โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มาวางแผนปลูกมะละกอกันเถอะ

รักบ้านเกิด

อัพเดต 26 ส.ค. 2563 เวลา 07.08 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2563 เวลา 07.08 น. • รักบ้านเกิด.คอม

 

คุณหนึ่งฤทัย แพรสีทอง เจ้าของร้านเกด-หนึ่ง ตลาดไท 08-9783-5887

คุณหนึ่งฤทัย แพรสีทอง เจ้าของร้านเกด-หนึ่ง ตลาดไท รับซื้อและส่งเสริมลูกไร่ปลูกมะละกอ อีกทั้งยังทำสวนเอง เพื่อส่งผลผลิตป้อนแผงของตัวเอง โดยมีแปลงมะละกอที่ จ.นครพนม และ ที่ จ.นครราชสีมา แปลงลูกไร่ กระจายอยู่ในหลายจังหวัดทั้ง ชุมพร นครสวรรค์ สระแก้ว กาญจนบุรี ได้ให้ข้อมูลว่า "สถานการณ์ด้านตลาดของมะละกอในช่วงนี้มีผลผลิตน้อยกว่าทุกปี เนื่องจากมะละกอที่จะเก็บได้ในช่วง ส.ค.-ต.ค. จะต้องเป็นมะละกอที่ต้องออกดอกในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศค่อนข้างร้อนและปีนี้มีสภาพอากาศร้อนจัด จึงไม่เอื้อต่อการติดผลของมะละกอมากนัก ดังนั้น ดอกมะละกอที่ออกช่วงนี้จึงร่วงสูงมาก แต่ถ้าเกษตรกรท่านใดดูแลจัดการดีทำให้ติดลูกได้ในช่วงนี้ก็มีโอกาสสูงมากเช่นกัน ที่จะขายผลผลิตได้ในราคาสูง ซึ่งมะละกอปีนี้มีการติดผลน้อยจากสภาพความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นในช่วง มี.ค.-เม.ย.ที่ผ่านมา ที่มีปัญหาเรื่องการขาดน้ำในช่วงที่มะละกอกำลังออกดอกทำให้ดอกร่วง และการขาดน้ำในช่วงติดผลทำให้การพัฒนาของผลไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร จึงทำให้มะละกอรับน้ำไม่เพียงพอ ผลที่ได้มีคุณภาพด้อยลง เช่น ผลมีขนาดเล็ก ผิวมะละกอหยาบกระด้าง มะละกอแสดงอาการผิวเหี่ยวย่น หลังจากเก็บทิ้งไว้หนึ่งคืน เป็นต้น นอกจากนี้ในช่วงอากาศร้อนมากๆ ยังทำให้ดอกมะละกอสมบูรณ์เพศ(กะเทย) เปลี่ยนเป็นดอกตัวเมียมากขึ้นตามสภาพภูมิอากาศ จึงทำให้ผลที่ได้จากดอกตัวเมียนั้นไม่ได้คุณภาพตามที่ตลาดต้องการ(ตลาดต้องการผลจากต้นกะเทย) ผลมะละกอที่ได้จากดอกตัวเมียจึงเกิดผลกลมอันเป็นลักษณะที่ตลาดไม่ต้องการ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผลผลิตมะละกอไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ในขณะที่ปริมาณความต้องการใช้บริโภคยังคงเดิม จึงเป็นเหตุให้ราคาผลผลิตในช่วงนี้กระโดดขึ้นสูงมาก ราคาที่เกษตรกรขายหน้าสวนในปีนี้ จึงสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งพอจะสรุปเป็นอุปสรรคปัญหาที่ทำให้ผลผลิตมะละกอในช่วง ส.ค.-ต.ค. มีน้อยลง ดังนี้ "
1.มะละกอที่จะเก็บได้ในช่วงส.ค.-ต.ค.ต้องเป็นมะละกอที่จะต้องออกดอกในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศค่อนข้างร้อนจัด ดังนั้นช่วงนี้โอกาสที่ดอกมะละกอที่ออกช่วงนี้จะร่วงจึงมีโอกาสสูงมากที่จะร่วง จึงทำให้มะละกอติดผลน้อยในช่วงเวลาดังกล่าว
2.สภาพแวดล้อมของอุณหภูมิและความชื้นของอากาศ มีผลต่อการออกดอกของมะละกอ มะละกอในบางพื้นที่ที่มีสภาวะเหมาะสมที่จะทำให้มะละกอออกดอกได้ ก็มีโอกาสที่ดอกสมบูรณ์เพศจากมะละกอต้นกระเทยจะเปลี่ยนไปเป็นดอกตัวเมีย ซึ่งให้ผลกลมอันเป็นลักษณะที่ตลาดไม่ต้องการ
3.สภาพความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นในช่วงดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพของมะละกอ การขาดน้ำในช่วงออกดอกทำให้ดอกร่วง และการขาดน้ำในช่วงติดผลทำให้การพัฒนาของผลไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร สิ่งที่แสดงออกมาเมื่อมะละกอได้รับน้ำไม่เพียงพอก็คือ ผลมีขนาดเล็ก ผิวมะละกอหยาบกระด้าง มะละกอแสดงอาการผิวเหี่ยวย่นหลังจากเก็บทิ้งไว้หนึ่งคืน เป็นต้น

