โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กินต้านตะคริว! ผัก-ผลไม้ 10 ชนิด ช่วยลดเสี่ยงเป็นตะคริว ลดอาการเหน็บชา

UndubZapp

เผยแพร่ 03 ส.ค. 2563 เวลา 03.05 น. • อันดับแซ่บ

ตะคริว เกิดจากอาการหดเกร็งที่ทำให้กล้ามเนื้อเป็นก้อนแข็งฉับพลัน และทำให้รู้สึกปวดกล้ามเนื้อช่วงหนึ่งส่วนใหญ่จะเกิดตะคริวที่น่อง ที่ขา และมักเกิดเวลาที่ร่างกายอยู่ในท่าเดิมนานๆ เช่น ระหว่างหลับ หรือนั่ง เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก อาการเจ็บปวดจะทุเลาลง ถึงแม้ว่าสาเหตุการเกิดตะคริวจะไม่สามารถระบุได้แน่ชัด แต่ก็อาจบอกได้ว่าปัจจัยที่มีความเกี่ยวข้องกับการเกิดตะคริว ได้แก่ กล้ามเนื้ออ่อนแรง กล้ามเนื้อขาดเลือด กล้ามเนื้อขาดความยืดหยุ่น ดื่มน้ำน้อย เสียเหงื่อมาก เกลือแร่ในร่างกายไม่สมดุล แคลเซียมในเลือดต่ำ เป็นต้น ส่วนใครที่มักจะประสบปัญหาเจ้าตะคริวมาเยือนตอนนอน แนะนำให้ลองปรับเปลี่ยนท่านอนให้อยู่ในท่าที่ร่างกายผ่อนคลาย ไม่เกร็งกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะคนที่นอนเล่นมือถือบนเตียง ควรนอนในท่าที่ผ่อนคลาย อย่าให้กล้ามเนื้อตึง สร้างความอบอุ่นให้ร่างกายด้วยการห่มผ้าสำหรับคนที่ชอบเปิดแอร์เย็นฉ่ำตลอดคืน และหากใครโดนเจ้าตะคริวเล่นงานเข้าให้แล้ว ให้คุณค่อยยืดกล้ามเนื้อส่วนที่เป็นตะคริว เช่น ตะคริวที่ขา ให้เหยียดขาตรง ค่อยๆ กระดกปลายเท้าขึ้น ค้างไว้ นับ 1-5 หลังจากนั้นให้ใช้สันมือนวดคลึงวนเป็นวงกลมตรงที่เป็นตะคริวจนกว่าตะคริวจะหายไป

และเพื่อเป็นการลดโอกาสที่จะโดนเจ้าตะคริวเล่นงานได้ UndubZapp ขออาสาพาเพื่อนๆ หาทางออกของตะคริวอีกแขนงหนึ่ง โดยการเติมแร่ธาตุสำคัญ 3 ชนิดให้กับร่างกาย นั่นก็คือ โพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม ซึ่งแร่ธาตุเหล่านี้สามารถหาได้จากผักผลไม้ การรับประทานแร่ธาตุให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายเป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงการเป็นตะคริวได้ ต้องบอกไว้ก่อนว่า ผักผลไม้ที่เรานำมาบอกกล่าวนี้ ไม่ได้หมายความว่า กินแล้วจะหายจากอาการตะคริวได้เลย แต่เราควรแก้ที่ต้นทางด้วยการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะตะคริวมักเกิดในผู้ที่ขาดการออกกำลังกายและมีร่างกายที่อ่อนแอ สำหรับวัยทำงาน ปริมาณโพแทสเซียมที่ร่างกายต้องการ คือ 2-6 กรัมต่อวัน ปริมาณแมกนีเซียมที่ร่างกายต้องการ คือ 250-500 มิลลิกรัมต่อวัน และปริมาณแคลเซียมที่ร่างกายต้องการ คือ 800 มิลลิกรัมต่อวัน ส่วนผักผลไม้ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุดังกล่าวจะมีอะไรบ้างนั้น เลื่อนลงไปหาคำตอบได้เลยค่ะ

1.กล้วยหอม

ปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 88 กิโลแคลอรี่ มีโพแทสเซียม 358 มิลลิกรัม / แมกนีเซียม 27 มิลลิกรัม / แคลเซียม 5 มิลลิกรัม ©pixabay.com  

2.มะเขือเทศ

ปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 17 กิโลแคลอรี่ มีโพแทสเซียม 237 มิลลิกรัม / แมกนีเซียม 11 มิลลิกรัม / แคลเซียม 10 มิลลิกรัม ©pixabay.com  

3.ทุเรียน

ปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 147 กิโลแคลอรี่ มีโพแทสเซียม 436 มิลลิกรัม / แมกนีเซียม 30 มิลลิกรัม / แคลเซียม 6 มิลลิกรัม ©unsplash.com

4.ลำไย

ปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 60 กิโลแคลอรี่ มีโพแทสเซียม 266 มิลลิกรัม / แมกนีเซียม 10 มิลลิกรัม / แคลเซียม 1 มิลลิกรัม ©pixabay.com  

5.แครอท

ปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 41 กิโลแคลอรี่ มีโพแทสเซียม 320 มิลลิกรัม / แมกนีเซียม 12 มิลลิกรัม / แคลเซียม 33 มิลลิกรัม ©pixabay.com

6.ข้าวโพดหวาน

ปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 85 กิโลแคลอรี่ มีโพแทสเซียม 270 มิลลิกรัม / แมกนีเซียม 37 มิลลิกรัม / แคลเซียม 2 มิลลิกรัม ©pixabay.com

7.บร็อคโคลี่

ปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 34 กิโลแคลอรี่ มีโพแทสเซียม 316 มิลลิกรัม / แมกนีเซียม 21 มิลลิกรัม / แคลเซียม 47 มิลลิกรัม ©pixabay.com  

8.ผักโขม

ปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 23 กิโลแคลอรี่ มีโพแทสเซียม 558 มิลลิกรัม / แมกนีเซียม 79 มิลลิกรัม / แคลเซียม 99 มิลลิกรัม ©pixabay.com

9.ราสเบอรี่

ปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 52 กิโลแคลอรี่ มีโพแทสเซียม 151 มิลลิกรัม / แมกนีเซียม 22 มิลลิกรัม / แคลเซียม 25 มิลลิกรัม ©pixabay.com  

10.อโวคาโด

ปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 120 กิโลแคลอรี่ มีโพแทสเซียม 351 มิลลิกรัม / แมกนีเซียม 24 มิลลิกรัม / แคลเซียม 10 มิลลิกรัม ©pixabay.com Featured image © unsplash.com

---

อัปเรื่องแซ่บ ฟีดเรื่องมันส์ เม้าท์ทันเพื่อน
Facebook: @UndubZapp
Instagram: @UndubZapp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...