โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หลายทศวรรษแห่งความทรงจำกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

The MATTER

เผยแพร่ 26 พ.ย. 2562 เวลา 06.53 น. • seX-ray

อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันพิธีฌาปนกิจ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และจะไม่เป็นการกล่าวเกินจริงเลยว่า ถ้าอยากรู้วัฒนธรรมการเมืองไทยว่าเป็นเสียเช่นไร ให้ดูที่เส้นทางและสถานะทางสังคมการเมืองของ พล.อ.เปรม เขาได้เข้าวงการการเมืองในยุคที่ไม่เป็นประชาธิปไตยมายาวนาน เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญในยุคจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมื่อจอมพลถนอม กิตติขจร สืบทอดอำนาจ เขาก็ได้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติและวุฒิสมาชิก คุ้นชินอยู่แต่ระบอบเผด็จการ อยู่ร่วมกับอำนาจทหาร และเป็นตัวละครหนึ่งในฉากรัฐประหารมาหลายครั้งหลายครา [1]

แต่ไม่ว่าอย่างไร การอยู่ทนอยู่นานเกือบศตวรรษของเขา ก็ทำให้เห็นว่าแต่ละยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ประชาชนไทยมีความทรงจำและมอง พล.อ.เปรมอย่างไรบ้างในแต่ละช่วง 10 ปี

 

ทศวรรษ 2520

ตลอดปี พ.ศ.2523-2531 ที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เขาออกคำสั่งยุติการทำสงครามกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ.2525 และให้นักศึกษาปัญญาชนที่เข้าป่าจับอาวุธต่อสู้กับรัฐบาล ได้ออกจากป่า กลายเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คอมมิวนิสต์อ่อนกำลังลง ขณะเดียวกันก็สร้างตำหนักให้หลายแห่ง ฉลองรัตนโกสินทร์ครบรอบ 200 ปีอย่างฟุ่มเฟือย สร้างบรรยากาศให้เต็มไปด้วยการเฉลิมฉลอง แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาประเทศ ซึ่งก็มิได้เป็นสิ่งที่รัฐบาลนี้ใส่ใจ เพราะรัฐบาลเพียงประสานผลประโยชน์อำนาจระหว่างทหารและข้าราชการจากระบอบเผด็จการ กับนักธุรกิจนักการเมือง[2]

รัฐบาล พล.อ.เปรมมีความสำคัญเพียงนำลัทธิราชาชาตินิยมมาสถาปนาระบบศักดินาราชูปถัมภ์ ทำหน้าที่แบ่งสรรอำนาจระหว่างกลุ่มอำนาจต่างๆ ดึงอำนาจนอกระบบราชการที่ยังพอยอมรับอำนาจเผด็จการ เช่น นักธุรกิจชนชั้นกลาง นิสิตนักศึกษาปัญญาชน และพรรคการเมืองที่อ้างอิงอำนาจจากการเลือกตั้ง เข้าสู่กระบวนการทางนโยบาย มาสร้างความเข้มแข็งให้กับระบอบเผด็จการที่มีฐานมาจากอำนาจทหารและสถาบันราชการ จนกลายเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีสมบูรณาญาสิทธิราชย์ควบคุมกำกับอยู่ เรียกว่า ‘ประชาธิปไตยครึ่งใบ’ หรือ ‘ประชาธิปไตยแบบไทยๆ’[3]

ในทศวรรษนี้ มีความพยายามผลิตเรื่องเล่าประเภท พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายพลหนุ่มเนื้อหอมคนดังผู้ทะนุถนอมความโสด แม้ว่าจะอยู่ในวัย 60 แล้วก็ตามเช่น หนังสือพิมพ์ สุภาพบุรุษ-ประชามิตร ประจำวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2521 ได้เผยแพร่ ‘เบื้องหลังชีวิตโสดของนายพลคนดัง’ ว่าเป็นหนุ่มใหญ่ผู้ครองตัวเป็น “โสดและสด-ไม่มีรอยช้ำ” แม้ว่าเพื่อนร่วมรุ่นบางคนกำลังเตรียมตัวเป็นคุณปู่คุณตากันแล้ว[4]

