โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ชิงเปรต” อาจเป็นประเพณีที่เริ่มจาก “ชาวฮอลันดา” เอารางวัลมาล่อให้ชนพื้นเมืองแย่งชิง?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 21 ก.ย 2568 เวลา 08.19 น. • เผยแพร่ 21 ก.ย 2568 เวลา 08.10 น.
การละเล่น

ประเพณีชิงเปรตของชาวใต้ ในเทศกาลสารทเดือนสิบ อาจเริ่มจากชาวฮอลันดาเอารางวัลมาล่อให้ชนพื้นเมืองแย่งชิงก็เป็นได้

คนใต้โดยเฉพาะชาวบ้านในนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี จะมีประเพณีหนึ่งซึ่งจัดขึ้นประจำช่วงประมาณเดือนกันยายน, ตุลาคม (วันแรม 1 ค่ำ เดือนสิบ ถึง วันแรม 15 ค่ำ เดือนสิบ) เรียกว่าประเพณีชิงเปรต ในเทศกาลสารทเดือนสิบ ซึ่งชาวบ้านจัดขึ้นเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพชน มีงานบุญเพื่อ “รับ-ส่งตายาย” หรือผีบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ โดยชาวบ้านจะจัด “หฺมฺรับ” หรือสำรับอาหารคาวหวานมอบให้แก่บรรดาผีบรรพบุรุษเป็นสำคัญ

เมื่อเสร็จพิธี บรรดาลูกหลานก็จะเข้าแย่งอาหารเหล่านี้ที่จะตั้งอยู่บน “ร้านเปรต” ซึ่งมีทั้งแบบร้านยกเสาสี่ต้น และแบบที่เป็นเสาต้นเดียว ทำจากลำต้นไม้หมาก หรือไม้ไผ่ หรือไม้หลาโอน (เหลาชะโอน) จึงได้ชื่อว่าเป็นการ “ชิงเปรต”

ประเพณีชิงเปรตของไทย ยังไปคล้ายคลึงกับประเพณีของวัฒนธรรมอื่น อย่างที่ พระยาอนุมานราชธน เคยอธิบายไว้ว่า การชิงเปรตมีลักษณะคล้ายคลึงกับการทิ้งกระจาดของจีน ดังความตอนหนึ่งในสารานุกรมราชบัณฑิตยสถาน ที่ระบุว่า

“เรื่องชิงเปรตนี้ ดูไม่ผิดอะไรกับเรื่องทิ้งกระจาดของจีนที่เขาทำในกลางเดือน ๗ ของเขา ซึ่งตรงกับเดือน ๙ ของไทย คือ เขาปลูกเป็นร้านยกพื้นสูง นำเอาขนมผลไม้เป็นกระจาดขึ้นไปไว้บนนั้น นอกนี้ยังมีของมีราคาเช่นเสื้อผ้า หุ้มคลุมบนเครื่องสานไม้ไผ่ คล้ายตะกร้า เมื่อถึงเวลามีเจ้าหน้าที่ ๒-๓ คน ขึ้นไปประจำอยู่บนนั้นแล้วจับโยนสิ่งของบนร้านลงมาข้างล่างให้แย่งชิงกัน เดิมเห็นจะโยนทิ้งลงมาทั้งกระจาดจึงได้เรียกชื่อว่าอย่างนั้น ต่อมาใช้หยิบของมนกระจาดบนร้านทิ้งลงมาเท่านั้น ส่วนเสื้อผ้าโดยส่วนมากเป็นผ้าขาวม้า เขาทิ้งลงมาทั้งตะกร้าที่เอาผ้าติดไว้ ผลไม้และขนมโดยมากเป็นขนมเข่งที่ทิ้งลงมานั้นมีแต่พวกเด็กๆ และผู้หญิงแย่งกัน

ส่วนผู้ชายไม่ใคร่แย่งเพราะคอยแย่งเสื้อผ้าดีกว่าลูกไม้ และขนมที่ทิ้งลงมากว่าจะแย่งเอาได้ก็เหลวแหลกบ้างเป็นธรรมดา แต่เสื้อผ้าที่ทิ้งลงมานั้นแย่งกันจนขาดไม่มีชิ้นดี บางทีคนแย่งไม่ทันใจปีนร้านขึ้นไปแย่งกันบนนั้น เจ้าหน้าที่มีน้อยห้ามไม่ไหว คราวนี้ชุลมุนวุ่นวายกันใหญ่ ถึงกับร้านทานน้ำหนักไม่ไหวพังลงมาก็เคยมี ต่อมาจึงได้เปลี่ยนเป็นทิ้งสลากสำหรับเสื้อผ้า ส่วนของอื่นยังคงทิ้งลงมาให้แย่งกัน การทิ้งกระจาดของจีนเป็นการทิ้งทานให้แก่พวกผีไม่มีญาติ ส่วนการไหว้เจ้าชิดง่วยปั่วหรือสารทกลางปีของเขา เป็นการเซ่นผีปู่ย่าตายาย คือทำบุญให้แก่ญาติที่ตายไป”

