โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนรอย "ธูป" เครื่องหอมบูชาเทพเจ้า ถึงการทำธูป ซื้อ-ขายในสมัยอยุธยา

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 11 ม.ค. 2566 เวลา 05.14 น. • เผยแพร่ 10 ม.ค. 2566 เวลา 03.18 น.
ธูป (public domain - pixabay.com)

เมื่อกล่าวถึง “ธูป” ก็เป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไปว่าเป็นเครื่องหอมชนิดหนึ่ง เป็นเครื่องบูชาที่มักใช้คู่กับเทียน แต่ความสำคัญของธูปในยุคนี้ได้ก้าวไปอีกขั้น โดยเฉพาะ “ธูปปู่” ในมิติของ “ศาสตร์แห่งตัวเลข” และการ “เสี่ยงโชค” ธูปได้มีบทบาทใหม่ในฐานะผู้มอบ “ศรัทธาพารวย”

แต่ในที่นี้จะพามาทำความรู้จักธูปในอดีตว่ามีความเป็นมาอย่างไร? คนไทยรู้จักธูปและทำธูปกันตั้งแต่เมื่อใด?

เสถียรโกเศศ (พระยาอนุมานราชธน) นักปราชญ์ผู้รู้ของไทย (เกิด พ.ศ. 2431 สมัยรัชกาลที่ 5) อธิบายเกี่ยวกับธูปว่า“ธูป เป็นคำสันสกฤตและบาลี แปลว่ากลิ่นหอมเครื่องหอม ก็กลิ่นหอมเครื่องหอมย่อมเป็นที่พึงพอใจแก่คนทั่วไป ถ้าเป็นกลิ่นเหม็นคนก็ไม่ชอบ และนึกว่าผีสางเทวดาก็คงไม่ชอบเช่นเดียวกัน…มนุษย์จึงหาอุบายถวายกลิ่นหอมแก่เทวดาเสียด้วย ท่านจะได้ชอบพอใจ”

เสถียรโกเศศอธิบายต่อไปว่า ในยุคดึกดำบรรพ์มนุษย์คิดจะส่งกลิ่นหอมให้ลอยขึ้นไปสู่สวรรค์เพื่อบูชาอ้อนวอนเทพเจ้า จึงได้จุดกองไฟแล้วเอาไม้หอมหรือเครื่องหอมโยนใส่ลงไปในกองไฟนั้น ต่อมาจึงพัฒนาทำภาชนะใช้สำหรับรองรับไฟ เช่น ตะคัน หรือหม้อเผา

เสถียรโกเศศตั้งข้อสันนิษฐานว่า ในอารยธรรมตะวันตกนิยมใช้ภาชนะสำหรับเผาเครื่องหอม การทำธูปที่เป็นก้านไม้อย่างที่เห็นกันในปัจจุบันนั้น น่าจะเป็นของที่คิดค้นขึ้นใหม่ทางฝั่งตะวันออก อาจจะเป็นจีนที่คิดทำขึ้น

ในสมัยกรุงศรีอยุธยาปรากฏหลักฐานการเกี่ยวกับธูปใน “คำให้การขุนหลวงวัดประดู่ทรงธรรม เอกสารจากหอหลวง” ความว่า “บ้านริมวัดพร้าวพวกพราหมณ์แลไทย ทำแป้งหอมน้ำมันหอม กระแจะ น้ำอบ ธูปกระแจะ ธูปกระดาษแลเครื่องหอมทาฃาย” แสดงว่า มีการทำธูปโดยพราหมณ์และคนไทย แต่ไม่มีการกล่าวถึงธูปจีน หรือคนจีนทำธูป

ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ คนไทยน่าจะยังทำธูปกันอยู่ โดยเฉพาะในราชสำนักปรากฏว่าทำธูปใช้เอง ดังปรากฏในหมายรับสั่งครั้งรัชกาลที่ 2 ให้เจ้าพนักงานข้างในฟั่นธูปใช้ในงานต่าง ๆ ให้ทำธูปเป็น 2 ขนาด คือ ธูปเล็ก และธูปใหญ่ ทำแล้วให้มัดเป็นมัด ๆ ธูปใหญ่มัดละ 20 ดอก ธูปที่เจ้าพนักงานข้างในทำน่าจะเป็นธูปชนิดพิเศษ

ส่วนธูปจีนที่มีก้านยาว ๆ ชุบสีแดงอย่างที่เรียกกันว่า “ธูปหาง” นั้น จะเข้ามาเมื่อใดยังไม่พบหลักฐาน ชาวบ้านทั่วไปคงจะใช้ธูปจีน ซึ่งบรรจุในซองกระดาษยาว ๆ เรียกกันว่า แหนบ โดยธูปในสมัยก่อนนอกจากจะใช้ในพิธีทางศาสนาแล้ว ยังมีการนำธูปและเทียนไปใช้ขอขมาคนตายในงานเผาศพ ภายหลังจึงได้ใช้เป็นเครื่องที่ใช้เผาไปด้วย

แล้วธูปไทยในยุคหลัง ๆ ใครเป็นคนคิดทำคนแรก?

