ไม่อยากให้ใครมองเขาเป็น “เฒ่าหัวงู” - ดีเจพี่อ้อย
ช่วงนี้เห็นแต่ข่าวหดหู่ โดยเฉพาะข่าวคุณครูทำร้ายเด็กอนุบาล ทรมานหัวใจค่ะ ลูกใคร ใครก็รัก ขนาดเป็นป้า น้ำตายังไหลถ้าใครมาทำกับหลานเราแบบนี้ ความเจ็บปวดที่สุดคือ ส่งเขาเข้าโรงเรียนหวังว่าเขาจะอยู่ในที่ปลอดภัย แต่กลายเป็นสถานที่ที่อันตรายที่สุด และเราไม่สามารถปกป้องเขาได้เลย …ในเพจของคุณหมอจิตแพทย์เด็ก แนะนำเอาไว้น่าสนใจค่ะ นอกจากการพูดคุยกับลูกทุกๆวัน บางวันสร้างสิ่งสมมติ ให้พ่อแม่เล่นเป็นนักเรียน และ “ลูก” เล่นเป็น “ครู” ไหนสอนเด็กๆหน่อยสิคะคุณครู เด็กๆมักจะจำลองสิ่งที่ตัวเองได้เจอตอนเรียน แสดงออกให้เราได้รู้บ้างว่า สิ่งที่เขาเจอมาที่โรงเรียนคืออะไรบ้าง ปมในหัวใจคือเรื่องสำคัญนะคะ พ่อแม่ถนอมทั้งร่างกายและหัวใจ คุณมิสิทธิ์อะไรมาทำร้ายเขาได้ขนาดนี้ “ครู”นอกเหนือจากเป็นคนที่ประสิทธิ์ประสาทวิชา คนธรรมดาทุกคนบนโลกต้องมีความเมตตาค่ะ อย่าอ้างว่า “เครียด” ถ้ารับมือความเครียดตัวเองไม่ได้ อย่าประกอบอาชีพที่ต้องรับผิดชอบชีวิตของคนอื่นเลย บางคลิปดูไม่ไหวจริงๆ
ได้แต่ส่งกำลังใจให้กับทุกครอบครัวที่ถูกทำร้าย และถ้าเป็นได้ พาเด็กๆปรึกษาจิตแพทย์ซักนิด ปัญหาทางกาย หายง่ายกว่าปัญหาทางใจมาก
ไล่ดูข่าวจนใจฝ่อ พอเปิดจอ เจอคำถามแรกที่ส่งมาทางอีเมล์ค่ะ
“ พี่อ้อยคะ คือหนูคุยกับพี่คนหนึ่ง รุ่นพ่อเลยค่ะ คุยกันมาได้3-4เดือนละ เเต่น้องก็แอบรู้สึกดี เขาเป็นคนที่ทำให้หนูรู้สึกว่า เขาเก่ง มุ่งมั่น เเต่หนูก็ไม่เชื่อหรอก ว่าเด็กอายุ16-17 จะมาคบกับคนอายุ45-46 ปี อีกอย่างคนที่หนูคุยด้วย เขาเป็นโค้ชฟุตบอลที่พอจะมีชื่อเสียง หนูพยายาม save สถานะเขาไว้ไม่ให้เสียชื่อเสียง เพราะกลัวคนอื่นจะว่าเขาว่า เป็น “เฒ่าหัวงู” พรากผู้เยาว์ อะไรอย่างงี้ หนูต้องทำยังไงคะ”
ก็อย่ามัวแต่ save เขา จนลืม save ตัวเองแล้วกันนะคะน้อง คนอื่นจะมองว่าเขาเป็น “เฒ่าหัวงู”ไหม อยู่ที่เขาวางตัวยังไง หยอดและอ่อยเด็กสาวไปเรื่อยๆหรือเปล่า เขาจริงจังและจริงใจแค่ไหน “เวลา” จะเป็นคำตอบให้กับทุกสิ่ง เพราะความจริงใจวัดไม่ได้ในวันเดียว คุยกับเขา มา 3-4 เดือน อย่าเพิ่งเลื่อนให้เขาเป็นอย่างอื่น ก็แค่คุยๆกันไปก่อน ใช้ “เวลา”ในการดูใจให้นาน จะได้ไม่ต้องทรมานกับ”การทำใจ” ซึ่งใช้เวลานานกว่า ตอนนี้ดูเหมือนว่า เรากำลังชอบเขาไม่ใช่น้อย เพราะเมื่อไหร่ที่เรามีใจกับใคร เขาจะดูตัวใหญ่ขึ้นมาทันทีดูเป็นสิ่งสูงค่า จากแต่ละประโยคที่น้องบอกมา เช่นกลัวเขาถูกมองว่า เป็นเฒ่าหัวงู กลัวเขาจะถูกกล่าวหาว่าพรากผู้เยาว์ น้องบอกว่าเขาเป็นโค้ชที่มีชื่อเสียง แล้วไงคะ ทั้งหมดอยู่ที่เขาปฏิบัติตัวยังไง คบน้องแล้วจะมัวหมองตรงไหน อย่าเพิ่งชิงมองตัวเองด้อยค่า แล้วมองว่าเขาสูงค่าจนเกินไป มัวแต่ปกป้องเขา อย่าลืมปกป้องตัวเราด้วยค่ะ น้องยังมีทางเลือกในชีวิตอีกมากมาย คนที่เข้ามาในชีวิตเราได้ ต้องเป็นคนดีที่ให้เกียรติเรา เคารพพ่อแม่เรา ไม่ใช่มัวแต่ห่วงภาพลักษณ์ของเขา จนไม่รักตัวเรา คนที่รักอย่างจริงใจ จะวัยห่างกันแค่ไหน ก็รักกันได้ จะต่างกันแค่ไหน ขอให้เรื่องเดียวที่เหมือนกันคือรักกัน ก็จะสามารถร่วมกันฝ่าฟันทุกปัญหาได้ อยู่ที่จับมือกันแน่นพอไหมเท่านั้นเอง
อายุอย่างน้องยังเจออีกหลายเลี้ยว ประคองชีวิตอย่าให้บิดเบี้ยว แรกรักเรามักหันมุมที่สวยที่สุดเข้าหากัน เขาจะมีชื่อเสียงแค่ไหน อายุต่างจากเราเพียงใด “เวลา”จะบอกได้ว่า ความซื่อสันต์ง่ายๆเขาให้เราได้หรือเปล่า ความต่างระหว่างวัยยังไม่สำคัญเท่า เขามีความลับอะไรที่ซ่อนเราไว้อีกไหมวัยขนาดนี้แล้ว ไม่ต้องห่วงค่ะ ถ้าเขาวัยเท่าคุณพ่อ ก็ลองให้คุณพ่อช่วยดู เดี๋ยวก็รู้ว่า ยังมีมุมไหน ที่ใครๆก็เห็น แต่เป็นเพราะชอบเขา เราเลยลืมมอง
บางคู่รู้จักกันนาน ยังไม่รู้จักกันดีเลย นับประสาอะไรกับระยะเวลาสั้นๆแค่นี้ ถ้าจะให้ดี อย่ายอมเป็นผู้เยาว์ให้เขาพรากก็แล้วกัน