โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

‘ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน’ สำคัญที่ ‘คน-ผู้นำ-วัฒนธรรมองค์กร’

The Bangkok Insight

อัพเดต 11 มี.ค. 2563 เวลา 07.34 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. 2563 เวลา 07.31 น. • The Bangkok Insight

ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน (Digital Transformation) เป็นคำที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายในยุคปัจจุบัน อย่างไรก็ตามการนำ ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน มาใช้อย่างสมบูรณ์นั้น ไม่ควรเป็นเพียงแค่เพื่อการโฆษณาหรือเพิ่มภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่บริษัทอย่างเดียว ดังนั้นในบทความนี้อยากกล่าวถึงความหมายและวัตถุประสงค์ รูปแบบและความท้าทายของการทำ ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน โดยเริ่มดูจากวัตถุประสงค์หลัก ๆ ที่หลายบริษัทสนใจทำ ซึ่งมีอยู่ 3 ข้อด้วยกัน คือ

1. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน (Operational Efficiency)

2. เพื่อรักษาฐานลูกค้าเก่าและเพิ่มกลุ่มลูกค้าใหม่จากการพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้า (Customer experience) ให้ดียิ่งขึ้น

3. เพื่อสร้างรูปแบบธุรกิจ (Business model) ใหม่ ๆ ที่ช่วยสร้างโอกาสในการเติบโตหรือช่วยป้องกันธุรกิจให้อยู่รอดจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital disruption)

คำว่า ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน คือ การเปลี่ยนแปลงโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ส่วนมากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากวัตถุประสงค์แรกคือการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานจะสามารถทำได้ง่าย และวัดผลตอบแทนการลงทุน (Return on Investment: ROI) ได้อย่างชัดเจน มีความเสี่ยงต่ำที่สุด เรียกได้ว่าเป็นขั้นพื้นฐานที่บริษัทมักเริ่มทำก่อนและหลายบริษัทก็อาจทำมาเป็นเวลานานแล้ว เช่น การติดตั้งระบบการวางแผนทรัพยากรทางธุรกิจขององค์กร (Enterprise Resource Planning: ERP) เป็นต้น แต่อาจเริ่มมีความซับซ้อนขึ้นในกรณีที่องค์กรใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น ระบบหุ่นยนต์, Internet of Things (IoT)

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากวัตถุประสงค์ที่สองคือ การพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้า (Customer experience) จะมีระดับความยากที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบตั้งแต่ระบบภายในบริษัทรวมไปถึงกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลลูกค้าทั้งหมด ทำให้มีแผนกที่เกี่ยวข้องมากขึ้น เกิดเป็นความท้าทายในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคนหรือระบบการจัดการดูแลภายในบริษัท

นอกจากนี้การพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้ายังต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์และการคิดนอกกรอบในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีมาช่วยเพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า เช่น การที่ลูกค้ามาที่ร้าน (Offline) แต่สินค้าที่มีสีที่ลูกค้าต้องการหมด คนขายก็สามารถกดสั่ง (Online) ให้ได้หรือให้ลูกค้ากดสั่งด้วยตนเองที่ Kiosk หรือที่เราเรียกว่า ออมนิชาแนล (Omni-Channel)  คือเป็นการเชื่อมต่อธุรกิจและกระบวนการทำงานออฟไลน์กับออนไลน์เข้าด้วยกันเพื่อประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า เป็นต้น

ทั้งนี้ธุรกิจต้องคอยสำรวจคู่แข่งทั้งทางตรงและทางอ้อมโดยเฉพาะคู่แข่งที่น่ากลัวอย่างคู่แข่งที่มีรูปแบบการทำธุรกิจที่ต่างกันแต่ต้องการแก้ปัญหาของลูกค้าเหมือนกัน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ แกร็บ และธุรกิจรถแท็กซี่ ทั้งสองธุรกิจเป็นการให้บริการโดยสารลูกค้าจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งเหมือนกันโดยมีวิธีที่ต่างกัน

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากวัตถุประสงค์สุดท้ายคือ การสร้างรูปแบบธุรกิจ (Business model) ใหม่ มีระดับความยากมากที่สุดเนื่องจากเป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจ การสร้างรายได้การบริการในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน รวมถึงอาจต้องร่วมมือกับองค์กรภายนอกเพื่อสร้างระบบพันธมิตรหรือระบบนิเวศทางธุรกิจใหม่ (Ecosystem) โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่างคู่แข่งในตลาดเพื่อเจาะตลาดใหม่หรือเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในตลาดเดิม

แต่ในกรณีอุตสาหกรรมที่กำลังถูกดิสรัปจากภายนอก การรวมตัวกันของคู่แข่งอาจเป็นไปเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ ในกรณีนี้เทคโนโลยีจะกลายเป็นประเด็นรองที่ต้องพิจารณา ประเด็นหลักที่ควรให้ความสนใจในขั้นแรกคือการหา Value Preposition ใหม่ให้กับธุรกิจหรือการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ เช่น การตั้งราคา, การทำการตลาดแบบเฉพาะบุคคล (Personalization) และการทำรูปแบบธุรกิจแบบแยกส่วน (Unbundling) เป็นต้น

