โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิดประวัติ “จิลล์ ไบเดน” สตรีหมายเลข 1 คนใหม่สหรัฐ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2565 เวลา 05.23 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. 2564 เวลา 13.31 น.
ที่มาภาพ : อินสตาแกรม drbiden

แม้ว่าตำแหน่งสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐอเมริกา หรือเฟิร์ส เลดี้ (first lady of the US.) จะไม่ได้ถูกกำหนดไว้อย่างเป็นทางการ และไม่มีค่าจ้างสำหรับตำแหน่งนี้ แต่พวกเธอมักมีบทบาทโดดเด่นทางการเมืองและสังคม เพราะมีหลายครั้งที่ต้องไปร่วมพิธีต่าง ๆ กับสามีผู้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทั้งในและต่างประเทศ

สตรีหมายเลขหนึ่งถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากสังคมและสื่อ เพราะการมองดูและเข้าหาพวกเธอ ทำให้บางครั้งได้เบาะแสทางความคิดและการกระทำของประธานาธิบดี อีกทั้งยังเป็นโรลโมเดลที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมและความคิดเห็นของผู้หญิงในสหรัฐอเมริกา ในเรื่องการแต่งกาย ทรงผม และคำพูดอีกด้วย

หลังจาก “โจ ไบเดน” วัย 78 ปี สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 46 เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2021 ทำให้ “จิลล์ ไบเดน” ผู้เป็นภรรยารับตำแหน่งสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งคนใหม่ของสหรัฐอเมริกาตามธรรมนียม

“ประชาชาติธุรกิจ” จึงรวบรวมประวัติที่น่าสนใจของเธอ ดังนี้

ฝันทำงานด้านแฟชั่น

“จิลล์” มีชื่อเต็มว่า “จิลล์ เทรซี่ จาคอบส์ ไบเดน” เกิดที่เมืองแฮมมอนตัน รัฐนิวเจอร์ซีย์ เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 1951 ปัจจุบันอายุ 69 ปี เป็นลูกสาวคนโตของพี่น้อง 5 คนซึ่งเป็นผู้หญิงทั้งหมด โดยพ่อของเธอเป็นทหารเรือสหรัฐฯในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และหลังจากสงคราม เขาพาครอบครัวย้ายไปอยู่ที่เมืองวิลโลว์ กรูฟ รัฐเพนซิลเวเนีย แล้วทำงานเป็นพนักงานธนาคาร

หลังจาก “จิลล์” จบการศึกษาระดับมัธยมจาก Upper Moreland High School ในปี 1969 เธอเดินตามความฝันด้านสินค้าแฟชั่น ด้วยการเข้าเรียนสายอาชีพที่วิทยาลัยชุมชน Brandywine Junior College ในเมืองวิลโลว์ กรูฟ และได้ทดลองเป็นนางแบบสมัครเล่นระหว่างเรียนด้วย

แต่เรียนไปเพียง 1 เทอมก็เปลี่ยนใจ เพราะมีความคิดว่าถ้าเดินสายนักการศึกษาจะเป็นประโยชน์กับเธอและสังคมมากกว่า จึงย้ายไปเรียนระดับปริญญาตรีที่ University of Delaware สาขาภาษาอังกฤษ จนจบระดับปริญญาตรีในปี 1975 จากนั้นศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่ West Chester University สาขาการศึกษาด้านการอ่าน จบในปี 1981 เรียนปริญญาโทอีกใบที่ Villanova University ด้านศิลปศาสตร์ภาษาอังกฤษ จบในปี 1987 และจบปริญญาเอกที่ University of Delaware ด้านผู้นำการศึกษาในปี 2007 จึงทำให้หลายครั้งที่คนเรียกเธอว่า ดร.ไบเดน

แต่งงาน 2 ครั้ง

“จิลล์” เคยแต่งงานมาแล้วหนึ่งครั้งก่อนมาแต่งกับ “โจ” โดยสามีเก่าของเธอคือ “บิล สตีเวนสัน” นักธุรกิจ และเป็นศิลปินวงร็อคยุค 70 เธอคบกับเขาสมัยเรียนที่ University of Delaware ด้วยกัน และทำธุรกิจร่วมกัน ด้วยการก่อตั้ง Stone Balloon ซึ่งเป็นหนึ่งในบาร์ยอดนิยมใกล้กับมหาวิทยาลัยเดลาแวร์ จากนั้นแต่งงานในปี 1970 แต่ก็แยกทางกันหลังจากแต่งงานได้ 4 ปี

เดทครั้งแรกกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ

การเดทกับ “โจ” เป็นนัดบอดที่น้องชายของเขา “แฟรงก์ ไบเดน” จัดให้เจอกันในปี 1975 ซึ่ง “แฟรงก์” รู้จักกับ “จิลล์” เพราะเคยเจอกันในมหาวิทยาลัย

