โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จุลินทรีย์จากน้ำหมักผลไม้สุกเพื่อใช้ในบ่อเลี้ยงปลาและกบ

รักบ้านเกิด

อัพเดต 20 ส.ค. 2563 เวลา 06.49 น. • เผยแพร่ 20 ส.ค. 2563 เวลา 06.49 น. • รักบ้านเกิด.คอม

ที่ศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านจ.แพร่ หมู่ที่5 ต.แม่หล่าย อ.เมือง จ.แพร่ แหล่งเรียนรู้ปศุสัตว์อินทรีย์สำหรับผู้ที่มีใจรักด้านการเลี้ยงสัตว์ โดยลุงมนูญ-ป้าธีรวรรณ วงศ์อรินทร์ จุดเด่นของ ที่นี่คือศูนย์เรียนรู้ด้านการประมง ซึ่งผู้มาเยือนจะได้พบกับการเลี้ยงปลาดุกพันธุ์บิ๊กอุย เป็นอันดับแรก เพลินเพลินไปกับการให้อาหารปลาดุกแบบใกล้ชิดที่สุด มองดูแล้วแปลกตาและเกิดความสงสัยกัน ว่า เลี้ยงอย่างไร? ทำอย่างไร? ดูแลอย่างไร? ซึ่งลุงมนูญในฐานะเจ้าบ้านจะยิ้มต้อนรับและพูดอธิบายอย่างมีความสุขถึงวิธีการต่างๆในการเลี้ยงปลาดุก สิ่งหนึ่งที่ลุงมนูญและป้าธีรวรรณแนะนำว่า ต้องทำเมื่อคิดจะเลี้ยงปลาดุกคือ "จุลินทรีย์จากน้ำหมักผลไม้สุก" ซึ่งเป็นสูตรที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับปลา และยังสามารถใช้ได้ดีกับการเลี้ยงกบ ช่วยป้องกันน้ำเน่าเสีย สัตว์มีความสมบูรณ์ มีวิธีการทำง่ายๆ ผู้สนใจควรทำเตรียมไว้ ตามส่วนผสมดังนี้

Animal/1465355745_7/6501_1.jpeg

หลากหลายสูตรน้ำหมักชีวภาพในศูนย์เรียนรู้

1.ผลไม้สุกรสหวาน เช่น มะม่วงสุก เปลือกสับปะรด มะละกอสุก 3 กิโลกรัม
2.กากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม
3.น้ำเปล่า
วิธีทำ เมื่อได้ผลไม้สุกตั้งแต่2ชนิดขึ้นไป ให้สับผลไม้สุกเป็นชิ้นๆทั้งเปลือก โดยไม่ต้องละเอียดนัก คลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นละลายกากน้ำตาลกับน้ำเปล่า เทผสมกับผลไม้ในถังพลาสติก แล้วค่อยๆ เติมน้ำเปล่าลงไปให้พอท่วม ปิดฝาหมักทิ้งไว้ ไม่ต้องคน ตั้งถังหมักทิ้งไว้ในที่ร่ม 6เดือนขึ้นไป จะได้น้ำหัวเชื้อจุลินทรีย์จากผลไม้สุก ให้กรองเอาแต่น้ำไปใช้

ลุงมนูญแนะนำเพิ่มเติมว่า ระหว่างหมักหากมีกลิ่นเหม็นเน่าหรือขึ้นราดำให้เติมกากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดงลงไปจะช่วยให้น้ำหมักกลับมามีประสิทธิ์ภาพพร้อมใช้ประโยชน์ต่อไปและหลังจากหมักผลไม้สุกตามเวลาดังกล่าวแล้ว ให้กรองเอาแต่น้ำหัวเชื้อจุลินทรีย์ไปขยายเพื่อใช้งานในบ่อปลาและกบ มีวิธีการขยายดังนี้
1.น้ำหัวเชื้อจุลินทรีย์ 1 ส่วน
2. กากน้ำตาล 1 ส่วน
3.น้ำเปล่า 10ส่วน
ให้นำน้ำหัวเชื้อจุลินทรีย์ กากน้ำตาล และน้ำเปล่า เทคนผสมให้เข้ากัน แล้วเก็บไว้ในภาชนะที่มีฝาปิด จากนั้นทิ้งไว้อีก 7วันจึงจะสามารถนำไปใช้ได้ และควรใช้ให้หมดภายใน3เดือน