สภาพแปลงมะละกอรอเก็บเกี่ยว คุณหนึ่งบอกว่าถ้าดกขนาดนี้ รายรับเป็นหลักแสน
และถ้าเก็บได้หมดคอต้นก็รับกันทีเป็นล้าน

คุณหนึ่งฤทัย ได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวางแผนการปลูกมะละกอ เพื่อให้มีผลผลิตในช่วงที่มีราคาดี รับทรัพย์เป็นหลักล้านหลักแสน(ช่วง ส.ค.-ต.ค.)ว่า
1. กำหนดช่วงเวลาการปลูกให้มีผลผลิตเก็บได้ในช่วง ส.ค.-ต.ค. โดยการนับย้อนไป 8 เดือนแล้วจึงปลูก นั่นก็หมายความว่า ถ้าจะให้เก็บได้ช่วง ส.ค.-ก.ย.ก็ต้องปลูกประมาณ พ.ย.-ธ.ค. ซึ่งมะละกอที่จะเก็บได้ช่่วงนี้ ต้องเป็นมะละกอที่จะออกดอกช่วง มี.ค.-เม.ย.ซึ่งอากาศร้อนมาก มะละกอจะมีปัญหาดอกร่วงเยอะ บางพื้นที่ ที่มีอากาศร้อนมากจะไม่ติดดอกเลย ดอกจะร่วงหมด ดังนั้น พื้นที่ปลูกที่มีความชื้นสูง ไม่ร้อนมากจะค่อนข้างได้เปรียบเพราะไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มเติม ก็สามารถทำให้มะละกอออกดอกและเก็บขายในช่วงที่มีราคาแพงได้ สำหรับพื้นที่ที่มีอากาศร้อนมากต่อให้นับวันปลูก เพื่อให้เก็บได้ในช่วงที่มีราคาแพงก็จะมีปัจจัยที่ทำให้ไม่ได้เก็บผลผลิตจำหน่ายอยู่ดี เพราะดอกมะละกอจะออกมาเจอกับสภาวะอากาศร้อนจนร่วงหมด มะละกอที่คาดว่าจะไปเก็บได้ในช่วง 8 เดือน ก็อาจจะเลื่อนไปเก็บได้ในเดือนที่ 10 หรือ 11
** สำหรับในพื้นที่ที่ไม่มีความได้เปรียบในเรื่องของพื้นที่ จะทำอย่างไรให้มีมะกอเก็บได้ในช่วงที่มีราคาแพงมาก (อาจไม่มากแต่ก็ขอให้ได้บ้าง) ก็สามารถทำได้โดยเลื่อนเวลาปลูกให้เร็วขึ้นเพื่อให้ออกดอกในช่วงที่ไม่มีอากาศร้อนเกินไป อาจจะเลื่อนมาปลูกช่วง ก.ย.-ต.ค.หรือ พ.ย.ก็ยังพอไหว เพื่อให้มะละกออกดอกก่อนฤดูร้อน โดยมะละกอจะเริ่มออกดอกหลังปลูกประมาณ 3 เดือน หรือ บางสวนอาจจะ 2 เดือนกว่าๆ ถ้าต้นสมบูรณ์มากๆ เพราะมะละกอจะมีอายุการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นาน 4 เดือนขึ้นไป หรือ บางทีอาจจะยาวถึง 6 หรือ 7 เดือนก็ได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับความดกของต้น อย่างไรก็ตาม ตลอดอายุการเก็บเกี่ยวมะละกอจะมีผลผลิตบางส่วนที่สามารถเก็บได้ในช่วงที่มีราคาแพงแน่นอน

