ไล่ล่าระทึก! รวบ "ตูนภาคใต้" ขนไอซ์ 5 กิโลฯ ซุกกล่องหม่าล่า ซิ่งหนีตำรวจชนรถตู้พังยับ
">
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จับกุมชายวัย 43 ปี ฉายา "ตูนภาคใต้" พร้อมลูกเขย หลังลักลอบขนยาไอซ์ 5 กิโลกรัม ซุกซ่อนในกล่องหม่าล่าหม้อไฟ ระหว่างพยายามขับรถหลบหนีการตรวจค้น จนเกิดอุบัติเหตุพุ่งชนรถตู้ตำรวจได้รับความเสียหาย และมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย
เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 29 มิถุนายน 2569 ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ พ.ต.อ.พฤฒ จำรุศาสน์ ผู้กำกับการ สภ.รัตนาธิเบศร์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.พรนารายณ์ แสงทอง รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม ร.ต.อ.สง่า ทาเสนาะ รองสารวัตรป้องกันปราบปราม ร่วมกับ ร.ต.อ.ฉัตรชัย กุณาใจ รองสารวัตรป้องกันปราบปราม และกำลังสายตรวจ ร่วมกันจับกุม นายไกรศรี (สงวนนามสกุล) หรือ "ตูน" อายุ 43 ปี ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมนายซิด อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นลูกเขย
การจับกุมเกิดขึ้นบริเวณหน้าห้างไทยวัสดุ ทางลงทางพิเศษแจ้งวัฒนะ พร้อมตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย รถยนต์ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นปี 2018 ทะเบียน 7กต 1829 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเปลี่ยนสีจากสีแดงเป็นสีเทา และยาไอซ์จำนวน 5 กิโลกรัม บรรจุในถุงชากวนอิม ถุงละ 1 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในกล่องหม่าล่าหม้อไฟรสมังสวิรัติ จำนวน 5 กล่อง
เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างแจ้งข้อกล่าวหาและขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ
จากภาพกล้องติดหน้าอกของเจ้าหน้าที่ บันทึกเหตุการณ์เมื่อเวลา 21.18 น. วันที่ 28 มิถุนายน 2569 พบว่าตำรวจสายตรวจรถจักรยานยนต์พบรถยนต์ของผู้ต้องสงสัยบริเวณหน้าปั๊มน้ำมันร้าง ถนนงามวงศ์วาน ใกล้แยกแคราย ก่อนแสดงอาการมีพิรุธและพยายามขับหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามขึ้นทางพิเศษงามวงศ์วาน
ระหว่างการไล่ล่า รถของผู้ต้องหาได้เฉี่ยวชนรถตู้ของตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จนได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง
เบื้องต้น ชุดจับกุมประกอบด้วยตำรวจสายตรวจรถจักรยานยนต์ 2 คัน รวม 4 นาย และชุดสนับสนุนบนรถตู้ตำรวจอีก 5 นาย โดยมี จ.ส.ต.พงศ์อนันต์ พงศ์ประศาสน์ ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาซ้ายและมือขวา หลังถูกรถของผู้ต้องหาเฉี่ยวชน เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการ
จากการสอบสวน นายไกรศรี หรือ "ตูน" ให้การว่า ตนขับรถเดินทางมาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยแวะรับกล่องพัสดุที่จังหวัดเพชรบุรี ก่อนมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานครเพื่อหาที่พัก แต่ยังไม่ทันเข้าที่พักก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตรวจสอบเสียก่อน ซึ่งขณะขับรถอยู่สังเกตเห็นรถตำรวจติดตาม จึงเกิดความสงสัยและไม่กล้าจอด เนื่องจากรู้ดีว่าภายในรถมีสิ่งของผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ไล่ติดตามจึงตัดสินใจเร่งเครื่องหลบหนี โดยอ้างว่าระหว่างพยายามกลับรถหลังเลี้ยวผิดซอย รถเกิดมีปัญหาเหมือนระบบล็อก ทำให้ไม่สามารถหลบหนีต่อไปได้ และถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวในที่สุด
ผู้ต้องหายังให้การอีกว่า ภายหลังถูกจับกุม ได้ฝากภรรยาไว้ว่า หากมีชายชื่อ "เอกสิทธิ์" ติดต่อเข้ามา ขอให้จดหมายเลขโทรศัพท์ไว้และนำส่งให้พนักงานสอบสวน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการสืบสวนขยายผล อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อกลับจากบุคคลดังกล่าว และยยอมรับว่า เพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำมาได้ประมาณ 4 เดือน จากคดีพยายามฆ่าซึ่งเกิดจากเหตุทะเลาะวิวาทบนเรือ ระหว่างถูกคุมขังได้รู้จักกับชายชื่อ "เอกสิทธิ์" และมีความสนิทสนมกันในฐานะเพื่อนร่วมเรือนจำ เมื่อพ้นโทษออกมา เนื่องจากไม่มีรถใช้ในชีวิตประจำวัน จึงขอยืมรถยนต์จากเอกสิทธิ์มาใช้ ทั้งเพื่อรับส่งลูกไปโรงเรียนและใช้เดินทางทั่วไป
นายไกรศรีอ้างว่า ตนไม่ได้รับค่าจ้างในการขนยาเสพติดครั้งนี้ แต่ยอมรับว่าได้รับการติดต่อจากเอกสิทธิ์ให้ช่วยนำพัสดุไปส่ง ด้วยความเกรงใจและเห็นว่าอีกฝ่ายเคยช่วยเหลือเรื่องรถยนต์ จึงตอบรับโดยไม่ได้ปฏิเสธ กระทั่งมาทราบภายหลังว่าพัสดุดังกล่าวเป็นยาเสพติด และสุดท้ายถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมพร้อมของกลาง
ส่วนชายวัย 19 ปี ซึ่งถูกจับกุมพร้อมกันนั้น นายไกรศรีระบุว่า เป็นลูกเขย โดยก่อนเกิดเหตุเพิ่งขับรถไปส่งลูกสาว และเดิมลูกเขยตั้งใจจะเดินทางกลับด้วยรถไฟ แต่ตนชักชวนให้กลับพร้อมกัน จึงนั่งรถมาด้วยและถูกจับกุมไปพร้อมกัน