พิโกไฟแนนซ์ตะวันออก-อีสานยอดพุ่ง หนุ่มสาวโรงงานกู้โปะแบงก์เลิกพักหนี้
หนุ่ม-สาวโรงงานตะวันออก-อีสานแห่ขอกู้ธุรกิจพิโกไฟแนนซ์ยอดพุ่ง บริษัททรีมันนี่-บริษัทบูราพาณิชย์ เผยลูกค้าแจงเหตุขอกู้ “ราคาข้าวตกต่ำต้องส่งเงินช่วยทางบ้าน-พร้อมหมุนเงินจ่ายหนี้แบงก์-จ่ายหนี้นอกระบบ” หลังรัฐบาลสิ้นสุดมาตรการพักหนี้ 6 เดือนครบสิ้นตุลาคม 2563 ด้านบริษัททรีมันนี่ เผย 18 สาขาใน 3 บริษัทพนักงานทำเอกสารแทบไม่ทัน แต่ละวันคนมาขอกู้เงินทะลัก วงเงินเฉลี่ยขอกู้ 30,000-100,000 บาท/ราย ขณะเดียวกัน “บูราพาณิชย์” เผยเศรษฐกิจชะลอตัวทำหนี้เสียสูงถึง 15%
นายไชยวัฒน์ อึ้งสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรีมันนี่ จำกัด ผู้ประกอบการพิโกไฟแนนซ์จังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า ขณะนี้ทั้ง 18 สาขาของบริษัททรีมันนี่กำลังเร่งปล่อยเงินกู้ให้กับลูกค้าไม่ต่ำกว่า 6-8 ล้านต่อสัปดาห์ จนทำให้พนักงานทำเอกสารรับโทรศัพท์แทบไม่ทัน
โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพนักงานโรงงานอุตสาหกรรมเป็นหลักถึง 95% และส่วนหนึ่งของลูกค้าในกลุ่มนี้เป็นลูกหลานของชาวนาที่เข้ามาทำงานโรงงาน และต้องส่งเงินกลับไปช่วยทางบ้าน เนื่องจากปีนี้ราคาข้าวเปลือกถูกมาก ชาวนาไม่สามารถขายข้าวเพื่อหาเงินไปใช้หนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้เพียงพอ
ที่สำคัญที่เป็นประเด็นหลักในตอนนี้คือ นโยบายที่รัฐบาลเคยขอให้สถาบันการเงินผ่อนผันการชำระหนี้ของลูกหนี้ออกไป 6 เดือน ตอนนี้ครบกำหนดแล้ว รัฐบาลไม่ต่อมาตรการให้ ธนาคารไม่ผ่อนผันการชำระหนี้แล้ว ทำให้ช่วงเดือนตุลาคม 2563 เป็นต้นมา ลูกค้าแห่มาขอกู้เงินเพื่อนำไปใช้จ่ายมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว ขณะเดียวกันลูกค้าบางคนเป็นหนี้นอกระบบอยู่แล้วก็มาขอกู้ เพื่อนำเงินไปใช้หนี้ 70,000-80,000 บาทต่อราย
“บางคนระบุมาชัดเจนเลยว่า เพื่อไปใช้หนี้แทนครอบครัว เพื่อเป็นค่าเกี่ยวข้าว เพื่อใช้หนี้ ธ.ก.ส. ลูกค้าหลายรายบอกว่า ปีนี้ชาวนาขายข้าวใช้หนี้ไม่ได้ เพราะข้าวถูกมาก ถูกกว่าราคามาม่าเสียอีกตอนนี้ทางบ้านอยู่ในช่วงเกี่ยวข้าวพ่อแม่จะโทรมาขอเงินลูกให้ช่วยจ่ายหนี้ปลายปีประมาณ 2-3 หมื่นบาท” นายไชยวัฒน์กล่าว
นายไชยวัฒน์กล่าวต่อไปว่า สำหรับวงเงินที่ลูกค้าขอกู้ไปใช้เองกลุ่มนี้มีไม่มากเฉลี่ยประมาณ 10,000 บาท/ราย ส่วนการขอกู้เพื่อนำไปใช้หนี้วงเงินอยู่ที่ 30,000-150,000 บาท/ราย โดยเฉลี่ยทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 80,000 บาท/ราย โดยยอดรวมลูกค้าตั้งแต่เดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2563 มีมากถึง 1,000 กว่ารายและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกมาก
เพราะคนเริ่มรู้จักบริษัททรีมันนี่มากขึ้นจากการบอกต่อเพราะให้บริการด้วยความสะดวกรวดเร็ว หากเอกสารเข้ากับเงื่อนไขการขอกู้ก็ได้เงินภายใน 7 วัน โดยบริษัททรีมันนี่ได้ประกาศตัดเอกสารขอกู้ภายในวันที่ 2 ธันวาคม2563 และจะเริ่มรับใหม่หลังจากวันที่ 11 มกราคม 2564 และตอนนี้วงเงินที่บริษัทปล่อยกู้ไปประมาณ 200 ล้านบาทแล้ว
“ช่วงเกิดโควิด-19 บริษัททรีมันนี่มีความระมัดระวังสูงในการปล่อยวงเงินกู้ให้กับลูกค้ากลุ่มพนักงานโรงงานอุตสาหกรรม โดยปล่อยกู้ไปน้อยมาก แต่เมื่อสถานการณ์คลี่คลายจึงกลับมาปล่อยกู้เต็มที่ เพราะรายได้ของลูกค้ากลับมาเป็นปกติแล้ว ทำให้ความคึกคักของการขอกู้พิโกไฟแนนซ์ในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมถือว่ากลับมาคึกคักกว่าปกติมาก เพราะลูกค้ากลับมาทำงาน ทำโอทีมากกว่าช่วงโควิด-19 หลายเท่า เนื่องจากช่วงที่โรงงานบางแห่งหยุดไปไม่มีการสต๊อกสินค้าไว้ จึงต้องเร่งการผลิตก่อนถึงช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ด้วย” นายไชยวัฒน์กล่าว
