โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศิลปะญี่ปุ่นโบราณ ใน 4 ทศวรรษของ รอล์ฟ วอน บูเรน แห่ง Lotus Arts de Vivre

Sarakadee Lite

อัพเดต 22 ก.ค. 2564 เวลา 18.46 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2564 เวลา 09.21 น. • เกษศิรินทร์ ผลธรรมปาลิต

หลังจากนำคอลเลกชันผ้าโบราณจากนานาชาติในผลงานสะสมส่วนตัวมาจัดแสดงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 รอล์ฟ วอน บูเรน (Rolf von Bueren) นักสะสมงานศิลปะและผู้ก่อตั้งแบรนด์จิวเวลรีและของตกแต่งบ้านโลตัส อาร์ต เดอ วีฟร์ (Lotus Arts de Vivre) ได้นำอีกหนึ่งคอลเลกชันของเขาที่สะท้อนวัฒนธรรมและศิลปะของญี่ปุ่นจำนวนกว่า 200 ชิ้นมาจัดแสดงในนิทรรศการล่าสุด The Spirit of the Cherry Blossom Masterpiece Exhibition

ชุดเกราะซามูไรในศตวรรษที่ 18 ที่มีตราประทับของราชวงศ์อิมพีเรียลซึ่งได้รับอนุญาตให้ใช้กับตระกูลโมริ (Mori Samurai) หน้ากากโนห์ที่มีอายุกว่า 120 ปี ภาชนะเคลือบแล็กเกอร์จากสำนักโซฮิโกะ (Zohiko) แห่งเกียวโตที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เสื้อคลุมของนักดับเพลิงในสมัยเมจิที่ทอด้วยผ้าฝ้ายอย่างแน่นหนาเพื่อใช้ชุบน้ำก่อนสวมใส่ในการปฏิบัติภารกิจ และเสื้อคลุมผ้าลินินของนักแสวงบุญในสมัยเมจิที่มีตราประทับสีแดงของวัดต่าง ๆ ที่เดินทางไปจาริกแสวงบุญ เหล่านี้คือบางส่วนของสมบัติล้ำค่าที่รอล์ฟได้รวบรวมและเก็บรักษาไว้ตลอดระยะเวลากว่า 4 ทศวรรษ และนำมาจัดแสดงที่ Lotus Arts de Vivre – Theatre of Indulgence Gallery ถนนพระราม 3 กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

“ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์มาก ๆ แม้ผู้คนจะใส่เสื้อผ้าแบบตะวันตก แต่มีวัฒนธรรมของตัวเองที่สกัดออกมาเด่นชัด หลายอย่างเขาอาจจะรับมาจากจีนแต่ได้นำมาปรับและพัฒนาจนเป็นตัวของตัวเองและสมบูรณ์แบบมาก ๆ เรียกว่า Very Chinese but Super Japanese อย่างเช่นงานแล็กเกอร์ที่เป็นศิลปะเก่าแก่ของจีนทางญี่ปุ่นก็นำมาพัฒนาจนมีลักษณะและเทคนิคเฉพาะตัวและเป็นศิลปะชั้นสูง” รอล์ฟ ชาวเยอรมันในวัย 80 ปี ผู้ลงหลักปักฐานที่เมืองไทยมาเกือบ 6 ทศวรรษ กล่าวช้า ๆ เป็นภาษาไทยถึงความประทับใจต่อศิลปะและวัฒนธรรมของญี่ปุ่น

รอล์ฟเป็นที่รู้จักในวงการนักสะสมของเก่าว่าเป็นผู้ที่มีผ้าโบราณหายากในคอลเลกชันนับพันผืน เขามีความเชี่ยวชาญเรื่องผ้าเพราะในวัย 22 ปีได้เดินทางมาประเทศไทยในฐานะตัวแทนของบริษัทเฮิสต์ ซึ่งเป็นบริษัทเคมีภัณฑ์รายใหญ่ของประเทศเยอรมนีเพื่อขายสีย้อมผ้าให้แก่โรงงานย้อมและทอผ้า หลังจากนั้นได้ตัดสินใจตั้งรกรากที่เมืองไทยและก่อตั้งบริษัทของตัวเองเพื่อนำเข้าเครื่องจักรผลิตผ้าและย้อมสีผ้าก่อนที่จะหันมาปลุกปั้นแบรนด์จิวเวลรีและของตกแต่งบ้าน Lotus Arts de Vivre จนมีชื่อเสียง

ผ้าทอของญี่ปุ่นเป็นงานศิลปะแขนงแรกที่ทำให้เขาเริ่มสนใจในศิลปะและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นและเก็บสะสมเรื่อยมาจนขยายไปถึงผลงานศิลปะ เครื่องเรือนและเครื่องประดับ