ตอนนั้น “โจ” ดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ เป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่มีลูกชายสองคน ได้แก่ “โบ ไบเดน” และ “ฮันเตอร์ ไบเดน” เขาสูญเสียภรรยาคนแรก “นีเลีย ฮันเตอร์” และลูกสาวคนแรก “นาโอมิ ไบเดน” วัย 1 ปี ด้วยอุบัติเหตุรถชนในปี 1972 ส่วน “จิลล์” ก็ผิดหวังจากการแต่งงานครั้งแรก

เธอได้กล่าวไว้ในนิตยสาร Vogue อเมริกาในปี 2019 ว่า ประทับใจที่ “โจ” มีความคิดเป็นผู้ใหญ่ และมีบุคลิกที่สุภาพ

“เราออกไปดูหนังเรื่อง A Man and a Woman ในฟิลาเดลเฟียด้วยกัน และเข้ากันได้ดีมาก เขามาส่งฉันที่หน้าบ้าน ตอนจะแยกกันเขาคว้ามือฉันไว้แล้วบอกว่า ฝันดีนะ ทันทีที่เข้าไปในบ้านฉันโทรหาแม่ทันที ซึ่งตอนนั้นดึกมาก ประมาณตี 1 แต่อยากบอกแม่มากว่า ในที่สุดฉันก็ได้เจอสุภาพบุรุษในฝันแล้ว”

อย่างไรก็ตาม เธอลังเลกับการรับการขอแต่งงานของ “โจ” ซึ่งเขาต้องใช้ความพยายามถึง 5 ครั้ง จนในที่สุดทั้งสองแต่งงานกันในปี 1977 และตั้งรกรากที่เมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ จากนั้นมีลูกสาวคนแรกในปี 1981 ชื่อ “แอชลีย์ ไบเดน”

ถึงตอนนี้ “จิลล์” เป็นคุณยายที่มีหลาน 5 คน ได้แก่ “นาตาลี” และ “โบที่ 2” ลูกของโบ และ “ไมซีฟิน”, “เนแกน” และ “นาโอมิ” ลูกของ “ฮันเตอร์”

ทั้งนี้ อดีตสามีของ “จิลล์” บอกกับสำนักข่าวเดลี เมล (Daily Mail) ว่า ทั้ง “จิลล์” และ “โจ” พบกันครั้งแรกตอนที่เธอทำงานในการรณรงค์หาเสียงเป็นวุฒิสมาชิกครั้งแรกของ “โจ” ในปี 1972 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่เขาจะหย่ากับเธอ และสงสัยความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนตั้งแต่นั้น อย่างไรก็ตามยังไม่มีการยืนยันว่าเรื่องที่ “บิล” กล่าวเป็นความจริงหรือไม่

เป็นครูมาเกือบทั้งชีวิต

“จิลล์” เป็นนักการศึกษามากว่า 3 ทศวรรษ เริ่มจากสอนที่โรงเรียนและวิทยาลัยท้องถิ่นในรัฐเดลาแวร์ รวมถึงสอนการอ่านให้วัยรุ่นที่มีความบกพร่องทางอารมณ์ที่โรงพยาบาลจิตเวช Rockford Center นับตั้งแต่ปี 2009 เธอได้ตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์ด้านภาษาอังกฤษที่ North Virginia Community College ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่สามีของเธอกำลังดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีในฝ่ายบริหารของนายโอบามา

“จิลล์” บอกว่า ยังจะทำงานเป็นครูต่อไป ถึงแม้สามีได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯแล้ว เพราะงานด้านการศึกษาเป็นสิ่งที่เธอรัก และเธอมีจุดมุ่งหมายหลายอย่างในการพัฒนาการศึกษาของสหรัฐฯ

“ฉันคิดว่ามันสำคัญมากสำหรับผู้หญิงในการเป็นตัวของตัวเอง ส่วนความคิดที่ว่าคุณจะต้องสละชีวิตทั้งชีวิต ทิ้งงานที่คุณรักเพื่อคู่ครอง มันดูล้าสมัยมาก”

ประสบการณ์สายการเมือง

“โจ” ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีถึง 3 ครั้ง และ “จิลล์” ก็อยู่เคียงข้างกับเขาตลอด เธอมักปรากฏตัวในแคมเปญต่าง ๆ รวมถึงการหาเสียง และการสัมภาษณ์ของเขา

และในขณะที่ “จิลล์” เป็นสุภาพสตรีหมายเลขสองของสหรัฐฯ เธอทำงานเกี่ยวกับการสนับสนุนครอบครัวของทหาร รวมถึงช่วยสามีของเธอในการริเริ่มโครงการ Cancer Moonshot และเป็นผู้นำในการพัฒนาการศึกษาของวิทยาลัยชุมชนทั่วประเทศ จึงทำให้เธอมีประสบการณ์เกี่ยวกับการเมืองมากพอสมควร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...