โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดตารางไฟนัล! 'บอร์นมัธ' จะรอด ถ้า 'ตัดจบ' สูตรถ่วงน้ำหนักเหย้า-เยือน

Soccersuck

เผยแพร่ 12 พ.ค. 2563 เวลา 19.29 น. • Soccersuck

เปิดตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกในท้ายที่สุด กรณีไปต่อไม่ไหวต้องตัดจบกลางครัน อันดับแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากบนตารางคะแนนปัจจุบันมากนัก จะมีจุดเปลี่ยนแค่ในกลุ่มหนีตกชั้น เมื่อบอร์นมัธ จะรอดตาย เป็นเวสต์แฮม ที่ตกชั้นแทนทันที กรณีนำวิธีคิดแบบ ถ่วงน้ำหนักคะแนนเฉลี่ยต่อนัดแบบเหย้า-เยือน มาคิด

หลังการประชุมผู้เกี่ยวข้องของพรีเมียร์ลีกไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ประเด็นสำคัญคือ ความพยายามทำให้ซีซั่นนี้แข่งขันต่อให้ได้จนจบ หรืออย่างเลวร้ายที่สุด ถ้ากลับมาแข่งต่อไม่ได้จนต้องตัดจบ จะมีการใช้สูตรคำนวณมาตัดสินคะแนนท้ายที่สุด จะไม่มีการจบแบบผลการแข่งขันเป็นโมฆะอย่างแน่นอน
กรณีไม่สามารถกลับมาแข่งต่อได้ การตัดสินหาทีมแชมป์, โควตาเล่นถ้วยสโมสรยุโรป และตกชั้น จะต้องใช้วิธีคำนวณสูตรใดสูตรหนึ่งมาคิด อาจจะเป็น คิดหาคะแนนเฉลี่ยต่อเกม หรือ ถ่วงน้ำหนักคะแนนเฉลี่ยต่อนัดแบบเหย้า-เยือน
จากการคำนวณทั้ง 2 วิธี ตำแหน่งแชมป์ไม่มีปัญหา ลิเวอร์พูล นอนมา ได้แชมป์ไปครองอย่างแน่นอน เช่นเดียวกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เลสเตอร์ ซิตี้ และเชลซี ที่จะจบด้วยอันดับท็อป 4 ได้ตั๋วไปแชมเปี้ยนส์ลีก
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะจบอันดับ 5 ได้ลุ้นไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีก ถ้าหากทีมเรือใบอุทธรณ์ไม่สำเร็จคดีติดโทษแบนถ้วยสโมสรยุโรป 2 ฤดูกาล
สูตรที่นำมาคิด จะส่งผลมากที่สุดก็ในกลุ่มของทีมหนีตกชั้น เมื่อบอร์นมัธ ทีมอันดับ 18 ในขณะนี้ จะรอดตกชั้นทันที ถ้ามีการใช้สูตรถ่วงน้ำหนักเหย้า-เยือน โดยทีมที่จะตกชั้นแทนจะเป็น เวสต์แฮม (ในทีมในอันดับ16)
ส่วนสูตร คะแนนเฉลี่ยต่อเกม อันดับก็จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง บอร์นมัธ, แอสตัน วิลล่า และนอริช ซิตี้ จองตั๋วตกชั้นอย่างแน่นอน
ทั้่งนี้ สูตรถ่วงน้ำหนักเกมเหย้าและเยือน จะคำนึงถึงความจริงที่ว่า แต่ละสโมสรมีจำนวนเกมเหย้าและเยือนที่ไม่เท่ากัน ณ สถานการณ์บนตารางในปัจจุบัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...