“ผมรู้เรื่องผ้าและแน่นอนว่าคนทั่วโลกที่ศึกษาเรื่องผ้าต้องศึกษาเรื่องผ้าญี่ปุ่น ที่ญี่ปุ่นมีผ้าที่ทอด้วยเทคนิคชั้นสูงและยากที่สุดในโลก ซึ่งในโลกนี้มีแค่ 3 แห่งที่ทำได้คือที่แคชเมียร์ซึ่งใช้เป็นผ้าคลุมไหล่สำหรับชนชั้นสูง ที่จีนใช้สำหรับจักรพรรดิ์และที่ญี่ปุ่นถือเป็นงานศิลปะชั้นเยี่ยม เส้นพุ่งอาจใช้ 4 เส้นและมีการผูกกับสีใหม่ซึ่งเทคนิคการผูกนี่ก็เป็นศิลปะแล้วเพราะต้องไม่ให้เห็นว่ามีการผูก ผ้าต้องไม่หนาและลายหน้าหลังต้องเหมือนกัน”

ในนิทรรศการจัดแสดงชุดกิโมโนผ้าไหมสีขาวปักลายอย่างวิจิตรที่คาดว่าสร้างสรรค์ในช่วง ค.ศ.1920-1940 และเสื้อคลุมของนักแสวงบุญ (ประมาณ ค.ศ.1880-1910) ที่มีตราประทับสีแดงของวัดต่าง ๆ ที่เดินทางไปจาริกแสวงบุญด้วยการเดินเท้านับพันกิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีเสื้อคลุมของนักดับเพลิง (ประมาณ ค.ศ.1860-1890) ที่จัดแสดงโดยพลิกด้านในเสื้อออกมาโชว์ให้เห็นลวดลายที่เชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์เพื่อปกป้องคุ้มครองจากภยันตราย ในขณะที่ด้านนอกของเสื้อคลุมไม่มีลวดลายใด เสื้อคลุมนี้ถักทอจากผ้าฝ้ายอย่างแน่นหนาและมีน้ำหนักถึง 2 กิโลกรัมโดยนักดับเพลิงจะนำเสื้อคลุมไปจุ่มน้ำให้ชุ่มก่อนปฏิบัติงานผจญเพลิงเนื่องจากในสมัยเมจิบ้านเรือนในยุคนั้นสร้างจากไม้และอยู่ติดกันจึงก่อให้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้บ่อยครั้ง

“คนญี่ปุ่นมักไม่แสดงความร่ำรวยอย่างโจ่งแจ้ง ผมเคยเห็นเสื้อโค้ตตัวหนึ่งซึ่งภายนอกดูธรรมดามากแต่ขายที่ราคา 80,000 เหรียญสหรัฐ (ราว 2.6 ล้านบาท) แต่เมื่อพลิกด้านในดูจะเห็นลวดลายวาดสีทองอย่างงดงาม”

นอกจากผ้าแล้ว งานศิลปะประเภทแล็กเกอร์เป็นงานที่รอล์ฟชื่นชอบมากและสะสมไว้เป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ จาน ชาม ถาด กาน้ำชาและแจกันที่มีอายุตั้งแต่ 70-250 ปี

“ผมชอบงานแล็กเกอร์ของญี่ปุ่นมากเป็นงานที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนจึงใช้เวลานานในการผลิต ช่างฝีมือจะนำยางของต้นรักหรือต้นอูรุชิ (Urushi) มาทาบนวัสดุหลาย ๆ ชั้นเพื่อเคลือบผิวไม้ให้คงทน การทาแล็กเกอร์แต่ละชั้นนั้นต้องรอให้แล็กเกอร์แห้งสนิทและขัดให้เงาก่อนที่จะทาซ้ำ ดังนั้นกว่าจะได้ความหนาตามต้องการจึงต้องอาศัยเวลานานหลายเดือนหรือเป็นปี ส่วนลวดลายมักสะท้อนปรัชญาของการเปลี่ยนผ่านของฤดูกาล เมื่อ 30 ปีก่อนตามภัตตาคารใหญ่ ๆ ในญี่ปุ่นจะมีห้องเก็บของขนาดใหญ่ไว้เก็บภาชนะที่จะแบ่งแยกชัดเจนเลยว่าภาชนะชุดไหนใช้เสิร์ฟในฤดูกาลไหน”

