โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รฟม.ตรึงราคา ลดค่าโดยสาร MRT ม่วง-น้ำเงิน ช่วยคนกรุงเซฟค่าเดินทาง

BLT BANGKOK

เผยแพร่ 24 ก.ค. 2563 เวลา 13.22 น. • BLT Bangkok

รฟม. ร่วมช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชนในการเดินทาง จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 โดยการตรึงราคาค่าโดยสาร MRT สายสีน้ำเงิน 16-42 บาท ถึงสิ้นปี 2563 ส่วนอัตราใหม่ 17-42 บาท จะมีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป ขณะที่ MRT สายสีม่วงยังลดค่าโดยสารต่อเนื่องจนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2563

คงอัตราค่าโดยสาร MRT สายสีน้ำเงิน 16-42 บาทถึงสิ้นปี 2563

นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า สำหรับอัตรา ค่าโดยสารใหม่รอบปี 2563 ในอัตราเริ่มต้น 17 บาท สูงสุด 42 บาท โดยสถานีที่ 1, 4, 7 และ 10 (นับจากสถานีต้นทางของผู้โดยสาร) จะมีอัตราค่าโดยสารเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 1 บาทนั้น จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป 

โดย รฟม. ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 โดย BEM ยินดีที่จะคงอัตราค่าโดยสารไว้เท่ากับอัตราเดิม จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 และจะใช้ค่าโดยสารใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป โดยจะมีการปรับราคาอีกครั้งในปี 2565

ค่าโดยสารใหม่ 17-42 บาท เริ่ม 1 ม.ค. 2564 

ตามเงื่อนไขสัญญาสัมปทานของรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ระหว่าง รฟม. กับ BEM ได้กำหนดไว้ว่าต้องมีการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารใหม่ทุกๆ 24 เดือน หรือ 2 ปี โดยใช้วิธีคำนวณบนพื้นฐานการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาผู้บริโภค กองดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ 

สำหรับการปรับขึ้นในรอบปี 2563 ตามกำหนดแล้วจะต้องปรับขึ้นตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 และจะมีผลบังคับใช้ไปอีก 24 เดือน คือจะมีผลต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 2 กรกฎาคม 2565 แต่เนื่องจากรัฐบาล และกระทรวงคมนาคม มีนโยบายในการเยียวยาและแบ่งเบาภาระของประชาชนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 BEM จึงยินดีที่จะเลื่อนการปรับขึ้นค่าโดยสารออกไปก่อน ซึ่งจะทำให้ผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน จ่ายค่าโดยสารในราคาเท่าเดิม 

ส่วนผู้โดยสารที่ถือบัตรโดยสารประเภทเด็ก อายุไม่เกิน 14 ปี (วันเกิดครบรอบ 14 ปี) และมีความสูงระหว่าง 91 – 120 เซ็นติเมตร และผู้สูงอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป จะได้รับส่วนลด 50% สำหรับผู้ถือบัตรโดยสารประเภทนักเรียน/นักศึกษา ที่มีอายุเกินวันเกิดครบอายุ 14 ปี แต่ไม่เกินวันเกิดครบ 23 ปี จะได้รับส่วนลด 10% จากอัตราค่าโดยสารดังกล่าว 

ขยายเวลาลดค่าโดยสาร MRT สายสีม่วง ถึงสิ้นเดือนกันยายน 2563 

นอกจากนั้น รฟม. ยังขยายระยะเวลาการดำเนินมาตรการปรับลดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วงออกไปอีก 3 เดือน จากเดิมที่จะสิ้นสุดลงในเดือนมิถุนายน 2563 นี้ ซึ่งมีผลให้ผู้โดยสารรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง ยังคงได้รับสิทธิ์ตามโปรโมชั่นค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 14 บาท และจ่ายสูงสุด 20 บาท ตลอดสาย จากอัตราปกติคือจ่ายสูงสุด 42 บาท ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 

นอกจากนี้ ผู้โดยสารที่ได้รับสิทธิ์ส่วนลดพิเศษ ได้แก่ ส่วนลดค่าโดยสาร 50% สำหรับเด็กอายุไม่เกิน 14 ปี ที่มีความสูงระหว่าง 91-120 ซม. และผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และส่วนลดค่าโดยสาร 10% สำหรับนักเรียน/นักศึกษาที่มีอายุไม่เกิน 23 ปี สามารถใช้สิทธิ์ส่วนลดพิเศษ ดังกล่าวเพิ่มเติมจากโปรโมชั่นได้ 

สำหรับผู้ที่เดินทางเชื่อมต่อ 2 สาย ระหว่างรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง และสายสีน้ำเงิน จะจ่ายค่าโดยสารร่วมสูงสุดเพียง 48 บาท (เดินทางได้ถึง 53 สถานี) จากอัตราค่าโดยสารร่วมปกติคือ จ่ายสูงสุด 70 บาท ตลอดการขยายระยะเวลาโปรโมชั่นดังกล่าวด้วยเช่นกัน

จากมาตรการที่ รฟม. ประกาศออกมานั้น ส่งผลให้ประชาชนสามารถเดินทางด้วย MRT สายสีน้ำเงิน ได้ด้วยระยะทางที่ไกลขึ้น แต่จ่ายเงินในราคาประหยัดได้นานถึง 6 เดือน ส่วนผู้ที่เดินทางด้วย MRT สายสีม่วง รวมถึงผู้ที่เดินทางเชื่อมต่อทั้ง MRT สายสีน้ำเงินและ MRT สายสีม่วง ก็จ่ายค่าโดยสารในราคาที่ถูกลง นับเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ควบคู่ไปกับการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้โดยสาร และลดภาระค่าครองชีพด้านค่าเดินทางที่ต้องจ่ายในแต่ละวันได้เป็นอย่างดี 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...