ฟูจิฟิล์ม จับเทรนด์ “กล้องฟิล์ม” เปิดตัว X-Pro3 ตั้งเป้า 3,000 ตัว/ปี
นายซึโตมุ วาตะนาเบ้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หลายปีที่ผ่านมา ฟูจิฟิล์ม ประสบความสำเร็จในการทำตลาดกล้องดิจิตอลในประเทศไทยเป็นอย่างมากจนสามารถเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของตลาดกล้องมิลเลอร์เลสอย่างต่อเนื่อง มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการให้มีความหลากหลาย จากการทำวิจัยตลาดพบว่าผู้บริโภคเริ่มหันกลับมาในยุคฟิล์มที่มีเสน่ห์และคลาสสิก
การเปิดตัวฟูจิฟิล์ม X-Pro3 ได้รวบรวมทุกความต้องการของผู้บริโภคทั้งการออกแบบตัวกล้องที่มีความคลาสสิก คุณภาพของไฟล์ภาพและสีภาพที่เป็นเอกลักษณ์ของฟูจิฟิล์ม และเทคโนโลยีขั้นสูงที่อยู่ใน X-Pro3 ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของผู้บริโภค ที่จะกลายเป็นเรือธงที่สำคัญในการทำตลาดสำหรับกล้องมืออาชีพ
นายพรหมมินทร์ ชราเขต ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์กล้องดิจิตอลระดับมืออาชีพ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คนส่วนใหญ่เริ่มพกกล้องฟิล์มติดตัวกันมากขึ้น เห็นได้จากกระแสโลกโซเชียลมีเดียต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่สนใจกล้องฟิล์มเป็นอย่างมาก ฟูจิฟิล์มในฐานะผู้ผลิตกล้องดิจิตอลและผู้ผลิตฟิล์มสีที่มีประสบการณ์กว่า 85 ปี จึงคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์คนที่สนใจกล้องฟิล์ม กลายมาเป็น X-Pro3 ได้รวบรวมกล้องยุคฟิล์มและยุคดิจิตอลเข้าด้วยกัน กลายเป็น Digital Film Camera ที่สามารถตอบสนองการถ่ายภาพเป็นอย่างดี ทำให้รู้สึกเหมือนได้กลับไปใช้กล้องฟิล์มถ่ายภาพจริง ๆ
สำหรับ X-Pro3 ออกแบบในรูปทรงของ Rangefinder ที่มีขนาดกะทัดรัดใช้ระบบช่องมองภาพแบบ
Advanced Hybrid Viewfinder อีกทั้งมาพร้อมกับอิมเมจเซ็นเซอร์ X-Trans
CMOS 4 ความละเอียด 26 ล้านพิเซล และระบบประมวลผล X-Processor 4 นอกจากนี้ X-Pro3
ได้จำลองสีฟิล์มที่มีความหลากหลายสามารถเลือกใช้ถ่ายภาพได้ถึง
11 แบบ อีกทั้งได้นำฟิล์มใหม่อย่าง CLASSIC Neg ที่จำลองฟิล์มเนกาตีฟที่ได้รับความนิยมในอดีตของฟูจิฟิล์มมาอยู่ใน
X-Pro3 อีกด้วย โดยตัวกล้องมีทั้งหมด 3 สี คือ Black, Dura
Black และ Dura Silver เคลือบผิวแบบ DuratectTM ที่สามารถป้องกันรอยขีดข่วนได้
เทรนด์กล้องฟิล์มจะอยู่ไปอีกนานเท่าใด?
สำหรับกล้องฟิล์มในปัจจุบัน ตอนนี้ไม่ได้โฟกัสเฉพาะคนที่เคยใช้เท่านั้น เนื่องด้วยกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อาจเกิดไม่ทันในช่วงยุคกล้องฟิล์มได้หันมานิยมการถ่ายกล้องฟิล์มกันมากขึ้นเพราะเป็นการท้าทายฝีมือตัวเอง เพราะการถ่ายจะไม่สามารถเห็นภาพก่อนได้และจะต้องใช้ความคิดมากขึ้น ขณะที่ธุรกิจเกี่ยวกับกล้องฟิล์มโตขึ้นไม่ใช่แค่กล้องเท่านั้นแต่ธุรกิจการอัดรูปก็กลับมาอีกครั้ง แต่เปลี่ยนไปจากเดิมที่ล้างรูปและอัดรูปใส่กระดาษเพื่อไว้ดู แต่ปัจจุบันเป็นการล้างภาพและสแกนเป็นไฟล์ภาพที่สามารถนำมาแชร์ผ่านโซเชียลได้
ยังเชื่อว่าเทรนด์การใช้กล้องฟิล์มจะอยู่ไปอีกสักพักใหญ่ เพราะตลาดกล้องฟิล์มได้พัฒนาขึ้นทำให้คนเข้าใจว่าการใช้กล้องฟิล์มต้องทำอย่างไร ช่วงแรก ๆ มีคนเลิกการใช้กล้องฟิล์มเยอะพอสมควร เนื่องจากการถ่ายกล้องฟิล์มไม่ง่ายเลย เราไม่สามารถเห็นภาพได้ว่าที่ถ่ายมาจะดีหรือไม่ดี แต่ตอนนี้คนเริ่มศึกษามากขึ้น ในขณะที่แต่ก่อนการล้างฟิล์มค่อนข้างยากเพราะมีร้านที่ให้บริการน้อย จะต้องเดินทางไกล แต่ปัจจุบันมีร้านให้บริการล้างฟิล์มมากขึ้น ซึ่งจะสามารถทำให้ตลาดกล้องฟิล์มคึกคักไปอีกระดับหนึ่ง
เป้าหมายต่อไปของฟูจิฟิล์ม
สำหรับตัวกล้อง X-Pro3 จะเปิดตัวในประเทศไทยในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้
สำหรับราคาเปิดตัวในประเทศญี่ปุ่นได้ประกาศขาย X-Pro3 Black ในราคา 1,799
เหรียญสหรัฐฯ ส่วน Dura Black และ Dura Silver ราคา 1,999
เหรียญสหรัฐฯ แต่สำหรับราคาในไทยอย่างเป็นทางการคาดว่าราคาจะใกล้เคียงกับประเทศญี่ปุ่น
ซึ่งทางบริษัทฯ ได้ตั้งเป้าไว้ว่า X-Pro3 จะมียอดขายประมาณ 3,000 ตัวต่อปี
ส่วนเป้าหมายกลุ่มลูกค้าของฟูจิฟิล์ม ปัจจุบันเนื่องจากเศรษฐกิจในไทยยังไม่ค่อยดีนัก ทำให้กลุ่มลูกค้าระดับกลางของฟูจิฟิล์มมีกำลังซื้อที่น้อยลง ขณะที่กลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์ยังคงมีกำลังซื้อโดยที่ไม่มีผลกระทบมากนัก ทำให้ทางบริษัทฯ หันมาจับกลุ่มระดับไฮเอนด์มากขึ้น ปัจจุบันทางบริษัทฯ มีสัดส่วนกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์ประมาณ 30% ซึ่งภายในปี 2565 คาดว่าจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 50%