ตำนานความโสดของเขาถูกเล่าว่า เมื่อครั้งยังเป็นนายทหารชั้นนายพัน ได้ไปรักกับหญิงนางหนึ่งถึงขั้นจะไปสู่ขอเตรียมยกขันหมากไปหมั้นหมาย ทว่าครอบครัวฝ่ายหญิงกลับให้แต่งงานกับนายทหารที่ยศสูงกว่า หลังจากพลาดหวังในครั้งนั้น ก็ไม่ได้มีท่าทีจะตกล่องปล่องชิ้นกับสาวนางใดอีกเลย เมื่อตอนอยู่ศูนย์กลางทหารม้าที่ค่ายอดิศร จ.สระบุรี มีอาจารย์ใหญ่โรงเรียนอาชีวะสตรีในสระบุรี ส่งปิ่นโตให้วันละสองเถาเรื่อยมาจนอาจารย์สาวใหญ่โยกย้ายไปจังหวัดอื่น เขาก็ไม่ได้สนใจ ทั้งนางสาวไทยพยายามก้อร่อก้อติก แม้แต่ พล.อ.กฤษณ์ สีวะรา พยายามจะเป็นพ่อสื่อพ่อชักให้ก็ไม่สำเร็จเช่นกัน[5]

ขณะเดียวกัน พล.อ.เปรมก็ได้รับการอธิบายว่าเป็นผู้มีอารมณ์สุนทรีย์ ชอบดอกไม้ ดนตรี และภาพเขียน[6]

หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าเสียงของ พล.อ.เปรม “นุ่มนวลมีระดับเสียงค่อนข้างสูง เหมือนนักร้องเพลงไทยเดิม จังหวะของคำ การทอดประโยค และถ้อยคำที่ออกมานั้นมีลีลาตามแบบฉบับ…ท่วงท่าของการพูดก็เป็นไปด้วยความสุภาพ และยิ่งเป็นการสนทนากับสุภาพสตรีก็จะยิ่งเพิ่มความสุภาพในน้ำเสียงเพิ่มเข้าไปอีก”[7] พิถีพิถันการแต่งองค์ทรงเครื่องสวยงามสะอาดเรียบร้อยเป็นพิเศษ หัวจรดเท้า เครื่องแบบทองเหลืองเงามัน ผมเผ้าเรียบร้อย “ทำให้มีคนเข้าใจกันว่า พิถีพิถันมากเกินไปจนเหมือนผู้หญิง”[8] สิ่งเหล่านี้บวกกับภาพลักษณ์ทางการเมืองที่สร้างขึ้นถือว่าเป็นเสน่ห์ของ พล.อ.เปรม ที่ทำให้หญิงสาวหลงใหลได้ปลื้ม เช่นในนิยาย ฉันรักนายพล (2522)[9]

เมื่อรัฐบาลใกล้ชิดกับกองทัพมากกว่าประชาชน แถมตรวจสอบอะไรก็ไม่ได้ ช่องทางหนึ่งที่จะทำให้ประชาชนรู้สึกว่าได้ใกล้ชิดและสัมผัสนายกฯ ที่ไม่ได้มาจากประชาชนแต่ดำรงตำแหน่งนานได้ ก็คือเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ประเภทกุ๊กกิ๊กกับใครอยู่? เมื่อไหนจะแต่งงาน? เมื่อไหรจะมีข่าวดี?

แต่อย่างไรก็ตามการยิ่งพยายามหาคำตอบเรื่องหัวใจของ พล.อ.เปรม ก็ยิ่งสร้างปริศนาลึกลับมากขึ้นกว่าเดิมกับผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นนายกรัฐมนตรี แม้แต่การเปิดเผยเบื้องหลังชีวิตรักของ พล.อ.เปรมครั้งใหญ่ ก็ทำให้เป็นตำนานรักมากกว่าข้อเท็จจริง ผ่านนวนิยายกึ่งชีวประวัติ ถึงชาติหน้าก็ไม่มีรัก…หากขาดเธอ ที่เล่าถึงชีวิตตัวละครที่ชื่อ ‘ปรีม’ ทหารหนุ่มผู้ช้ำรักอกหักที่ได้รวบรวมเศษหัวใจที่เหลืออุทิศไว้กับแผ่นดิน จงรักภักดีต่อบ้านเมือง และตอบแทนคุณแผ่นดินแทน เรื่องราวของปรีมเผยแพร่ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ ดาวสยาม ปี พ.ศ.2528 ที่รวมเล่มในปีถัดมา

