โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิถีแห่งกลยุทธ์ เหมยฉางซู/เสถียร จันทิมาธร/ จากหลินซูห์ มาถึง เหมยฉางซู (19)

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 22 พ.ย. 2562 เวลา 04.31 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2562 เวลา 04.31 น.

วิถีแห่งกลยุทธ์ เหมยฉางซู/เสถียร จันทิมาธร

จากหลินซูห์ มาถึง เหมยฉางซู (19)

 

การถกแถลงระหว่างเหมยฉางซูกับจิ่งหวัง กระทั่งลงเอยด้วยเดิมพันที่ว่าจะหาทางช่วยให้ถิงเซิงหลุดพ้นออกจากโรงเรือนไพร่ถือว่าดุเดือดเข้มข้นอย่างยิ่งแล้ว

การถกแถลงระหว่างเหมยฉางซูกับเหมิงจื้อยิ่งน่าติดตาม

หลังเหมิงจื้อแจกแจงข้อเด่นข้อด้อยอันมีอยู่ในตัวจิ้งหวัง ประสานเข้ากับความมุ่งมั่นของรัชทายาทและอวี้หวังต่อราชบัลลังก์

เหมยฉางซูเปิด-ปิดฝากาน้ำชาเล่น สีหน้าปราศจากอารมณ์

“ไม่ใช่คนมีเล่ห์เหลี่ยมแล้วจะเป็นไร มิใช่ยังมีข้าหรอกหรือ งานที่สกปรกแปดเปื้อนคาวเลือดก็ให้เป็นหน้าที่ของข้า เพื่อโค่นล้มคนที่ก่อกรรมทำชั่ว ต่อให้ข้าต้องเอามีดปักอกผู้บริสุทธิ์ก็ยินดีกระทำ แม้ว่าข้าจะเสียใจเช่นกัน

แต่เมื่อคนผู้หนึ่งเคยทุกข์ทรมานจนทะลุขีดจำกัดสูงสุด ความเสียใจระดับนี้ยังคงสามารถกล้ำกลืนได้”

คำพูดแม้เหี้ยมโหดแต่กลับแฝงไว้ด้วยความโศกเศร้าและเจ็บช้ำซึ่งไม่อาจปกปิดชนิดหนึ่ง

เหมิงจื้อมองใบหน้าเขาแน่วนิ่ง จู่ๆ ความรู้สึกปวดร้าวยากทานทนก็ผุดขึ้นมากลางใจระลอกแล้วระลอกเล่า

นี่คือลักษณะ “สมารมณ์” ระหว่างเหมิงจื้อกับเหมยฉางซู

 

“ไห่เยี่ยน” ดำเนินเรื่องตามสำนวนแปลลีหลี่หลินออกมาว่า ครึ่งค่อนวันเหมิงจื้อค่อยถอนหายใจออกมาคำหนึ่ง

“แล้วจิ้งหวังยอมรับปากหรือไม่”

“ทำไมจะไม่ยอมเล่า ความเกลียดชังที่เขามีต่อรัชทายาทและอวี้หวังไม่น้อยไปกว่าข้า ยิ่งกว่านั้นยังมีตำแหน่งจักรพรรดิรอคอยอยู่เบื้องหน้าอีกด้วย พลานุภาพดึงดูดของตำแหน่งจักรพรรดิช่างยิ่งใหญ่มหาศาล มีไม่กี่คนหรอกที่สามารถต้านทานได้

“แม้แต่จิ่งเหยียนก็เช่นกัน”

“นี่เป็นไปไม่ได้” เหมิงจื้อตบโต๊ะฉาด “เขาเกลียดชังการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น หรือท่านเกิดมาก็ชื่นชอบแล้ว จิ้งหวังเปลี่ยนเป็นคนโหดเหี้ยมเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน หรือเขาไม่รู้จักเป็นห่วงท่านบ้าง”