เท่าที่มีหลักฐานบันทึก ผู้ที่อ้างว่าเป็นคนทำธูปไทยคนแรกคือ หลวงศรีรัตนโกสินทร์ (บุศย์ บุนนาค) ซึ่งเป็นเจ้ากรมของสมเด็จฯ กรมหลวงศรีรัตนโกสินทร พระราชธิดาในรัชกาลที่ 5 คิดทำขึ้นเมื่อราว พ.ศ. 2459 ท่านได้บันทึกว่า เป็นคนแรกที่พยายามคิดทำธูปไทยที่มีกลิ่นหอมขึ้น ในตอนแรกได้นำธูปจีนมาเป็นแกน แล้วเอาผงธูปที่คิดค้นขึ้นใหม่มาฟั่นทับพอกธูปจีนนั้นให้ใหญ่ขึ้น โดยมีส่วนผสมจากเนื้อไม้จันทน์ กำยาน และเครื่องปรุงอื่น ๆ มาบดผสมกันแล้วจุดเผา

เมื่อทดลองทำและทดลองใช้จนเป็นที่พอใจแล้วจึงนำออกขาย แต่ครั้งนี้ทำไม้ก้านธูปเอง คือ ฟั่นธูปขึ้นใหม่ ไม่ได้ใช้ธูปจีนมาฟั่นทับอีกต่อไป โดยแบ่งขายธูปเป็น 3 ประเภท คือ ซองใหญ่ราคาซองละ 10 สตางค์ มีธูป 10 ดอก จุดได้ 2 ชั่วโมง, ซองกลางราคาซองละ 10 มีธูป 20 ดอก จุดได้ 1 ชั่วโมง และซองเล็กราคาซองละ 5 สตางค์ มีธูป 15 ดอก จุดได้ครึ่งชั่วโมง

ภายหลังธูปไทยเป็นที่แพร่หลายและคงจะมีผู้คิดทำธูปไทยขึ้นทำเองบ้าง จนมีจำหน่ายโดยทั่ว ดังที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงพบเห็นธูปไทยวางขายอยู่ที่เมืองปีนัง เมื่อ พ.ศ. 2483 ทรงเล่าไว้ว่า

“ที่เมืองปีนังเดี๋ยวนี้มีธูปไทยเรียกว่า ธูปหอมตราดอกไม้ ส่งออกมาขายเป็นธูปทำใส่ซองละ 10 ดอก ขายราคาซองละ 5 เซ็นต์ ธูปที่จีนทำขายที่ในเมืองปีนังก็เป็นพะเนินเทินทึกทุกขนาด เหตุไฉนคนจึงชอบซื้อธูปไทย ได้ลองจุดเปรียบกันดู ธูปจีนมีควันมากแต่ไม่มีกลิ่นหอม ธูปไทยมีควันน้อยแต่กลิ่นหอม จึงเข้าใจว่าคนคงชอบใช้ธูปไทยบูชาพระที่ในเรือน ชอบใช้ธูปจีนชาพระตามวัดและศาลเจ้าเพราะราคาถูกกว่าธูปไทย และต้องการให้เห็นควันมากเป็นประมาณด้วย”

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ส. พลายน้อย. (พฤศจิกายน, 2538). ธูปไทย. สารคดี. ปีที่ 11 : ฉบับที่ 129.

เสถียรโกเศศ. (2498). รวมเรื่องสั้นของเสถียรโกเศศ. พิมพ์เป็นที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ อำมาตย์ตรี หลวงนิมานบรรณสิทธิ์ (กิ่ง หาญสมบูรณ์) 19 พฤษภาคม 2498, จาก คลังทรัพยากรดิจิทัล https://digital.library.tu.ac.th/

คำให้การขุนหลวงวัดประดู่ทรงธรรม เอกสารจากหอหลวง. (ออนไลน์), จาก ห้องสมุดดิจิทัลวชิรญาณ https://vajirayana.org/

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 1 กรกฎาคม 2564

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...