ลักษณะผลที่เกิดจากดอกกะเทย(สมบูรณ์เพศ) ที่ตลาดต้องการ

2. การสร้างสภาวะอากาศให้เหมาะกับการออกดอกติดผลของมะละกอในช่วงร้อน ข้อนี้ต้องยอมรับว่าในพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำดีและอากาศไม่ร้อนมาก อย่างภาคเหนือแถบเชียงราย แม่สอด หรือ ภาคตะวันออกเขตจันทบุรี ระยอง รวมทั้งพื้นที่ทางภาคใต้ จะค่อนข้างได้เปรียบ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีสภาพอากาศที่ไม่ร้อนมาก ความชื้นในอากาศสูง โดยชาวสวนที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวแทบไม่ต้องทำอะไรเลย เพียงแต่ใช้วิธีนับย้อนช่วงเวลาการปลูกไปให้ผลผลิตออกมาในช่วงที่มีราคาแพงก็สามารถมีมะละกอเก็บได้ แต่ในพื้นที่ที่ไม่มีความได้เปรียบของสภาวะดังกล่าว สามารถสร้างสภาวะที่เหมาะสมต่อการออกดอกของมะละกอได้ โดยการเพิ่มความชื้นในอากาศ ลดความร้อนของอากาศลงโดยติดตั้งสปริงเกลอร์ในแปลง ให้มีระดับความสูงของสปริงเกลอร์ในตำแหน่งที่มะละกอออกดอกติดผลหรือสูงประมาณ 1.5-2 เมตรจากดิน แม้วิธีนี้จะทำให้มะละกอติดผลไม่มากเหมือนในเขตพื้นที่ที่ได้เปรียบในเรื่องของอากาศ แต่อย่างไรก็จะมีผลผลิตให้ได้เก็บอย่างแน่นอน เพียงแต่จะมากหรือน้อยเท่านั้นเอง
3.การจัดการธาตุอาหารเพื่อส่งเสริมการออกดอกติดผล โดยสามารถใส่ปุ๋ยทางดินสูตรตัวท้ายสูง ร่วมกับการพ่นปุ๋ยเกร็ดทางใบที่มีสูตรตัวท้ายสูง รวมทั้งการใช้ธาตุอาหารรองที่มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการออกดอกโดยเฉพาะแคลเซียม-โบรอน ซึ่งจะช่วยสร้างความสมบูรณ์ของดอก สร้างความแข็งแรงของเกสร ทำให้ระยะเวลาการบานของดอกตัวเมียยาวนานขึ้น โอกาสที่จะเกิดการผสมของเกสรตัวผู้กับตัวเมียมีมากขึ้นก็จะทำให้การออกดอกติดผลเพิ่มขึ้นได้
 

การเก็บเกี่ยวผลผลิตจากสวน เพื่อขนย้ายไปจำหน่ายยังตลาด จะใส่โฟมตาข่ายเพื่อความสวยงามและลดความเสียหายหรือป้องกันการกระแทกระหว่างการขนส่ง

หลังจากหมดช่วงที่ผลผลิตมีราคาแพง ก็จะมีมะละกอทะลักออกมาสู่ท้องตลาดอย่างมากในช่วง เดือน พ.ย.-ธ.ค.จนอาจทำให้ปริมาณผลผลิตมากเกินความต้องการของตลาดหรือล้นตลาดได้ นั่นเพราะส่วนหนึ่งมาจากมะละกอที่ชาวสวนนิยมปลูกกันช่วงฝนเพราะต้องการประหยัดน้ำรด หรือไม่ต้องการรดน้ำในช่วงแรกที่มะละกอเจริญเติบโต กับอีกส่วนคือมะละกอที่สวนวางแผนปลูกให้เก็บผลผลิตช่วงแพง คือ หลังปลูก 8 เดือนอย่างที่บอก แต่ด้วยสภาพพื้นที่ที่ไม่อำนวยก็จะทำให้ดอกที่ออกช่วงแล้งร่วงหมดประมาณ 2 เดือนที่อากาศร้อน และมาติดดอกชุดใหม่ในช่วงเริ่มเข้าฝน แทนที่มะละกอจะเริ่มเก็บตอน 8 เดือน ก็จะมาเริ่มเก็บตอน 10-11 เดือน ชนกับมะกอที่ปลูกช่วงต้นฝน ซึ่งอาจทำให้มีปัญหาด้านราคาได้
อย่างไรก็ตาม คุณหนึ่งฤทัย ได้เน้นย้ำว่า มะละกอสุกนั้นมีการเติบโตทางการตลาดขึ้นมาก จากความนิยมของผู้บริโภคเนื่องจากรสชาติอร่อย เป็นผลไม้ฤทธิ์เย็น จึงทานได้บ่อยโดยไม่มีผลข้างเคียง นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ มีแคโรทีนและวิตามินอีสูง หากผู้ที่มีปัญหาเรื่องผิวพรรณ เช่น เป็นฝ้า กระ หรือ จุดด่างดำบนใบหน้า ทานติดต่อกันเป็นประจำ(ไม่ต่ำกว่า 3 สัปดาห์) จะทำให้ผิวพรรณกลับมาขาวใส และหายจากฝ้าหรือรอยสิวได้(ทานมากๆ ผิวจะเหลือง) ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ตลาดผู้บริโภคจึงมีความต้องการสูง ขณะที่หลายพื้นที่ที่เคยเป็นแหล่งปลูกมะละกอมานานเกิดการสะสมและระบาดของโรคไวรัสวงจุดแหวน จึงทำให้ผลผลิตมะละกอในปัจจุบันยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด และมีราคาสูงตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา

ใช้ระยะเวลาปลูกจนเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิต 8-10 เดือน

เขียน/เรียบเรียงโดย :มินยดา อนุกานนท์ web content editor @ www.rakbankerd.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...