หากพิจารณาดูแล้ว ที่พระยาอนุมานราชธนกล่าวว่า “ดูไม่ผิดอะไร” แต่แท้จริงแล้ว ชิงเปรต และเทกระจาด ยังต่างกันในรายละเอียดอยู่มาก ด้วยเทกระจาดนั้นมุ่งทำบุญให้ผีไม่มีญาติ แต่ชิงเปรตนั้นเป็นการทำบุญให้กับทั้งผีบรรพบุรุษและผีไม่มีญาติในคราวเดียว อีกทั้งลักษณะการละเล่นก็ยังต่างกันอยู่

ในขณะเดียวกัน หากมองในเชิงการละเล่น การชิงเปรตของไทยแบบร้านที่ตั้งขึ้นบนเสาต้นเดียว ดูจะคล้ายคลึงกับกับประเพณีที่เรียกว่า “ปันจัตปีนัง” (panjat pinang) ของชาวอินโดนีเซียมากกว่า เพราะไม่ใช่เป็นการ “เทกระจาด” ลงมาจากบนร้านเหมือนอย่างประเพณีจีน แต่เป็นการตั้งเสาชะโลมน้ำมันให้คนขึ้นไปแย่งชิงของรางวัลเหมือนกัน

แต่ปันจัตปีนังก็ยังต่างจากชิงเปรตของไทยในเชิงของความเชื่อ เพราะประเพณีไทยเชื่อมโยงกับศาสนาผีของชนพื้นเมือง (มีพุทธปนพอเป็นพิธี) แต่ปันจัตปีนังของอินโดนีเซียนั้น ผู้รู้ท่านว่าไม่ได้เกี่ยวของอะไรกับความเชื่อทางศาสนาแต่ประการใด หากเป็นการละเล่นที่เจ้าอาณานิคมฮอลันดาในอดีตเอามาให้ชนพื้นเมืองได้เล่นกันเพื่อความบันเทิง (ของเจ้าอาณานิคมเอง) ในงานฉลองต่างๆ ตั้งแต่เมื่อราว 2-3 ร้อยปีก่อน

จึงไม่แปลกที่หลายคนจะมองว่า ประเพณีนี้เป็นการหยามหมิ่นศักดิ์ศรีของชนพื้นเมือง ที่หลายคนยอมทิ้งศักดิ์ศรีลงทุนเจ็บเนื้อเจ็บตัว เพื่อแย่งสิ่งที่มีค่าในสายตาของพวกเขา แต่อาจเป็นแค่ของที่แทบไม่มีค่าอะไรสักเท่าไหร่สำหรับฝรั่งเจ้าอาณานิคม

อย่างไรก็ดี คนอินโดนีเซียในปัจจุบันส่วนใหญ่แล้วสามารถก้าวข้ามความรู้สึกจากปมขัดแย้งด้วยลัทธิอาณานิคมในอดีต และยังรักษาประเพณีนี้เอาไว้ในงานฉลองต่างๆ ในฐานะการละเล่นเพื่อความสนุกสนาน ซึ่งรวมถึงงานฉลองวันได้รับอิสรภาพของประเทศด้วย

และเมื่อชาวอินโดนีเซียเดินทางไปยังดินแดนข้างเคียงก็ยังนำเอาประเพณีนี้ติดตัวไปด้วย เช่น ในมาเลเซีย เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2016 ชาวบ้านเชื้อสายอินโดนีเซียในหมู่บ้าน Bawean ก็ได้ร่วมฉลองวันคล้ายวันเกิดของศาสดามูฮัมหมัด ด้วยการละเล่นที่เรียกว่า “ปันจัตปีนัง” ซึ่งดูคล้ายประเพณีชิงเปรตของคนใต้ในประเทศไทยมาก

จนน่าคิดได้เหมือนกันว่า “ชิงเปรต” ของไทยจะได้รับอิทธิพลมาจากชาวชวากับเขาด้วยหรือไม่?

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

“ชิงเปรต”. สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคใต้–กรุงเทพฯ : มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพานิชย์, 2542

“Slippery Race to the Top”. The Straits Times.

“Climbing the greasy pole – Jakarta style: Bizarre celebration rituals make up 69th anniversary of independence from Dutch colonial rule”. The Daily Mail.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 12 ธันวาคม 2559

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ชิงเปรต” อาจเป็นประเพณีที่เริ่มจาก “ชาวฮอลันดา” เอารางวัลมาล่อให้ชนพื้นเมืองแย่งชิง?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...