แต่เมื่อกองทัพทรงอิทธิพลทางการเมือง มีข่าวคอร์รัปชั่นแต่ก็ตรวจสอบอะไรไม่ได้ และไม่แยแสเสียงทัดทานของประชาชน ความเอือมระอาและอดรนทนไม่ได้จึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทุกอณู มีการเรียกร้องให้ พล.อ.เปรมลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสักที แม้แต่นิตยสารใต้ดินหนังสือโป๊เกย์ มิถุนา จูเนียร์[10] ก็เป็นส่วนหนึ่งของการออกมาโจมตีรัฐบาล พล.อ.เปรม

 

ทศวรรษ 2530

ความโสดและเนื้อหอมฟุ้งกระจายเรื่อยมาข้ามทศวรรษพอๆ กับความฉาวของรัฐบาล จนกระทั่งดาราหน้าใหม่ได้เกิดขึ้นเป็นหนุ่มเหน้าหน้าจิ้มลิ้มแต่มัดกล้ามแน่น และกลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงตั้งแต่เปิดทศวรรษ 2530 เสกสรร ชัยเจริญ แจ้งเกิดในวงการบันเทิงด้วยชื่อ ‘หนุ่มเสก’ ทั้งเป็นนักร้องสังกัดค่าย คีตา เรคคอร์ด และนักแสดงเช่นหนัง ‘อุบัติโหด’ (พ.ศ.2531) ‘เพราะว่า..ฉันรักเธอ’ (พ.ศ.2531)

ด้วยมัดกล้ามทำให้หนุ่มเสกโดดเด่นกว่าดาราชายในยุคสมัยนั้น เขากลายเป็นดาราหนุ่มที่ถูกพูดถึงแต่เรื่องกล้ามๆๆ และกล้าม[11] พอๆ กับความสัมพันธ์กับ พล.อ.เปรมที่โปรดปรานเขาเป็นพิเศษ เพราะมักจะให้เขาไปร้องเพลงเมื่อมีงานต้อนรับผู้ใหญ่เป็นประจำหลายปี ร่วมกับ ภูสมิง หน่อสวรรค์ นักร้องเพลงโฟล์ก และ โอ๋—บุปผา ธรรมบุตร แต่หนุ่มเสกถูกจับตามองเป็นพิเศษกว่า เขาเองก็ยอมรับว่าได้รับความเอ็นดูเมตตาจาก พล.อ.เปรมอย่างมาก รวมทั้งเรื่องเงินๆ ทองๆ การทำธุรกิจของเขา[12]

ความสัมพันธ์กับ พล.อ.เปรมกลายเป็นเรื่องที่เขาต้องตอบคำถามเรื่อยมาเมื่อมีสัมภาษณ์ หลังจากที่ผันตัวเองเป็นนักธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรมูลค่าหลายร้อยล้านบาทย่านสุขุมวิทแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เขาได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร ขวัญเรือน ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.เปรมกับหนุ่มเสกเป็นเพียงความสัมพันธ์ประหนึ่งป๋ากับลูกชาย เช่นเดียวกับนายทหารหนุ่มคนอื่นๆ ที่แวดล้อม พล.อ.เปรม

“ป๋าเป็นผู้ที่มีบุญคุณกับผมเสมือนพ่อแม่คนที่สองเลย ท่านเป็นผู้ให้กำลังใจ ท่านช่วยทุกๆ อย่าง ท่านทำให้ธุรกิจผมเกิด ถึงแม้มันจะล่มสลายไปแล้ว แต่ความประทับใจในตัวป๋าผมไม่เคยลืมเลือน ตายไปผมก็ชดใช้บุญคุณป๋าไม่หมด”[13]