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัททรีมันนี่ฯมีการดำเนินการธุรกิจพิโกไฟแนนซ์อยู่ทั้งหมด 18 บริษัท แบ่งเป็นในจังหวัดฉะเชิงเทราทั้งหมด 3 บริษัท จังหวัดชลบุรี 3 บริษัท จังหวัดระยอง 3 บริษัท จังหวัดปราจีนบุรี 3 บริษัท จังหวัดสมุทรปราการ 3 บริษัท และอยู่ในกรุงเทพฯอีก 3 บริษัท
นายบูรพงศ์ วรรักษ์ธารา กรรมการผู้จัดการ บริษัทบูราพาณิชย์ จำกัด อบการพิโกไฟแนนซ์ พลัส จังหวัดขอนแก่น และกรรมการหอการค้าจังหวัดขอนแก่น เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้วงเงินกู้ของบริษัทส่วนใหญ่ประมาณ 60-70% เป็นการปล่อยกู้ให้กับกลุ่มลูกค้าที่เป็นเกษตรกร ชาวนาเข้ามาใช้บริการขอกู้เงินกับบริษัทเป็นจำนวนมาก
เนื่องจากช่วงปีนี้ข้าวราคาไม่ดีนัก โดยเกษตรกรกลุ่มนี้จะมีลูกหลานที่ทำงานอยู่กรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคโควิด-19 กลับภูมิลำเนามาจำนวนมาก จะนำโฉนดที่ดินมาค้ำประกัน เพื่อขอกู้เงินไว้ใช้จ่ายประมาณ 20% วงเงินเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 100,000 บาท/ราย ขณะเดียวกันสถานการณ์โควิดได้ส่งผลกระทบต่อบริษัท โดยยอดเงินกู้ลูกค้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญกว่า 50% และเกิดปัญหาหนี้เสียประมาณ 15%
“ตอนนี้ทางบริษัทบูราพาณิชย์ต้องเร่งปรับตัวหลายอย่าง เช่น การปรับลดดอกเบี้ยลงเพราะต้องประคองอัตราหนี้เสียไม่ให้มากไปกว่านี้ ลูกค้าก็เริ่มมาเคลียร์หนี้ได้บ้าง ทำให้การชำระหนี้ดีขึ้น ลูกค้ากลับมากู้เงินเพิ่มมากขึ้นในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาแม้ว่าจะยังไม่กลับมาอยู่ในระดับปกติ ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจกำลังเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น และคาดว่าจะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมแล้วในปี 2563 ผมปล่อยกู้ไปแล้วกว่า 30 ล้านบาท และตั้งวงเงินปล่อยกู้ไว้จนถึงสิ้นปีนี้ต่อเนื่องถึงไตรมาสแรกปี 2564 อีกประมาณ 10 ล้านบาท” นายบูรพงศ์ กล่าว
นายบูรพงศ์กล่าวต่อไปว่า ข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือระบุว่า หนี้ครัวเรือนของประชาชนสูงขึ้น จึงคาดเดายากว่าทิศทางเศรษฐกิจในภาคอีสานจะเป็นอย่างไร ดังนั้นตอนนี้ภาคเอกชนกำลังช่วยกันจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจแต่ก็ยังชะลอตัวอยู่
เพราะแรงงานในจังหวัดขอนแก่นที่ไปทำงานในกรุงเทพฯตกงาน และกลับภูมิลำเนามาจำนวนมาก ขณะเดียวกันหลังสถานการณ์โควิด-19 การแข่งขันในธุรกิจพิโกไฟแนนซ์สูงขึ้น โดยมีพิโกไฟแนนซ์รายใหม่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก รวมทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่มีการเข้าถึงลูกค้าโดยตรงมากขึ้น
อนึ่ง สำนักงานเศรษฐกิจการคลังระบุว่า ภาพรวมสถานะสินเชื่อคงค้าง ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2563 มียอดสินเชื่อคงค้างจำนวนทั้งสิ้น 149,860 บัญชี คิดเป็นจำนวนเงิน 3,512.16 ล้านบาท โดยมีสินเชื่อค้างชำระ 1-3 เดือน สะสมรวมทั้งสิ้น 20,246 บัญชี หรือคิดเป็นจำนวนเงินสะสมรวม 523.76 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 14.91 ของยอดสินเชื่อคงค้างสะสม
และมีสินเชื่อค้างชำระที่เกินกว่า 3 เดือน (NPL) สะสมรวมจำนวน 23,920 บัญชี หรือคิดเป็นจำนวนเงินสะสมรวม 569.01 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 16.20 ของยอดสินเชื่อคงค้างสะสม ซึ่งมีแนวโน้มลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับยอด NPL ของเดือนกรกฎาคม 2563 (ร้อยละ 16.60)