โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"รูหนอน" ที่มนุษย์ใช้วาร์ปได้จริง อาจต้องสร้างขึ้นตามแบบจำลองจักรวาล 5 มิติ

Khaosod

อัพเดต 30 ส.ค. 2563 เวลา 14.41 น. • เผยแพร่ 30 ส.ค. 2563 เวลา 14.41 น.
GETTY IMAGES

"รูหนอน" ที่มนุษย์ใช้วาร์ปได้จริง อาจต้องสร้างขึ้นตามแบบจำลองจักรวาล 5 มิติ - BBCไทย

แนวคิดเรื่องการสร้าง "รูหนอน" (wormhole) หรือเส้นทางลัดข้ามจักรวาล ซึ่งเกิดจากการบิดเบี้ยวพับตัวของปริภูมิ-เวลา (space-time) ตามทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์นั้น แม้จะยังไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้ด้วยเทคโนโลยีของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน แต่บรรดานักฟิสิกส์ต่างก็พยายามคิดคำนวณทางทฤษฎี เพื่อมองหาวิธีการที่เป็นไปได้อยู่

ล่าสุดทีมนักฟิสิกส์จากสถาบันเพื่อการศึกษาขั้นสูง (IAS) และจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันของสหรัฐฯ ได้เสนอแนวคิดการสร้างรูหนอนแบบใหม่ ในรายงานที่เผยแพร่ทางคลังเอกสารวิชาการออนไลน์ arXiv.org ซึ่งวิธีการนี้สามารถจะสร้างรูหนอนที่มีขนาดใหญ่มากพอ จนมนุษย์และยานพาหนะผ่านเข้าไปได้ ทั้งยังเป็นรูหนอนที่มีความเสถียร ไม่พังทลายลงอย่างรวดเร็วจนเกิดอันตรายต่อนักเดินทางท่องอวกาศด้วย

NASA

ศาสตราจารย์ ฮวน มัลดาเซนา ผู้นำการวิจัยในครั้งนี้บอกว่า แม้ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปและทฤษฎีแบบจำลองพื้นฐานของฟิสิกส์อนุภาคจะยืนยันการมีอยู่ของรูหนอนในธรรมชาติ แต่แนวคิดดั้งเดิมเหล่านี้กลับชี้ว่า รูหนอนที่เราสามารถผ่านเข้าไปและใช้เดินทางไปกลับข้ามจักรวาลได้นั้นไม่มีอยู่จริง เนื่องจากต้องใช้มวลลบ (negative mass) ซึ่งยังไม่พบในธรรมชาติ เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างมันขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม หลักการของทฤษฎีควอนตัมนั้นมองเรื่องนี้แตกต่างออกไป โดยมวลลบสามารถจะมีอยู่ในโลกที่เล็กจิ๋วระดับอนุภาคของควอนตัมได้ ผ่านการยืมพลังงานจากภาวะสุญญากาศที่จุดใดจุดหนึ่ง ดังเช่นที่พบในปรากฏการณ์คาซิมีร์ (Casimir effect) ซึ่งสนามควอนตัมสามารถผลิตพลังงานลบที่ส่งผลเหมือนมีมวลลบขึ้นมาได้ แต่รูหนอนที่สร้างขึ้นด้วยเงื่อนไขนี้ก็จะช่วยย่นระยะทางได้สั้นมาก ทั้งยังมีขนาดเล็กบางยิ่งกว่าเส้นผมเสียอีก

GETTY IMAGES

ศ. มัลดาเซนาและคณะได้เสนอวิธีแก้ปัญหานี้ ด้วยการนำแนวคิดที่อยู่นอกกรอบของแบบจำลองมาตรฐานมาประยุกต์ใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบบจำลองจากทฤษฎีเรขาคณิตบิดโค้ง 5 มิติ (The 5 - dimensional warped geometry theory) ที่แยกปริภูมิ-เวลาของเอกภพออกเป็น 5 ส่วนด้วยกัน ซึ่งภายใต้เงื่อนไขเช่นนี้ เราอาจค้นพบมวลลบที่ไม่มีใครเคยพบเห็นมาก่อนได้

ผลคำนวณของทีมผู้วิจัยชี้ว่า รูหนอนที่สร้างขึ้นตามแนวคิดดังกล่าว จะมีลักษณะคล้ายหลุมดำขนาดกลางที่มีประจุไฟฟ้า ซึ่งนับว่าใหญ่พอที่มนุษย์และยานอวกาศจะผ่านเข้าไปได้ แต่นักบินอวกาศจะต้องมีความสามารถบังคับยานฝ่าแรงไทดัล (tidal force) ที่ปั่นป่วนอยู่ภายในให้ผ่านออกไปได้ด้วย

รูหนอนนี้จะสามารถนำมนุษย์ไปยังจุดหมายปลายทางที่ห่างไกลออกไปถึง 10,000 ปีแสงได้ ภายใน 1 วินาที แต่นั่นเป็นการรับรู้เวลาจากมุมมองของผู้เดินทางเท่านั้น ส่วนคนบนโลกที่เฝ้าสังเกตการณ์เมื่อพวกเขาเดินทางจากไป จะเห็นว่าการเดินทางครั้งนี้ใช้เวลาแสนนานถึง 10,000 ปีของมนุษย์เลยทีเดียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...