ปฏิบัติการทลายแก๊งเพจ “รับจำนำรถร้อยเอ็ด” ผู้มีอิทธิพลรับจำนำรถดอกเบี้ยโหด
ปฏิบัติการทลายแก๊งเพจ “รับจำนำรถร้อยเอ็ด” ผู้มีอิทธิพลรับจำนำรถดอกเบี้ยโหด
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค4 , เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 3กองบังคับการปราบปราม พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด , เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ, เจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้างและผู้ร้ายสำคัญ ร่วมกันปฏิบัติการทลายแก๊งเพจ “รับจำนำรถร้อยเอ็ด” ผู้มีอิทธิพลเงินกู้โหด
สืบเนื่องมาจาก เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน ๒๕๖๔ มีประชาชนเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด ร้องเรียนไปยังตำรวจภูธรภาค ๔ และร้องเรียนผ่านเพจกองปราบปรามว่า มีกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด อาศัยช่วงของการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ ที่ประชาชนส่วนใหญ่ประสบปัญหาทางด้านการเงิน ปล่อยเงินกู้นอกระบบ เรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนด ผ่านเพจเฟซบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า “รับจำนำรถร้อยเอ็ด” และไลน์ชื่อว่า bm 6282 (https://www.facebook.com / Phakin.bm6282) โดยมีการรับจำนำเอารถยนต์มาเป็นสิ่งของค้ำประกันเงินกู้ อีกทั้งยังมีพฤติการณ์บ่ายเบี่ยงไม่รับชำระดอกเบี้ยเงินกู้ และไม่ให้ไถ่ถอนรถยนต์ที่นำมาจำนำคืนแต่อย่างใด จึงทำให้ประชาชนในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด และจังหวัดใกล้เคียง ได้รับความเสียหายจากการกู้ยืมเงิน และประสบปัญหาไม่สามารถไถ่ถอนรถยนต์กลับคืนมาได้
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองร้อยเอ็ด จึงได้ประสานมายังกองบังคับการปราบปราม และตำรวจภูธรภาค ภ.๔ ขอให้ร่วมดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มผู้กระทำความผิดดังกล่าว เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่มีความยุ่งยาก สลับซับซ้อน และน่าเชื่อว่าอาจจะมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องร่วมกันบูรณาการจากหลายหน่วยงาน
และจากพฤติกรรมของกลุ่มผู้มีอิทธิพลดังกล่าว ที่มีการปล่อยเงินกู้นอกระบบ โดยเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และมีการเบียดบังเอารถยนต์ที่ผู้เสียหายนำมาจำนำไปออกขายทอดตลาด ล้วนเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวกฎหมายแต่อย่างใด และยังเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.ท.เพิ่มพูล ชิดชอบ ผอ.ศปจร.ตร. ปฏิบัติงานโดย เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่ ๒ ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากกองบังคับการปราบปราม โดยมี พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. เป็นหัวหน้าชุด จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.๓ บก.ป. เร่งสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มผู้มีอิทธิพลดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว โดยให้ร่วมกันประสานงานกับตำรวจภูธรภาค ๔ โดยตลอดทุกขึ้นตอน
ตำรวจภูธรภาค ๔ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.๓ บก.ป. ลงพื้นที่ทำการสืบสวน จนกระทั่งทราบว่า เพจเฟซบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า “รับจำนำรถร้อยเอ็ด” มีการหลอกให้ประชาชนกู้เงินนอกระบบ โดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ ๑๐ ต่อเดือน และมีการหลอกให้เอารถยนต์มาค้ำประกันเงินกู้ ในลักษณะของการจำนำ ซึ่งเมื่อแก๊งดังกล่าวได้รับรถยนต์ที่ผู้เสียหายนำมาจำนำไปแล้วนั้น จะนำรถยนต์ดังกล่าวไปขายต่อในรูปแบบของรถหลุดจำนำ โดยจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบอีกว่า มีผู้เสียหายที่ถูกแก๊งดังกล่าวฉ้อโกงและเบียดบังเอารถยนต์ที่นำไปค้ำประกันเงินกู้ ขายผ่านเพจเฟซบุ๊คอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก
โดยมีผู้เสียหายรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า เมื่อประมาณเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ ผู้เสียหายได้ติดต่อไปยังเพจเฟซบุ๊ค “รับจำนำรถร้อยเอ็ด” และได้นำรถยนต์ กระบะยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น วีโก้ ไปจำนำกับแก๊งดังกล่าว โดยได้ยอดเงินกู้เป็นเงินจำนวน ๔๐,๐๐๐ บาท ซึ่งมีการนัดรับรถกันที่ห้างสรรพสินค้าใน จ.ร้อยเอ็ด โดยภายหลังจากส่งมอบรถกันเเล้ว ผู้เสียหายได้รับเงินกู้เพียง ๓๖,๐๐๐ บาทเท่านั้น และยังต้องจ่ายดอกเบี้ย ๔,๐๐๐ บาท/เดือน (ร้อยละ ๑๐ ต่อเดือน) ซึ่งต่อมาเมื่อผู้เสียหายต้องการจะจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ กลับถูกแก๊งเงินกู้ปฏิเสธ ไม่รับเงินดอกเบี้ยของผู้เสียหาย และเมื่อติดต่อขอไถ่ถอนรถที่นำไปจำนำคืน ก็ถูกบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา จนกระทั่งทราบภายหลังว่ารถของตนถูกประกาศขายที่เพจเฟซบุ๊คอื่นๆ ในราคา ๑๕๕,๐๐๐ บาท หลังจากนั้นผู้เสียหายจึงได้เดินทางเข้าเเจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยความเดือดร้อน
จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้ทราบว่าแก๊งเงินกู้ดังกล่าว มีนายวรวุธ หรือแบงค์ฯ เป็นนายทุน คอยสั่งการ และเปิดบัญชีในการรับโอนเงิน และมีนายธีรัศป์ชณลฯ เป็นผู้นำเงินไปปล่อยกู้ พร้อมกับทำหน้าที่คอยรับส่งรถที่ผู้เสียหายนำมาค้ำประกันเงินกู้ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังตรวจสอบพบแหล่งพักรถ ที่ผู้ต้องหานำรถมาพักไว้รอเพื่อเตรียมไว้ส่งขายต่อจำนวน ๕ จุด ในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้นและหมายจับจากศาลจังหวัดร้อยเอ็ด
โดยในวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค ๔ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.๓ บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.ร้อยเอ็ด ได้นำหมายค้นเข้าตรวจสอบเป้าหมายในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด จำนวน ๕ จุด โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน ๑ ราย คือ นายวรวุฒิหรือแบงค์ฯ อายุ ๓๕ ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ ๑๙๘/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ซึ่งถูกกล่าวหาว่า “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินหรือกระทำการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการอำพรางในการกู้ยืมเงิน อันเป็นการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด”
พร้อมตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดได้จำนวนหลายรายการ มูลค่ารวมประมาณ ๓๕ ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้
- รถยนต์ของกลาง จำนวน ๗๐ คัน
- รถจักรยานยนต์ จำนวน ๑ คัน
- อาวุธปืน จำนวน ๒ กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวน ๑๖ นัด
- ยาบ้า จำนวน ๔๘ เม็ด
- เอกสารอื่นๆ รวมกว่า ๕๒ รายการ
หลังจากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ในส่วนของนายธีรัศป์ชณลฯ หนึ่งในผู้ต้องหาที่ยังคงหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่อยู่นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว
จากการสอบถามนายวรวุฒิฯ (ผู้ต้องหา) ให้การว่า ตนได้เปิดเพจ “รับจำนำรถร้อยเอ็ด” เพื่อปล่อยเงินกู้จริง โดยออกอุบายให้ผู้เสียหายนำรถยนต์มาจำนำกับตน ซึ่งภายหลังจากที่ตนได้รับรถยนต์จากผู้เสียหายแล้ว ตนจะนำรถยนต์ดังกล่าวมาชำแหละชิ้นส่วนที่บ้านพักของตน ที่บ้านหมู่ที่ ๕ ต.เหนือเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด (ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบชิ้นส่วนรถยนต์ และเอกสารเกี่ยวกับรถยนต์อยู่ที่บ้านพักดังกล่าวเป็นจำนวนมาก) นอกจากนี้ผู้ต้องหายังให้การเพิ่มเติมอีกว่า ตนจะนำรถยนต์ที่ได้มาจากการรับจำนำไปพักไว้ที่บ้านพักและ โกดัง ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ก่อนจะนำออกมาขายตามเพจต่างๆ โดยทำมาแล้วเป็นเวลานานกว่า ๒ ปี