วิธีใช้และประโยชน์
- สามารถใช้ได้กับการเลี้ยงปลาทุกชนิดและบ่อปลาทุกประเภท ซึ่งการเลี้ยงปลาดุก เรียกได้ว่าน้ำในบ่อจะเน่าเสียง่ายกว่าการเลี้ยงปลาประเภทอื่นๆ เพราะปลาดุกจะกินเก่งไม่ชอบกินพืช การให้อาหารในปริมาณมากๆจะทำให้เกิดของเสียในบ่อปลามากขึ้น แนะนำให้ใช้น้ำหมักชีวภาพ3-5ลิตร เทผสมลงในบ่อเลี้ยงปลาต่อขนาดบ่อ 2X4 เมตร ความลึก 50 เซนติเมตร
- ส่วนการเลี้ยงกบในบ่อซีเมนต์ทรงกลมจะใช้น้ำหมักชีวภาพ 100 มล. เทลาดผสมกับน้ำในบ่อเลี้ยงขนาด 150 เซนติเมตร

Animal/1465355745_7/6501_2.jpeg

เลี้ยงปลาได้ง่ายๆ ในบ่อที่ทำเองแบบนี้

ลุงมนูญให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ทั้งบ่อปลาและกบควรใช้อย่างน้อยทุกๆ15วัน สามารถใช้ได้กับทุกช่วงอายุของการเลี้ยงปลาดุกและกบ ซึ่งที่ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ ให้จุลินทรีย์น้ำหมักผลผลไม้ดังกล่าวเป็นประจำผลที่ได้คือปลาดุกและกบโตเร็ว สมบูรณ์ ไม่เป็นโรคง่าย น้ำในบ่อไม่เน่าเสียและไม่ต้องได้เปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อยๆอีกเลย

Animal/1465355745_7/6501_6.jpeg

หากหมักจุลินทรีย์ตามสูตรดังกล่าว จะมีหนอนที่เกิดจากการหมักผลไม้สุก เกษตรกรไม่ต้องตกใจ หนอนที่เกิดขึ้นไม่น่าเกลียดน่ากลัวอย่างที่คิด แต่มันกลับมีประโยชน์สำหรับการเลี้ยงสัตว์อย่างมาก หนอนน้ำหมักเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีสามารถนำไปเลี้ยงปลา กบ เป็ดและไก่พื้นเมืองได้ ทำให้สัตว์โตเร็วอีกด้วย ปัจจุบันที่ศูนย์เรียนรู้ปศุสัตว์อินทรีย์แห่งนี้จำหน่ายหนอนน้ำหมักเพื่อเป็นอาหารสัตว์และให้กับนักตกเบ็ดได้ราคาถึง200 บาท/กิโลกรัม

Animal/1465355745_7/6501_7.jpeg

น้ำหมักจุลินทรีย์จากผลไม้สุกที่ได้นอกจากจะนำไปบำบัดน้ำเสียในบ่อปลาและกบแล้ว ยังสามารถนำไปเจือจางกับอาหารให้เป็ด ไก่พื้นเมืองและปลาได้กินอีกด้วย ซึ่งเป็นอาหารสูตรเดียวกันที่ทางลุงมนูญและป้าธีรวรรณได้คิดค้นเอาไว้ คือใช้เศษก๋วยเตี๋ยวผสมกับรำอย่างละเท่าๆกัน แล้วนำน้ำหมักจุลินทรีย์มาผสมให้พอข้นเหนียว สามารถนำไปเลี้ยงสัตว์ดังกล่าวได้ ช่วยให้ระบบย่อยอาหารของสัตว์ดีขึ้น มูลสัตว์ไม่มีกลิ่นเหม็นแรง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...