“ผมเรียนท่านว่า ‘ป๋า’ น่ะ ผมไม่ใช่ทหารผมก็เป็นลูกคนหนึ่ง ผมก็เป็นลูกที่รักป๋า ผมจะเป็นลูกคนสุดท้ายของป๋าก็ได้ ใครจะคิดยังไงกับความสัมพันธ์ระหว่างผมกับป๋าก็ได้ ก็แล้วแต่ เราไปห้ามความคิดเขาไม่ได้ แต่ผมเชื่อว่าป๋าก็รักผม ป๋าช่วยผมเยอะ บางอย่างผมอาจทำให้ป๋าลำบากใจบ้างแต่ป๋าก็เข้าใจ ป๋าไม่เคยตำหนิผม ทุกวันนี้ผมนึกถึงป๋าตลอดแต่ไม่ได้เข้าไปหาเพราะส่วนใหญ่จะโดนกีดกัน คนเขาจะคิดว่าถ้าผมเข้าไปหาป๋าคือผมจะต้องไปของตังค์ป๋า เอาเรื่องปวดหัวไปให้ป๋า”[14]

“ท่านให้คำแนะนำทุกอย่างแนะนำให้ผู้ใหญ่ช่วยดูแลแนะนำ ถึงล้มแล้วท่านก็ให้กำลังใจ ในความรู้สึกผม ผมรู้ว่าป๋าให้กำลังใจผมตลอด เพียงแต่ป๋าจะมาให้กำลังใจโดยออกนอกหน้าไม่ได้”[15]

ทศวรรษ 2540

ในโครงสร้างรัฐแบบ binary และชายเป็นใหญ่ จึงมีสถานะที่รัฐมอบให้แบ่งตามเพศสรีระเป็นบุรุษ-สตรี ที่มักจะมี ‘รัฐบุรุษ’ แต่ไม่มี ‘รัฐสตรี’ หรือรัฐเพศสภาพอื่นๆ ตลอดทศวรรษ 2530 ที่ พล.อ.เปรมได้เป็นรัฐบุรุษ ก็มีหนังสือป่าวประกาศผลงานและภาพลักษณ์ที่ดีอย่างต่อเนื่องโดยภาครัฐ และมูลนิธิรัฐบุรุษพลเอกเปรม ติณสูลานนท์เอง ไล่มาจนถึงทศวรรษ 2540[16] เรื่องราวของ ‘ปรีม’ ก็กลับมาถูกเล่าอีกครั้งในชื่อ ปริศนารัก? (ถึงชาติหน้าก็ไม่มีรัก…หากขาดเธอ)

แต่ด้วยความไม่คุ้นชินกับระบบประชาธิปไตยเต็มใบ และไม่คุ้นเคยกับอำนาจของประชาชนเจ้าของประเทศ นับตั้งแต่นั้น จาก hero ก็สู่ zero เมื่อเขาพยายามแทรกแซงและมีท่าทีเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ.2549 ที่เป็นที่ประจักษ์ว่าเขาสนับสนุนอย่างเต็มที่ และมีอิทธิพลชี้นำต่อการตัดสินใจของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายทหารคนสนิทที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีจากการรัฐประหารครั้งนี้[17]

ตั้งแต่ปลายทศวรรษ 2540 และเริ่มต้นทศวรรษใหม่ พล.อ.เปรมก็ตกเป็นเป้าโจมตีของประชาชนจำนวนหนึ่งที่เฝ้ามองเหตุการณ์ทางการเมืองตั้งแต่ประชาธิปไตยครึ่งใบ อดทนกับบารมีของพวกอำมาตย์ที่แทรกแซงประชาธิปไตยไม่ไหวอีกต่อไป