รอล์ฟชี้ให้ดูถาดแล็กเกอร์ที่มีลวดลายดอกไม้และผสม 2 เทคนิคคือแบบมากิเอะ (Maki-e) โดยการโรยผงทองบนภาพที่ช่างฝีมือวาดไว้บนภาชนะที่เคลือบแล็กเกอร์ขณะยังไม่แห้งทำให้ผงทองเกาะติดอยู่บนภาพที่วาดจนเป็นลายนูนเด่นขึ้นมาอย่างงดงาม และยังตกแต่งด้วยเทคนิคราเด็น (Raden) คือการนำเปลือกหอย เช่น หอยมุกหรือหอยเป๋าฮื้อมาฝนจนเหลือแต่เปลือกด้านในที่มีสีรุ้งและทำเป็นผงละเอียดพ่นบนพื้นผิวทำให้เกิดประกายแวววาวสวยงาม

รอล์ฟพาเราไปชมห้องที่เขาใช้เก็บผ้าและงานแล็กเกอร์โดยเปิดแอร์ 24 ชั่วโมงเพื่อควบคุมอุณหภูมิและควบคุมความชื้นที่เหมาะสม ภายในห้องยังมีชิ้นงานแล็กเกอร์จำนวนมากที่ยังไม่เคยนำมาจัดแสดงและเก็บอย่างเป็นระเบียบพร้อมหมายเลขกำกับ นอกจากนี้ยังมีผ้าโบราณอีกจำนวนมากที่ม้วนเก็บไว้ซึ่งเขากล่าวว่าส่วนใหญ่ได้มาจากวัดซึ่งเป็นแหล่งขุมทรัพย์ที่มักมีของล้ำค่าซุกซ่อนอยู่ ทั้งนี้ผลงานที่เขาสะสมส่วนใหญ่ได้มาจากการประมูลและการไปชมงานแฟร์ขายของเก่าในประเทศต่าง ๆ

“ผมอายุ 80 ปีแล้วก็พอจะรู้ว่าอันไหนดี แต่ถึงจะ 80 ก็ยังมีซื้อผิด ต้องใจเย็น ๆ และแน่นอนต้องมีความรู้ด้วยและมีที่ปรึกษาที่ดี ผมมีเอเจนต์ที่ญี่ปุ่นที่รู้จักกันมานานและเชื่อถือได้คอยหาของเก่าให้ เขาจะไปตามงานประมูลต่าง ๆ และจะเลือกงานที่น่าสนใจส่งมาให้ผมดูว่าสนใจหรือไม่และจะประมูลที่ราคาเท่าไร”

ในนิทรรศการยังจัดแสดงพัดญี่ปุ่นอายุร่วม 100 ปีในกรอบโบราณ ในอดีตเหล่าขุนนางและซามูไรจะต้องพกพัดติดตัวไปทุกหนแห่งเพื่อแสดงชนชั้นทางสังคม

“ผมเก็บสะสมพัดไว้จำนวนหนึ่ง เมื่อ 15 ปีก่อนผมเคยถามคนขายในร้านขายของเก่าร้านหนึ่งว่ามีพัดเก่าขายหรือไม่ เขาก็ให้ลูกน้องไปขนมาเป็นร้อย ๆ อัน ขายราคา 5 เหรียญสหรัฐต่ออัน วันนั้นผมซื้อมา 50 อัน แต่อีก 2 วันถัดมาพอจะไปซื้อเพิ่มราคาขายขึ้นไปถึง 80 เหรียญต่ออัน ผมก็ต้องยอมจ่าย ตอนนี้ 200 เหรียญก็ยังซื้อไม่ได้ เรียกว่าหาซื้อไม่ได้แล้วดีกว่า”

“ของทุกชิ้นผมดูแลเก็บรักษาอย่างดีไม่ให้เสียหาย การบรรจุหีบห่อของทางญี่ปุ่นเขาดีมากเมื่อส่งมาแทบไม่เสียหายเลย และผมดีใจว่าช่างไทยของ Lotus Arts de Vivre เองก็ซ่อมได้เกือบทุกอย่าง”

ในการจัดนิทรรศการ ลักขณา คุณาวิชยานนท์ ที่ปรึกษาด้านศิลปะและภัณฑารักษ์อิสระของ Lotus Arts de Vivre อีกทั้งยังดำรงตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมในการปรับปรุงโกดังเก่าให้เป็นพื้นที่จัดแสดงที่เหมาะสมและแบ่งนิทรรศการเป็น 3 โซนตามผลงานที่รอล์ฟได้คัดเลือกมานำเสนอ