“พี่เหมิง” เหมยฉางซูยิ้มชืด

“ท่านลืมแล้วหรือ จิ้งเหยียนไม่รู้ว่าเป็นข้า ข้าได้ตายไปแล้ว ข้าได้กลายเป็นรอยแผลกรีดลึกในใจเขาไปแล้ว คนที่บีบคั้นและล่อลวงให้เขาเหยียบย่างสู่เส้นทางการช่วงชิงบัลลังก์ก็แค่คนแปลกหน้าที่ชื่อซูเจ๋อคนหนึ่งเท่านั้น จะมีอะไรต้องเป็นห่วง”

“อาห์” เหมิงจื้ออุทานคำหนึ่ง

“จริงด้วย เขาไม่รู้ แต่วันนี้พวกท่านไม่ใช่พบหน้ากันแล้วหรือ ท่านไม่ได้บอกเขาหรือ และเขาก็จำท่านไม่ได้หรือ”

ตรงนี้ต่างหากที่สำคัญ

 

“เพราะอะไรต้องบอกเขา” ใบหน้าเหมยฉางซูขาวซีดปานหิมะ แววตาเยือกเย็นถึงที่สุด “ไม่ว่าจะเคยเป็นสหายที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสาสักปานใด คนที่หลุดขึ้นมาจากนรกอเวจีล้วนเปลี่ยนเป็นปีศาจร้ายทั้งนั้น

“ไม่เพียงเขาจำจดข้าไม่ได้ แม้แต่ตัวข้าเองก็ยังจำตัวเองไม่ได้”

เหมิงจื้อมองดูเหมยฉางซู 2 มือกำแน่นจนข้อนิ้วโปนขาว หวังเพียงขจัดความรู้สึกรวดร้าวประหนึ่งทรงอกถูกฉีกขาดออกจากกัน

นึกถึงภาพตอนที่เหมยฉางซูอายุ 17 ปี

รอยยิ้มเจิดจ้า สว่างไสวบนใบหน้าแดงซ่านปานผลผิงกั่ว (แอปเปิล) ในยามที่แยกจากกัน 12 ปี ผ่านไปดั่งสายน้ำ

หวนนึกถึงอดีตกลับคล้ายเป็นชาติปางก่อน

“ใช่” เหมิงจื้อยอมรับ “ถ้าท่านไม่ติดต่อข้ามาเกรงว่าข้าก็คงจำท่านไม่ได้ตลอดกาล” พูดพลางทอดตาดูข้อมือเหมยฉางซู

ทั้งเล็กและซูบซีด

พอจินตนาการได้ว่า กว่าที่เขาจะทุรนทุรายเอาชีวิตรอดมาได้ต้องผ่านความทุกข์ยากและขื่นขมปานใด

“ท่านรับปากข้า ห้ามบอกจิ้งเหยียนเด็ดขาด” เหมยฉางซูทอดมองนอกหน้าต่าง แววตาพร่าเลือนเวิ้งว้าง

ตรงนี้ก็ยิ่งสำคัญ

“คู่หูที่น่ารักมีชีวิตชีวาซึ่งเติบโตมากับเขาคนนั้น กับนักวางแผนที่ลงมือกระทำโดยไม่เลือกวิธีการ ทั้งโหดเหี้ยมอำมหิตซึ่งอยู่ข้างกายเขาคนนี้ไม่มีวันเป็นคนคนเดียวกันได้ชั่วนิจนิรันดร์ เช่นนี้ไยมิใช่ยิ่งประเสริฐ”

“เสี่ยวซูห์”

 

พลันที่เหมิงจื้อหลุดคำว่า “เสี่ยวซูห์” ออกมา ความนัยเร้นลึกอันตรึงอยู่ภายในของเหมยฉางซูก็ระเบิดออกมา

“คนทั้งเมืองหลวงที่รู้ว่าหลินซูห์กลับมามีเพียงท่าน หรืออาจมีเสด็จย่าทวดอีกคนหนึ่งกระมัง ข้าไม่ต้องการให้ปรากฏคนที่ 3 อีก

พี่เหมิง รบกวนท่านแล้ว”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...