกิจประกันภัยในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นจาก 2.476 แสนล้านบาท ไปยัง 2.855 แสนล้านบาทและยิ่งผลพวงโควิด-19 ระบาด จะทำให้รูปแบบการซื้อขายออนไลน์เป็นที่ต้องการกับตลาด

ทั้งนี้ คาดว่าช่องทางดิจิทัล เบี้ยประกันจะเพิ่มขึ้น 35% หรือ 2.2 แสนล้านบาทในปีนี้ เนื่องจากผลความปกติใหม่ (new normal) โดยลูกค้าสนใจซื้อประกันรถยนต์ ประกันอุบัติเหตุ ประกันทรัพย์สิน อัคคีภัย และประกันสุขภาพ ที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญ

“ธุรกิจของเรายังไซซ์เล็กมาก และช่วง 6 เดือนแรก เบี้ยประกันรับรวมก็ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และกิจกรรมต่าง ๆ ชะงักจากการประกาศล็อกดาวน์ ทำให้ตัวเลขดรอปลงไปค่อนข้างมาก แต่ในทางกลับกันผลการเคลมประกันก็ลดลงเช่นเดียวกัน ทำให้ยังประเมินภาพสิ้นปีนี้ได้ยาก เพราะทิศทางของเบี้ยจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์โควิดว่าจะกระทบกำลังซื้อมากน้อยแค่ไหน อย่างไรก็ดี บริษัทเล็งปรับโมเดลโปรดักต์ โดยให้ความคุ้มครองระยะสั้น ๆ มากขึ้น รวมถึงมีแผนลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องในอีก 1-2 ปีข้างหน้า”

การขยายขอบเขตธุรกิจประกันภัยของ “เอฟดับบลิวดีกรุ๊ป” เป็นการต่อจิ๊กซอว์ธุรกิจให้ครบวงจรมากขึ้น ส่วนจะรุกคืบตลาดประกันในไทยได้มากแค่ไหน คงต้องติดตามกันต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...