โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

"เช่าซื้อ" จัดมาตรการอุ้มลูกค้า "ธนชาต" ยืดหนี้สูงสุด84งวด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 มิ.ย. 2565 เวลา 03.14 น. • เผยแพร่ 18 ม.ค. 2564 เวลา 09.18 น.

ธุรกิจเช่าซื้อประคองลูกหนี้ฝ่าโควิดระลอกใหม่ จัดมาตรการช่วยเหลือเป็นรายกรณี “ทีเอ็มบี-ธนชาต” พร้อมยืดเทอมชำระให้สูงสุด 84 เดือน ตั้งความหวังไตรมาส 2 ยอดขายรถยนต์ฟื้นดันสินเชื่อ “กรุงศรี ออโต้” พร้อมช่วยลูกค้าต่อเนื่อง ฟาก “MTC” พิจารณาปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกค้าเป็นรายกรณี “ไม่เหวี่ยงแห” เหตุผลกระทบรอบนี้ไม่แรงเท่ารอบแรกที่ล็อกดาวน์

นายป้อมเพชร รสานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านสินเชื่อรถยนต์ ธนาคารทหารไทย (ทีเอ็มบี) และรองกรรมการผู้จัดการ ธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ ธนาคารธนชาต เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กำลังประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

โดยเบื้องต้นมองว่า การควบคุมการระบาดระลอกใหม่ของภาครัฐไม่ได้รุนแรง ถึงขั้นล็อกดาวน์ประเทศ ทำให้การดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและธุรกิจยังดำเนินต่อไปได้ ดังนั้น แนวทางรองรับหรือมาตรการช่วยเหลือลูกค้า จะแตกต่างไปจากรอบแรก

โดยธนาคารจะพิจารณาขยายเวลาการช่วยเหลือตามความเดือดร้อนและเหมาะสมกับลูกค้า เช่น หากลูกค้าที่ทำสัญญาผ่อนชำระค่างวดอยู่ 48 เดือน สามารถขอขยายเวลาผ่อนได้สูงสุด 84 เดือน ส่วนกลุ่มที่แม้ว่าจะขยายการชำระค่างวดแล้ว แต่ยังชำระไม่ไหว ธนาคารจะพิจารณาพักหนี้ให้

ขณะที่ลูกค้าที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือในรอบแรก สัดส่วนประมาณ 90% สามารถกลับมาชำระได้ตามเงื่อนไขใหม่ ที่เหลืออีกราว 10% จะมีส่วนหนึ่งที่ต้องขยายระยะเวลาและปรับค่างวดให้สอดคล้องกับรายได้

“ตอนนี้เรามองว่าลูกค้ายังสามารถประกอบอาชีพได้อยู่ ซึ่งแตกต่างจากรอบแรกที่ธุรกิจต้องปิดตัวเลย ดังนั้น มาตรการคงไม่เหมือนรอบแรก แต่เราก็พร้อมช่วยเหลือลูกค้า หากลูกค้าชำระไม่ไหวก็สามารถยืดเทอมชำระให้สูงสุด 84 งวด และพิจารณาพักหนี้เป็นกรณีไป”

ทั้งนี้ ปัจจุบันหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของธุรกิจเช่าซื้อทั้งระบบยังอยู่ที่ระดับ 1-2% ส่วนแนวโน้มสินเชื่อเช่าซื้อในปี 2564 จะสอดคล้องกับยอดขายรถใหม่ ซึ่งเบื้องต้นประเมินว่าจะโตกว่าปี 2563 โดยยอดขายรถใหม่คาดว่าจะอยู่ที่ราว 8 แสนคัน หากสถานการณ์โควิด-19 ไม่ได้รุนแรงมากขึ้นและกิจกรรมทางเศรษฐกิจยังเดินได้

“จะเห็นว่าในปี 2563 ยอดขายรถใหม่ทำได้ดีกว่าเป้าหมายเดิมที่คาดไว้ที่ 7 แสนคัน แต่ขายได้ถึง 7.8 แสนคัน ดังนั้น หากไม่มีการล็อกดาวน์และภาครัฐสามารถบริหารจัดการได้ดี สามารถประคองไปได้ในไตรมาส 1 นี้ ก็เชื่อว่ายอดขายและการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อจะกลับมาดีขึ้นในไตรมาส 2 ได้”

นางกฤติยา ศรีสนิท ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (กรุงศรี ออโต้)กล่าวว่า กรุงศรีพร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการระบาดระลอกใหม่จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามความจำเป็นรายกรณี เช่น การพักชำระหนี้ หรือการปรับโครงสร้างหนี้ เป็นต้น

“เราให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด ตั้งแต่การระบาดรอบแรกต่อเนื่องมาจนถึงการระบาดรอบใหม่ ปัจจุบันมีลูกค้าที่ขอรับการช่วยเหลือต่อเนื่องอยู่ 5.5% ของลูกค้าที่เข้ารับมาตรการตั้งแต่ช่วงแรก 6.5 แสนราย”

นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) กล่าวว่า บริษัทจะมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิดรอบใหม่นี้เป็นรายกรณี โดยพิจารณาปรับโครงสร้างหนี้ให้เนื่องจากรอบนี้ผลกระทบต่างจากรอบแรกที่มีการล็อกดาวน์ โดยรอบแรกมีลูกค้าที่ขอพักหนี้ 6,000 ราย หรือ 10% ของลูกค้าที่เข้ารับมาตรการช่วยเหลือทั้งสิ้น 6 หมื่นราย

ซึ่งหลังจบมาตรการในสิ้นไตรมาส 2 ปี 2563 พบว่าลูกค้าเริ่มกลับมาชำระหนี้ได้ปกติ 80% อีก 20% จ่ายได้บางส่วน ซึ่งบางส่วนก็ชำระล่าช้า อย่างไรก็ดี หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของบริษัทไม่ได้เพิ่มขึ้น ยังทรงตัวอยู่ที่ 1%

“คราวก่อนล็อกดาวน์ ทุกกิจกรรมต้องหยุด คนทำงานไม่ได้ ไม่มีรายได้ ธปท.ต้องออกมาตรการมาช่วย โดยการสั่งพักชำระหนี้อัตโนมัติ แต่ครั้งนี้กิจกรรมยังเดินได้ ตลาดในต่างจังหวัดยังเปิดได้ กินข้าวนอกบ้านได้ ดังนั้น การช่วยเหลือต้องเปลี่ยนไป ไม่ได้เหวี่ยงแห ซึ่งคนที่เดือดร้อน เราก็จะพิจารณาปรับโครงสร้างหนี้เป็นรายเฉพาะให้”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...