ไม่ว่าจะจริงหรือไม่ก็ตาม

ชีวิตเรื่องเพศอันลึกลับปริศนาถูกนำมาเป็นเครื่องมือหนึ่งของการโจมตีเขา

ทศวรรษ 2550

วาสนา นาน่วม (ผู้ที่เข้าใจกันว่าเป็น ‘ผู้สื่อข่าวสายทหาร’) พยายามพาสเจอไรส์การแทรกแซงทางการเมืองให้กับ พล.อ.เปรม ไปพร้อมกับสร้างภาพลักษณ์ hyper masculine ให้กับ พล.อ.เปรมด้วยหนังสือ กูคือ ป๋า ข้าชื่อ เปรม : อมตะแห่งป๋าเปรม ในปี พ.ศ.2551 และเหมือนจะขายดี หนังสือถูกพิมพ์ซ้ำในปี พ.ศ.2552 และ พ.ศ.2555[18] ที่พยายามแก้ต่างให้กับคำครหานินทา ด่าทอหยาบๆ คายๆ และย้ำเตือนว่า พล.อ.เปรมเป็นผู้มีบารมีหลายยุคสมัยทางการเมือง แต่ก็ไม่สามารถกอบกู้อะไรได้[19]

ยิ่งเมื่อ พล.อ.เปรมลากสังขารออกมาสนับสนุนการรัฐประหารอย่างออกหน้าออกตา ซึ่งรวมถึงรัฐประหารครั้ง พ.ศ.2557 ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของเขาดิ่งต่ำลงในชุมชนเสรีประชาธิปไตยและผู้ที่อดทนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาไม่ไหว

เรื่องเพศที่เคยลึกลับยิ่งถูกนำมาเป็นอาวุธในการโจมตี พล.อ.เปรมตลอดชีวิตที่เหลือด้วยความโกรธแค้น แม้กลุ่มหัวก้าวหน้าฝักใฝ่เสรีประชาธิปไตยพยายามจะเบรกไม่ให้ด่านายทหารคนนี้เรื่องเพศสภาพเพศวิถีว่า มันไม่ก่อประโยชน์ใดๆ ซ้ำยังเป็นเครื่องมือสกปรกทางการเมืองที่ขัดแย้งกับอุดมการณ์ประชาธิปไตย รังแต่จะทำลายล้างขบวนการเคลื่อนไหวเสียเอง

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ในบั้นปลายชีวิตของ พล.อ.เปรม ตั้งแต่ปลายทศวรรษ พ.ศ.2540 เป็นต้นมา จนเลยวันตายของเขา วันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ.2562 ก็กลายเป็นยุคสมัยของการกล่าวถึงและจดจำเพศวิถีและเพศสภาพอย่างตรงไปตรงมาที่สุด แม้ว่าจะจำมาจาก ‘ข่าวลือ’ ปากต่อปาก เช่นเดียวกับทศวรรษก่อนหน้านั้นก็ตาม แต่กลับเป็นข่าวลือที่ต่างไปจากตั้งแต่เริ่มต้นพูดถึงเรื่องชีวิตรักๆ ใคร่ๆ ของ พล.อ.เปรมในทศวรรษ 2520 อย่างสิ้นเชิง

ความน่าเศร้าของมรณกรรมของชายชราผู้นี้ ในทางหนึ่งอาจเป็นการที่เราสูญเสียบุคคลสำคัญทางการเมืองไป แต่ก็อย่าลืมว่าเราเคยอนุญาตให้เขาเคยมีอำนาจชี้นำประเทศ ใช้ชีวิตบนยอดพีระมิดของโครงสร้างสังคมมายาวนานจนอายุเกือบครบ 100 ปีโดยที่ประชาชนไม่สามารถทำอะไรได้ หรือไม่ได้มีการชดใช้รับผิดชอบใดๆ เลยกับการบ่อนเซาะทำลายประชาธิปไตยที่เป็นทางออกของปัญหาต่างๆ ของประเทศโลกที่ 3

อ้างอิงข้อมูลจาก

[1] ธนาพล-อิ๋วสกุล. (2018). 30 ปี การสิ้นสุดของระบอบเปรมาธิปไตย (1-3). www.the101.world

[2] Handley, Paul. (2006). The King Never Smiles, A Biography of Thailand’s Bhumibol Adulyadej. New Haven: Yale University Press, pp. 283-284 ;

Andrew MacGregor Marshall. (2014).  A Kingdom In Crisis Thailand’s struggle for democracy in the twenty-first century. London: Zed Books, pp. 139-140.

[3] อดินันท์ พรหมพันธ์ใจ. (กรกฎาคม-ธันวาคม 2558), รัฐราชการไทยในสมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์: ปัญหาระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบ (2523 – 2531), วารสารสังคมศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีที่ 45 ฉบับที่ 2, น. 75-104.

