โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

11 ก.ย. : 20 ปี หลัง 9/11 คนไทยเล่าถึง “หนึ่งในเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดของมนุษยชาติ”

Khaosod

อัพเดต 10 ก.ย 2564 เวลา 10.45 น. • เผยแพร่ 10 ก.ย 2564 เวลา 10.45 น.

11 ก.ย. 2001 อภิวิชญ์ ปัญญา มีนัดสัมภาษณ์งานที่บริษัทแห่งหนึ่งบนอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในนครนิวยอร์ก ขณะที่เขากำลังเตรียมตัวออกจากบ้าน เขาได้รับแจ้งว่าการสัมภาษณ์ถูกเลื่อนออกไปกะทันหัน แต่นั่นทำให้เขารอดชีวิตจากเหตุวินาศกรรมในสหรัฐอเมริกามาได้อย่างหวุดหวิด

อภิวิชญ์ ซึ่งในขณะนั้นเพิ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกาและกำลังหางานทำ เป็นหนึ่งในคนไทยที่ได้เห็นการโจมตีอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ด้วยตาของตัวเอง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้อยู่ตรงจุดเกิดเหตุ ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นยังคงติดตาเขาจนมาถึงทุกวันนี้

"วินาทีนั้นตกใจมากเพราะไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แวบแรกที่เข้ามาในหัวคือรู้สึกว่าจริง ๆ แล้วโลกมันแตกหรือเปล่า" อภิวิชญ์เล่าถึงตอนที่เขาเห็นกลุ่มควันลอยขึ้นมาจากตึกสูงระฟ้าใจกลางนครนิวยอร์ก

ผู้ก่อเหตุจี้เครื่องบินโดยสาร 4 ลำ โดยควบคุมเครื่องบิน 2 ลำพุ่งชนตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ส่งผลให้อาคารทั้งสองถล่มลงภายในเวลา 2 ชั่วโมง เครื่องบินลำที่ 3 พุ่งชนอาคารเพนตากอน ซึ่งเป็นที่ทำการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในรัฐเวอร์จิเนีย

เครื่องบินลำที่ 3 พุ่งชนด้านหน้าของอาคารเพนตากอน ซึ่งเป็นที่ทำการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในรัฐเวอร์จิเนีย

ส่วนเครื่องบินลำที่ 4 ตกลงในทุ่งที่รัฐเพนซิลเวเนียหลังจากที่ผู้โดยสารพยายามต่อสู้กับสลัดอากาศ ทางการสหรัฐฯ เชื่อว่าเป้าหมายการโจมตีคืออาคารรัฐสภาสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน

"เช้าวันธรรมดาที่สดใส"

อภิวิชญ์เล่าให้ฟังว่าเช้าวันเกิดเหตุเป็นเหมือนวันธรรมดาปกติ ไม่มีลางบอกเหตุหรือคำเตือนใด ๆ ล่วงหน้าว่าจะเกิดการโจมตีขึ้น

เพื่อนฝูงร่วมห้องของเขาต่างออกไปทำงานในตัวเมืองตามปกติ ส่วนเขาพักผ่อนอยู่เพียงลำพังในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านโฮโบเกนในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำฮัตสันและสามารถมองเห็นตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ที่ตั้งอยู่ในย่านแมนฮัตตันตอนล่างได้อย่างชัดเจน

"ระหว่างที่ทำกิจวัตรประจำวันตอนเช้าตามปกติ มีเพื่อนโทรมาว่าให้เปิดทีวี เราก็งงนิดนึงว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาพูดด้วยเสียงตื่นเต้นและตกใจมากว่าให้เปิดทีวี มันมีเครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรด"

"ตอนนั้นเราก็ไม่เชื่อ เรานึกว่าเขาล้อเล่น"

ตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์เป็นอาคารสำนักงานสูง 110 ชั้น และถือเป็นสัญลักษณ์ที่โด่งดังของนครนิวยอร์กในตอนนั้น

แต่เมื่อเขาเปิดทีวี ภาพของอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ที่ถูกปกคลุมไปด้วยควันไฟก็ปรากฏขึ้นในรายงานข่าวด่วน เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง จึงวิ่งลงไปดูและพบว่าตึกที่เขาจะต้องไปในตอนเช้าเกิดไฟไหม้อย่างรุนแรง

เขาเห็นเครื่องบินอีกลำพุ่งชนอาคารฝั่งทิศใต้ ทันใดนั้นอภิวิชญ์รู้สึกราวกับว่าเวลาหยุดลง บรรยากาศรอบตัวเขาเงียบสงัด เขาเองได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่ ทำอะไรไม่ถูก

"ตอนนั้นตกใจ ตัวสั่น น้ำตาไหลโดยที่ตั้งตัวไม่ถูก เราไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น"

เมื่อเขาตั้งสติได้ เขากลับขึ้นไปบนห้องเพื่อหยิบกล้องถ่ายรูปมาบันทึกเหตุการณ์ ในขณะเดียวกัน เขาพยายามโทรหาเพื่อนและครอบครัว แต่ก็ไม่สามารถติดต่อใครได้

"ตอนแรกคือโทรหาคุณแม่ก่อน เพราะรู้สึกว่าท่านน่าจะเป็นห่วง ท่านรู้ว่าเราจะไปที่ตึกนั้นในวันนั้น แต่ก็โทรไม่ติด จนในที่สุดได้คุยกับคุณแม่ตอนบ่ายโมงครึ่ง ซึ่งเป็นสายเดียวในวันนั้นที่โทรออกแล้วติดและได้รับสาย คุณแม่ร้องไห้เลยพอได้ยินเสียง เพราะอย่างน้อยได้ยินเสียงคือรู้ว่าเราปลอดภัย"

