โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถกเยียวยา ‘ประกันสังคมมาตรา 33’ แนวโน้มจ่ายเงินผ่านแอปฯ เหมือน ‘เราชนะ’

The Bangkok Insight

อัพเดต 01 ก.พ. 2564 เวลา 09.27 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. 2564 เวลา 08.51 น. • The Bangkok Insight

“คลัง-แรงงาน” ถกเยียวยา “ประกันสังคมมาตรา 33” ยังไม่สรุปวงเงิน แต่แนวโน้มจ่ายผ่านแอปฯ วิธีเดียวกับ “เราชนะ”

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังและกระทรวงแรงงานได้หารือเรื่องมาตรการเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 33 ในระบบกองทุนประกันสังคมแล้ว แต่ขอหารือกับกระทรวงแรงงานเพิ่มเติมอีกครั้งว่า จะจ่ายเงินชดเชยเท่าไหร่ รายละเอียด และหลักเกณฑ์เป็นอย่างไร เพื่อให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด โดยจะนำฐานข้อมูลจากกองทุนประกันสังคมมาพิจารณา

ด้านรูปแบบการจ่ายเงินนั้น เบื้องต้นอาจมีรูปแบบคล้ายกับ “โครงการเราชนะ” ที่จ่ายเงินผ่านทางแอปพลิเคชัน ส่วนจะมีการแจกเป็นสดหรือไม่นั้น ยังไม่มีความชัดเจน

ประกันสังคมมาตรา 33 เราชนะ 5ds4f65ds

เปิดเงื่อนไข “เราชนะ”

สำหรับโครงการ เราชนะ ซึ่งกระทรวงการคลังนำมาเทียบเคียงกับการเยียวยาโควิด-19 ประกันสังคมมาตรา 33 คืออะไร?

โครงการเราชนะ คือโครงการที่ให้ความช่วยเหลือด้วยการลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

เราชนะจะสนับสนุนวงเงินช่วยเหลือให้แก่ประชาชน จำนวนประมาณ 31.1 ล้านคน วงเงินไม่เกิน 3,500 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 2 เดือน สำหรับเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม 2564 วงเงินโครงการรวม 210,200 ล้านบาท

คุณสมบัติของผู้รับสิทธิเราชนะ มีดังนี้

  • เป็นคนไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
  • ไม่เป็นผู้ประกันตามมาตรา 33 (ยกเว้นเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน อยู่ก่อนแล้ว)
  • ไม่เป็นเจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นใดในหน่วยงานของรัฐ ข้าราชการการเมือง และผู้รับบำนาจหรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ
  • ไม่เป็นผู้มีเงินได้พึงประเมินเกิน 300,000 บาท (ปีภาษี 2562)
  • ไม่เป็นผู้มีเงินฝากเกิน 500,000 บาท (ณ 31 ธ.ค. 63)

ทั้งนี้ โครงการเราชนะจะทยอยจ่ายเงินเยียวยาสัปดาห์ละเท่าๆ กันผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังหรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ซึ่งประชาชนสามารถนำไปรูดซื้อสินค้า บริการ และค่าเช่าที่กำหนดได้ อย่างไรก็ตาม มีข้อเรียกร้องว่า หากเราชนะจ่ายเป็นเงินสดจะทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์มากกว่า

 

ที่ผ่านมา "มาตรา 33" ได้อะไรจาก “ประกันสังคม” บ้างช่วงโควิด-19? 

ผู้ประกันตนมาตรา 33 คือพนักงานหรือลูกจ้างในสถานประกอบการ ซึ่งมีทั้งหมด 11 ล้านคนทั่วประเทศ โดยผู้ประกันตนมาตรา 33 มักจะไม่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมมาตราการเยียวยาโควิด-19 ต่างๆ ของรัฐบาล จนทำให้เกิดการเรียกร้องและนำมาสู่การพิจารณาจ่ายเงินเยียวยามาตรา 33 ในครั้งนี้

แต่ที่ผ่านมากองทุนประกันสังคมก็ได้เพิ่มสิทธิประโยชน์และเงินทดแทนในกรณีต่าง ๆ ให้ ดังนี้

  • ลดเงินสมทบเหลือ 0.5-3

กองทุนประกันสังคมได้ลดเงินสมทบให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 จากปกติต้องจ่าย 5% ของค่าจ้างหรือสูงสุด 750 บาทต่อเดือน เหลือ 3% ของค่าจ้าง หรือสูงสุด 450 บาทต่อเดือน ในเดือนมกราคม 2564 จากนั้นในเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2564 จะได้รับลดหย่อยเหลือ 0.5% ของค่าจ้าง หรือสูงสุด 75 บาทต่อเดือน

  • จ่ายเงินทดแทน 50% ในกรณีว่างงาน (ชั่วคราว) เนื่องจากเหตุสุดวิสัยโควิด-19

ปี 2564 ประกันสังคม จะจ่ายเงินทดแทน กรณีว่างงาน (ชั่วคราว) จากเหตุสุดวิสัยโควิด-19 ในอัตรา 50% ของค่าจ้าง หรือสูงสุดไม่เกิน 7,500 บาท โดยผู้ประกันตนมีสิทธิ์ได้รับเงินทดแทนดังกล่าวไม่เกิน 90 วันภายใน 1 ปี สำหรับเงื่อนไขเป็นดังนี้

1.เป็นผู้ประกันตน มาตรา 33 ที่ส่งเงินสมทบครบ 6 เดือน ภายใน 15 เดือนย้อนหลัง

2.ลูกจ้างได้รับความเดือดร้อนอย่างใดอย่างหนึ่งจากไวรัสโควิด-19 ได้แก่ ต้องกักตัวเพื่อเฝ้าระวังการระบาดของโรค หรือนายจ้างต้องหยุดกิจการ เนื่องจากคำสั่งของราชการ

3.ลูกจ้างไม่ได้รับค่าจ้างในระหว่างนั้น

  • จ่ายเงินทดแทน 70% กรณีถูกเลิกจ้าง

กรณีว่างงาน เพราะถูกเลิกจ้าง ประกันสังคม มาตรา 33 จะได้รับเงินชดเชย 70% ของค่าจ้างรายวัน ปีละไม่เกิน 200 วัน จากเดิมกองทุนฯ จ่ายเงินชดเชย 50% ของค่าจ้าง เป็นเวลา 180 วันต่อปี

  • จ่ายเงินทดแทน 45% กรณีลาออก

กรณีว่างงาน เพราะลาออก ผู้ประกันตน มาตรา 33 จะได้รับเงินชดเชย 45% ของค่าจ้างรายวัน ปีละไม่เกิน 90 วัน จากเดิมจะได้รับเงินชดเชย 30% ไม่เกินปีละ 90 วัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...