[4] ขุนพลเปรม : เสี้ยวชีวิตส่วนงานและส่วนตัวของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์. (2522). กรุงเทพ : สำนักพิมพ์เบญจมิตร, น. 12.

[5] เรื่องเดียวกัน, น 16-20.

[6] เรื่องเดียวกัน, น. 15.

[7] เรื่องเดียวกัน, น. 13.

[8] เรื่องเดียวกัน, น. 14-15.

[9] สิ’รยา (นามปากกา). (2522) ฉันรักนายพล. กรุงเทพ : ประพันธ์สาส์น.

[10] อั้น สัตหีบ. (2529). เลื่อนขยับปรับคลื่น. มิถุนา จูเนียร์. ฉบับที่ 36, น. 49-51. ; อั้น สัตหีบ. (2529). เลื่อนขยับปรับ-ชาวนาคนที่ไม่เคยมีใครรักจริง. คลื่น. มิถุนา จูเนียร์. ฉบับที่ 38, น. 100-102.

[11] นิตยสาร Delite (กรกฎาคม 2536), น. 30.

[12] รัชชา. (ปักษ์หลัง เม.ย.2546). ชีวิตที่ล้มแล้วลุก…ของหนุ่มเสก เสกสรร ชัยเจริญ. ขวัญเรือน 35,754, น. 238.

[13] เรื่องเดียวกัน, หน้าเดียวกัน.

[14] เรื่องเดียวกัน, หน้าเดียวกัน.

[15] เรื่องเดียวกัน, หน้าเดียวกัน.

[16] สุรัศมิ์พรรณ ดุลยจินดา, (บรรณาธิการ). (2537). เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณต่อแผ่นดิน : ชีวิตและผลงานของ ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ องคมนตรีและรัฐบุรุษ. กรุงเทพฯ : ชมรมนักวิชาการช่วยชาติ. ;

นพ พิณสายแก้ว, พลโท, และคนอื่นๆ. (2538). รัฐบุรุษชื่อเปรม. กรุงเทพฯ : มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์.; อุษณีย์ เกษมสันต์ ณ อยุธยา, (บรรณาธิการ). (2543). มองกองทัพผ่านผลงานรัฐบุรุษ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์. กรุงเทพฯ: กองทัพบกและมูลนิธิรัฐบุรุษพลเอกเปรม ติณสูลานนท์.

เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน : พลเอกเปรม ติณสูลานนท์. (2545). กรุงเทพฯ : มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์.; นนทพันธ์ ภักดีผดุงแดน, (เรียบเรียง). (2545). เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน : ชีวิตและความภาคภูมิใจของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์. กรุงเทพฯ : คณะเพื่อน 11. ; เนาวรัตน์ ทองรมย์. เนาวรัตน์ พลเดช, (บรรณาธิการ). (2546). เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน : พลเอกเปรม ติณสูลานนท์. กรุงเทพฯ : สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี.

[17] AFX News. (September 22, 2006). Former Thai PM Prem Tinsulanonda had key role in coup – analysts, Finanz Nachrichten, http://www.finanznachrichten.de/nachrichten-2006-09/7030661-former-thai-pm-prem-tinsulanonda-had-key-role-in-coup-analysts-020.htm ; ASTVผู้จัดการออนไลน์. (July 14, 2006). “ป๋าเปรม” ย้ำ “พระเจ้าอยู่หัว-ชาติ” คือ เจ้าของทหารแท้จริง เตือนรุ่นน้องใช้เลือดเนื้อปกป้องเทิดทูน, ผู้จัดการออนไลน์, http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9490000090486 ; วาสนา นาน่วม. ลับลวงพราง. กรุงเทพฯ : มติชน, 2551

[18] วาสนา นาน่วม. (2551). กูคือ ป๋า ข้าชื่อ เปรม : อมตะแห่งป๋าเปรม. กรุงเทพ : โพสต์บุ๊กส์.

[19] เรื่องเดียวกัน, น. 137.

Illustration by Khemmawat Tantragool

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...