9/11

เขายืนดูอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งอาคารทั้งสองหลังพังถล่มลงมา เกิดเป็นเมฆฝุ่นควันขนาดยักษ์ปกคุลมไปทั่วบริเวณ เพื่อนของเขากลับมาอย่างปลอดภัยในช่วงค่ำ แต่ทั้งหมดต่างอดหลับอดนอนตลอดทั้งคืนด้วยความตื่นตระหนกจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

รายงานการสืบสวนของทางการสหรัฐฯ พุ่งเป้าผู้ก่อเหตุไปที่กลุ่มอัลไคดา ซึ่งนำโดย โอซามา บิน ลาเดน

เขาและพวกวางแผนการโจมตีนี้มาเป็นเวลาหลายปีจากแหล่งกบดานในอัฟกานิสถาน โดยอ้างเหตุจูงใจในการก่อเหตุว่าสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตรเป็นต้นตอของความขัดแย้งในโลกมุสลิม

ผู้ก่อเหตุจี้เครื่องบินมี 19 คนด้วยกัน ประกอบไปด้วยชาวซาอุดีอาระเบีย 15 คน ชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2 คน และอีก 2 คนมาจากอียิปต์และเลบานอน

สหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ตอบโต้การโจมตีอย่างรวดเร็ว ไม่ถึงเดือนหลังเกิดเหตุ เขาสั่งกองทัพบุกอัฟกานิสถานโดยได้รับความสนับสนุนจากนานาชาติ เพื่อโคนล้มกลุ่มตาลีบันที่สหรัฐฯ มองว่าให้ที่พักพิงแก่สมาชิกกลุ่มอัลไคดา และตามล่า บิน ลาเดน

หลังการค้นหานานนับสิบปี หน่วยรบพิเศษแห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ สังหารบิน ลาเดน ได้ที่ปากีสถานเมื่อปี 2011 แต่กระนั้น กลุ่มอัลไคดายังคงเคลื่อนไหวอยู่โดยเฉพาะในภูมิภาคซับซาฮาราแอฟริกา

แม้ภาพเหตุการณ์จะเป็นที่ชัดเจนในปัจจุบัน แต่สำหรับอภิวิชญ์ในตอนนั้น คำว่า "การก่อการร้าย" แทบจะไม่ถูกนึกถึงเลย เขาเริ่มทราบความเป็นมาหลังจากที่สื่อต่าง ๆ รายงานผลการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

"เรื่องการก่อการร้ายคือเป็นอะไรที่รู้สึกว่าค่อนข้างไกลตัวในตอนนั้น อาจจะพูดง่าย ๆ ว่าไร้เดียงสาเลยด้วยซ้ำ เราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีกลุ่มอัลไคดาอะไรต่าง ๆ นานาที่มุ่งเป้าวางแผนที่จะก่อการร้าย" เขากล่าว

"มันก็เป็นความรู้สึกที่เราค่อนข้างเซอร์ไพรส์ว่าจริง ๆ แล้วประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกามีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นมาได้"

อภิวิชญ์ตัดสินใจกลับประเทศไทยไม่นานหลังจากนั้นเพราะครอบครัวเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ปัจจุบันเขาทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดให้กับบริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพ

ระลึกถึงความสูญเสีย

เหตุวินาศกรรมครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมด 2,977 ราย (ไม่รวมคนร้ายจี้เครื่องบิน 19 ราย) ส่วนใหญ่อยู่ในนครนิวยอร์ก

ผู้เสียชีวิตประกอบไปด้วยผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องบิน 4 ลำ รวม 246 ราย ผู้คนในตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 2,606 ราย และที่อาคารเพนตากอน 125 ราย จาก 77 ชาติ

ข้อมูลจากพิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานแห่งชาติ 11 กันยายน (9/11 Memorial & Museum) ระบุว่าในจำนวนนี้ มีคนไทยหรือคนอเมริกันเชื้อสายไทยอยู่ด้วยอย่างน้อย 2 คน

คนหนึ่งทำงานที่ภัตตาคารบนอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ฝั่งทิศเหนือ ส่วนอีกคนทำงานที่บริษัทบริการด้านการเงินแห่งหนึ่งบนตึกเดียวกัน

หน่วยดับเพลิงนิวยอร์กสูญเสียนักผจญเพลิงไป 343 คน

อภิวิชญ์บอกว่าเขาไม่มีคนรู้จักเสียชีวิตจากการโจมตีครั้งนี้ และ "ค่อนข้างโชคดี" ที่ไม่ได้ไปอยู่จุดนั้น แม้เวลาจะผ่านมาแล้ว 20 ปี เขายังคงนึกถึงและจำภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าได้ชัดเจน และยัง "รู้สึกถึงความสูญเสียในวันนั้น"

"การที่เห็น (เหตุการณ์) ด้วยตาตัวเอง ตั้งแต่ตึกถล่ม ไฟไหม้ หรือมีคนกระโดดลงมามันก็เป็นอะไรที่ค่อนข้างสะเทือนใจ สิ่งที่รู้สึกคือมันเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดของมนุษยชาติ ซึ่งถูกทำโดยมนุษย์ด้วยกัน ด้วยความเชื่อต่าง ๆ ที่อาจจะแตกต่างกัน แต่สุดท้ายแล้วถ้าเราเลือกที่จะเห็นอกเห็นใจกัน เลือกที่จะมองด้วยความเข้าใจ เหตุการณ์อย่างนี้มันไม่น่าจะเกิดขึ้น"

++++++++

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...