โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สธ.เจออีก สาวลักลอบเข้าไทยติดโควิด เที่ยวงานสิงห์ปาร์ค แก๊งเดียวกับสาวราชบุรี 

MATICHON ONLINE

อัพเดต 08 ธ.ค. 2563 เวลา 07.33 น. • เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2563 เวลา 06.31 น.

สธ.เจออีก สาวลักลอบเข้าไทยติดโควิด เที่ยวงานสิงห์ปาร์ค แก๊งเดียวกับสาวราชบุรี

วันนี้ (8 ธันวาคม) ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.จักรรัตน์ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน กรมควบคุมโรค รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในประเทศไทย

นพ.จักรรัตน์กล่าวว่า วันนี้พบผู้ป่วยรายใหม่ 19 ราย อยู่ในสถานกักกันของราชการกำหนด (Quarantine) 15 ราย ติดเชื้อในประเทศ 4 ราย รวมสะสม 4,126 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่เดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติ 1 ราย หญิงไทย อายุ 21 ปี เป็นแม่บ้าน เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน เดินทางมาจาก จ.ท่าขี้เหล็ก เมียนมา เข้ามายัง จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ผลตรวจพบเชื้อโดยไม่มีอาการ เข้ารักษาที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ โดยรายนี้มีความเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้คือ หญิงไทย อายุ 36 ปี เดินทางมาจาก จ.ท่าขี้เหล็ก และเดินทางต่อไปยัง จ.ราชบุรี

ไทม์ไลน์ของผู้ติดเชื้อรายดังกล่าว โดยทีมปฏิบัติการสอบสวนโรคสํานักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เชียงราย ดำเนินการสอบสวนและควบคุมโรค พร้อมติดตามผู้สัมผัสทั้งหมดเข้ารับการตรวจและกักกันสังเกตอาการตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 9 ราย และผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 8 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล (รพ.) เอกชน ใน อ.แม่สาย

เมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนอยู่ในประเทศเมียนมา ต่อมาเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ผู้ติดเชื้อเดินทางเข้าประเทศไทย

เวลา 06.00 น. ผู้ป่วยเดินทางเข้ามายังประเทศไทยกับเพื่อนผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันใน จ.ราชบุรี ด้วยเส้นทางธรรมชาติ มีชาวเมียนมาเป็นผู้นำทางมาส่ง

เวลา 07.00 น. ผู้ป่วยโทรหาแฟนให้ไปรับตนพื้นที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง

เวลา 08.00 น. แฟนของผู้ป่วยเดินทางถึงสถานที่นัดพบ และเดินทางต่อไปยังสนามบินเชียงรายเพื่อไปส่งเพื่อน (ผู้ป่วย จ.ราชบุรี) ขึ้นเครื่องบินไป กทม.

เวลา 09.00 น. เดินทางไปถึงสนามบินเชียงราย หลังจากนั้นผู้ป่วยและแฟนเดินทางกลับบ้านทันทีโดยไม่ได้ลงจากรถ

เวลา 10.30 น. ผู้ป่วยและแฟนเดินทางถึงบ้าน

เวลา 18.00 น. ผู้ป่วยและแฟนเดินทางไปเที่ยวงานที่สิงห์ปาร์ค จ.เชียงราย โดยมี ก.และ ข. เดินทางโดยสารไปด้วย และมีเพื่อนมาสมทบอีก 3 คนในภายหลัง ขณะเดียวกัน ค.และ ง. มาคันเดียวกัน ส่วน จ. เดินทางมาจาก กทม. และได้ขับรถยนต์ส่วนตัวตามไปที่งาน ทั้ง 7 คนนั่งบริเวณส่วนกลางของงานใกล้กับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้าใน จ.พะเยา

เวลา 24.00 น. เดินทางออกจากงานและกลับถึงบ้านเวลา 03.00 น.

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม ผู้ป่วยอาศัยอยู่แต่ในบ้านไม่ได้ออกไปไหน

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม
เวลา 14.00 น. ผู้ป่วยและแฟนเดินทางมาขอตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่ รพ.เอกชน ใน อ.แม่สาย ตามสิทธิ สปสช. เมื่อได้คิวแล้วเดินทางกลับบ้านทันที

เวลา 15.45 น. ผู้ป่วยและแฟนเดินทางมายังจุดตรวจ

เวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ รพ.ทำการเก็บตัวอย่างเพื่อส่งตรวจ ยังไม่ได้ผล

เวลา 16.10 น. ผู้ป่วยและแฟนเดินทางออกจาก รพ. และเมื่อถึงบ้านก็อยู่แต่ในบ้านไม่ได้ออกไปไหน

ต่อมาเวลา 16.20 น. ผู้ป่วยและแฟนเดินทางมายังจุดบริการตรวจโควิค-19 ใน รพ.เอกชน อ.แม่สาย เพื่อเข้ารับการตรวจโควิด-19 อีกครั้ง โดยยินดีชำระเงินเองเนื่องจากไม่ต้องการรอผลตรวจนาน

 

เวลา 16.50 น. เจ้าหน้าที่การเงินมาเก็บค่าบริการ

เวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ รพ.ทำการเก็บตัวอย่างเพื่อส่งตรวจ

เวลา 17.10 น. เจ้าหน้าที่ทำการนำเงินทอนมาให้

เวลา 17.12 น. ผู้ป่วยและแฟนเดินทางออกจาก รพ. และมาถึงบ้านก็อาศัยอยู่แต่ในบ้านไม่ได้ออกไปไหน

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม รับแจ้งผลการตรวจพบว่า ติดเชื้อ SAR-CoV-2 หลังจากนั้น รพ.แม่สาย ส่งตัวผู้ป่วยเข้ารับการรักษาที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์

“มีประวัติการเดินทางไปเที่ยวในงานสิงห์ปาร์คร่วมกับเพื่อนอีก 5 คน รวมเป็น 7 คน ซึ่งทางกรมควบคุมโรคและทางจังหวัดได้ทำการสอบสวนและควบคุมโรค ทุกรายอยู่ในการกักกันโรคเรียบร้อยแล้ว โดยสรุปจำนวนผู้ติดเชื้อที่มีความเกี่ยวข้องกับ จ.ท่าขี้เหล็ก เมียนมา รวมทั้งหมด 39 ราย ซึ่งกระจายอยู่ใน จ.เชียงใหม่ 5 ราย เชียงราย 27 ราย พะเยา 1 ราย กทม. 3 ราย พิจิตร 1 ราย ราชบุรี 1 ราย และสิงห์บุรี 1 ราย” นพ.จักรรัตน์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...