ประเด็นหลักในขั้นต่อไปคือการสร้างเครือข่ายที่มีคุณค่า (Value Network) ร่วมกับธุรกิจอื่น ๆ ซึ่งถ้าเครือข่ายมีขนาดใหญ่มากพอจะเป็นการพัฒนาไปสู่การสร้างแพลตฟอร์มหรืออีโคซิสเต็มไปจนถึงการปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมโดยรวมซึ่งเป็นขั้นที่ยากที่สุด

สิ่งที่ควรพิจารณาในการทำ ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน

*1. ด้านบุคลากร *

แม้ว่าบริษัทจะจ้างที่ปรึกษาในการทำ ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน หรือซื้อซอฟต์แวร์ที่มีประสิทธิภาพก็ยังไม่สามารถทำดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชันได้อย่างสมบูรณ์ หากบุคลากรในองค์กรขาดความรู้ความเข้าใจและการตระหนักรู้ในเรื่องนี้ โดยประเด็นที่ต้องมุ่งเน้นมีดังต่อไปนี้

  • Awareness การตื่นตัวรับรู้ความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี คนในองค์กรรวมไปถึงผู้บริหารมีความเข้าใจและความสนใจในเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่อาจส่งผลต่อการทำงานของตนเองและองค์กรมากน้อยเพียงไร

  • Innovation team ทีมนวัตกรรม การจัดตั้งทีมนวัตกรรมเพื่อเป็นทีมที่ศึกษาค้นคว้าหาไอเดียหรือจุดบกพร่องในบริษัท โดยอาจเป็นทีมเฉพาะกิจหรือทีมประจำก็ได้ แต่ควรมีตัวแทนจากหลากหลายแผนก (Cross Functional) และอาจเชิญบุคลากรภายนอกมาเป็นที่ปรึกษา

  • Leadership ผู้นำ/ผู้บริหาร ผู้บริหารต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญต่อองค์กร โดยอาจไปเป็นส่วนหนึ่งในทีมนวัตกรรมหรือเป็นแค่ Project Champion สั้น ๆ

  • Cultural support การส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กร การสนับสนุนวัฒนธรรมที่ส่งเสริมให้รางวัลคนที่กล้าคิดกล้าทำตามสำนวน Think Big, Act Fast, Start Small

2. ด้านกระบวนการทำงาน

ถ้าระบบภายในองค์กรยังไม่เป็นระเบียบแบบแผน ไม่ชัดเจนซ้ำซ้อน ควรเริ่มต้นจากการปรับปรุงระบบภายในโดยเน้นการเปลี่ยนแปลงเพื่อวัตถุประสงค์แรก ซึ่งก็คือ การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ถ้าระบบภายในเริ่มแข็งแรงขึ้นก็จะสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้และทำอะไรใหม่ ๆ ได้สะดวกมากขึ้น

3. ด้านเทคโนโลยี

ระบบไอทีพื้นฐานภายในขององค์กรเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ องค์กรควรมีระบบที่ใช้ในการจัดการข้อมูลและการบริหารองค์กรพื้นฐาน เช่น ระบบที่ใช้ในการจัดการข้อมูลของลูกค้า เพื่อดูพฤติกรรมการบริโภคและความต้องการของลูกค้า ระบบวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน และระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานตาม KPI (Performance Management System) เป็นต้น

นอกจากนี้ควรตรวจสอบความพร้อมของระบบทั้งในด้านความเสถียร ความปลอดภัย รวมไปถึงความยากง่ายของการเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ โดยเฉพาะระบบภายนอกองค์กร เมื่อมีระบบไอทีพื้นฐานที่ดีพอ ก็สามารถที่จะต่อยอดจัดสรรหาเทคโนโลยีชั้นสูงใหม่ ๆ เข้ามาเพิ่มเติมได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบอัตโนมัติหรือหุ่นยนต์ การใช้เซ็นเซอร์ตรวจสอบและควบคุมการทำงานอย่างอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ หรือไอโอที ทำงานร่วมกันกับ เอไอ ที่ช่วยให้ระบบโดยรวมทำให้ได้เร็ว อัตโนมัติและฉลาดมากขึ้น

ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นต่อทุกองค์กรมากน้อยเร่งด่วนขึ้นอยู่กับสภาวะของธุรกิจและอุตสาหกรรมว่าได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ หรือผู้เล่นใหม่ ๆ แค่ไหน องค์กรควรกำหนดเป้าหมายวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน มีกลยุทธ์แผนงานที่สอดคล้องกันทั้งในส่วนของธุรกิจและไอที แต่สุดท้ายสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ คน ผู้นำ วัฒนธรรมและการบริหารจัดการองค์กร เป็นปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จของการทำดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน

ข้อมูลโดย : เกสรา ศักดิ์มณีวงศา พาร์ทเนอร์ ดีลอยท์ ประเทศไทย

ดร. นเรนทร์ ชุติจิรวงศ์ ผู้อำนวยการ ดีลอยท์ ประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...