“เราดูภาพรวมก่อนว่าออบเจกต์ที่จะนำมาเสนอประกอบด้วยอะไรบ้างซึ่งมีหลากหลายมาก มีทั้งชุดเกราะซามูไร ฉากกั้น เฟอร์นิเจอร์ ภาชนะแล็กเกอร์ เซรามิก ภาพเขียน และผลงานของ Lotus Arts de Vivre เองที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะญี่ปุ่น เราพยายามสะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตตั้งแต่ยุคซามูไร ยุคขุนนางผ่านเครื่องใช้ไม้สอยที่เป็นงานศิลปะชิ้นเยี่ยมและไลฟ์สไตล์ของชนชั้นสูงเช่นการไปดูละครโนห์ รวมไปถึงศิลปะการแต่งกายผ่านงานวิจิตรอย่างชุดกิโมโนและปรัชญาความว่างและความเรียบง่ายจากชุดนักบวช และท้ายสุดสะท้อนเรื่องการเข้าใจธรรมชาติและความเปลี่ยนแปลงด้วยปรัชญาวะบิ-ซะบิ” ลักขณากล่าวถึงคอนเซปต์หลักในการจัดแสดงนิทรรศการ

โซนวิถีชีวิตขุนนางและชนชั้นสูงชาวญี่ปุ่นจัดแสดงชิ้นงานล้ำค่า อาทิ ชุดเกราะซามูไร หน้ากากโนห์ ฉากกั้นญี่ปุ่นอายุราว 200 ปีที่ยังคงความสมบูรณ์ แจกันไม้สักแกะสลัก ภาชนะเคลือบแล็กเกอร์ กาสาเกโบราณ เพื่อบอกเล่าเรื่องราว ประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรม และสะท้อนวิถีชีวิตของขุนนางและชนชั้นสูงผ่านศาสตร์และศิลป์ของการใช้ชีวิต อาทิ การจัดดอกไม้อิเคบานะ พิธีชงชา ละครโนห์ และการใช้ภาชนะเคลือบแล็กเกอร์สุดประณีต

ถัดมาเป็นโซนศิลปะการแต่งกายและแฟชั่นโดยนำเสนอ ชุดกิโมโนโบราณ เสื้อคลุมของนักดับเพลิง ผ้าคลุมนักแสวงบุญจากสมัยเมจิ และคอลเลกชันกระเป๋าและเครื่องประดับแล็กเกอร์ที่ Lotus Arts de Vivre ได้รังสรรค์ขึ้นใหม่โดยช่างฝีมือชั้นสูงซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะและปรัชญาแบบญี่ปุ่น อาทิ ต่างหูที่ดัดแปลงมาจากกิ๊บประดับผมของเกอิชาและเพิ่มความหรูหราด้วยการประดับเพชรเจียระไน พัดโบราณที่นำมาปรับเปลี่ยนดีไซน์ให้เป็นสร้อยคอ และสร้อยคอที่ประดับด้วยหวีแล็กเกอร์ญี่ปุ่นโบราณ

วะบิ-ซะบิ : ความสวยงามในความไม่ยั่งยืนและความไม่สมบูรณ์แบบ เป็นโซนที่แสดงแนวคิดที่ยอมรับและยกย่องความงามในความไม่สมบูรณ์แบบ ไม่เที่ยงตรง ไม่สมดุล และเรียบง่าย ผ่านงานเซรามิกรูปทรงแปลกตาของศิลปินชื่อดัง อาทิ มาสุโอะ อิเคดะ (Masuo Ikeda) ฮิเดกิ อะรากามะ (Hideki Arakama) และ นากาชิมะ คะซึโนริ (Nakashima Katsunori)

“เราใช้งานเครื่องปั้นดินเผาที่บางชิ้นมีรูปทรงไม่สมมาตร หรือบางชิ้นที่เป็นแจกันก็มีปากแคบมากสำหรับปักดอกไม้ได้เพียงดอกเดียวมาสะท้อนแนวคิดเรื่องวะบิ-ซะบิ ที่เข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงและยอมรับในความไม่สมบูรณ์ คนญี่ปุ่นจึงให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลและถ่ายทอดลงในผลงานศิลปะเพราะน่าจะเป็นภาพชัดของการยอมรับเรื่องความไม่จีรังและการชื่นชมกับความสวยงามในช่วงเวลานั้น ๆ” ลักขณากล่าว

Fact File

  • นิทรรศการ “The Spirit of The Cherry Blossom” Masterpiece Exhibition จัดแสดงที่Lotus Arts de Vivre – Theatre of Indulgence Gallery ถนนพระราม 3 กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 โดยนัดหมายล่วงหน้าที่ E-mail:concierge@lotusartsdevivre.comหรือโทรศัพท์ 08-9667-6077

  • ชมคอลเลกชันทั้งหมดแบบออนไลน์ได้ที่ https://www.lotusartsdevivre.com/

The post ศิลปะญี่ปุ่นโบราณ ใน 4 ทศวรรษของ รอล์ฟ วอน บูเรน แห่ง Lotus Arts de Vivre appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...