‘เจอสิ่งนี้แล้วนึกถึงเธอนะ’ เมื่อการบอกรักไม่จำเป็นต้องมีคำว่ารัก เรียนรู้ภาษารักผ่าน ‘Penguin Pebbling’ การแสดงความรักแบบนกเพนกวิน ที่แค่มอบก้อนหินให้กันก็เพียงพอแล้ว
‘ส่งมีมให้เพื่อน ซื้อขนมที่แฟนชอบมาฝาก หรือแชร์เพลงที่ฟังแล้วนึกถึงให้ใครสักคน’
เคยไหม? ในวันที่เราเหนื่อยล้าจากโลกภายนอก แค่มีใครสักคนมาช่วยเยียวยาความรู้สึกด้วยการกระทำเล็กๆ เหล่านั้น ก็ช่วยเติมเต็มหัวใจที่อ่อนล้าของเราได้แล้ว
เพราะการบอกรักอาจไม่จำเป็นต้องพูดว่ารักเสมอไป Thairath Plus ชวนมารู้จักภาษารักผ่านพฤติกรรมของนกเพนกวินอย่าง ‘Penguin Pebbling’ ที่ชวนให้เราหันมาเห็นคุณค่าของ 'ของขวัญชิ้นเล็กๆ' ไม่ต้องยิ่งใหญ่ ขอแค่เต็มไปด้วยความใส่ใจและความตั้งใจก็เพียงพอแล้ว
จากพฤติกรรม 'นกเพนกวิน' สู่ภาษารักของมนุษย์
Pebbling หรือ Penguin Pebbling มาจากพฤติกรรมความน่ารักของ ‘นกเพนกวิน’ โดยเฉพาะใน Adelie penguin และ Gentoo penguin ที่มีถิ่นอาศัยในทวีปแอนตาร์กติกา ในช่วงฤดูผสมพันธุ์นกเพนกวินตัวผู้จะมีพฤติกรรมการเกี้ยวพาราสีโดยการใช้ก้อนกรวดหรือก้อนหินในการจีบตัวเมีย เพื่อแสดงถึงความพยายามและศักยภาพที่ตัวผู้หาก้อนหินที่ดีที่สุดมาให้ หากตัวเมียชอบและรับก้อนหินก้อนนั้นไว้ นั่นหมายความว่าตัวเมียตกลงปลงใจ ทั้งสองจะได้จับคู่ผสมพันธุ์กันและใช้ก้อนหินนั้นไปสร้างรังเพื่อทำการวางไข่ต่อไป
เมื่อนำมาปรับใช้กับความสัมพันธ์ของมนุษย์ Pebbling จึงไม่ใช่การมอบก้อนหินให้กันจริงๆ แต่คือสิ่งที่สื่อถึงภาษารักที่ไม่ได้ใช้คำพูดแต่เป็นการบอกรักผ่านการกระทำ อย่างการแบ่งปันเรื่องราวหรือมอบของขวัญชิ้นเล็กๆ ให้แก่กัน ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความใส่ใจแบบไม่ต้องยิ่งใหญ่ ไม่ต้องมีพิธีรีตอง หรือต้องมีมูลค่ามากมาย แค่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าตัวเองถูกมองเห็น มีตัวตน และยังคงนึกถึงกันก็เพียงพอแล้ว
ดร. เอมี มาร์แชลล์ (Amy Marschall) นักจิตวิทยาคลินิก เคยกล่าวไว้ว่า ‘Pebbling หมายถึงการที่เรามอบของแทนใจเล็กๆ น้อยๆ ให้กับคนที่เราห่วงใย และไม่จำเป็นต้องเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ มันแสดงให้เห็นว่าเรานึกถึงเขาอยู่ตลอดเวลา ประมาณว่า เพียงแค่เห็นสิ่งนั้นก็คิดถึงเขาคนนั้นแล้ว’
ทำไมใครๆ ก็ต้องการ Pebbling?
ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาความสัมพันธ์อย่าง ดร. จอห์น กอตต์แมน (Dr. John Gottman) ผู้คิดค้นแนวคิด Bids for Connection หรือการส่งสัญญาณหรือความพยายามเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวันของคู่รักหรือคนในความสัมพันธ์ คล้ายกับพฤติกรรม Pebbling ซึ่งการแสดงออกผ่านพฤติกรรมเล็กๆ เหล่านี้ จะช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ การตอบสนอง หรือการแสดงความใกล้ชิดทางอารมณ์มากขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น งานวิจัยของสถาบัน Gottman Institute พบว่า ความสัมพันธ์ที่มั่นคงและยาวนานไม่ได้เกิดจากของขวัญที่มีมูลค่าสูง หรือมาจากการเซอร์ไพรส์ที่ยิ่งใหญ่ในแต่ละปี แต่มาจากการที่คนสองคนมีการทำ Pebbling ของกันและกันในชีวิตประจำวัน เช่น การส่งข้อความหากัน ส่งมีมให้กัน หรือซื้อของเล็กๆ น้อยๆ มาแลกเปลี่ยนกัน การตอบรับและการทำ Pebbling ให้กันบ่อยๆ จะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์มั่นคงมากขึ้น แม้ในวันที่ต้องเจอเรื่องทะเลาะหรือไม่ลงรอยกันก็ตาม
ในขณะที่ การทำ Pebbling นั้นสำคัญมาก โดยเฉพาะกับคนที่ไม่ค่อยบอกรักผ่าน 'คำพูด' หรือมองว่าการแสดงออกความรักแบบเดิมๆ เป็นเรื่องยากและน่าอึดอัด ดังนั้น การส่งของขวัญชิ้นเล็กๆ หรือของแทนใจ ดังนั้น การส่งของขวัญชิ้นเล็กๆ หรือของแทนใจ จึงเป็นวิธีสื่อความรักผ่านการกระทำที่ช่วยลดความกดดัน แต่ก็ยังคงส่งต่อความห่วงใยและความใส่ใจถึงกันได้
การมองเห็นตัวตนที่แท้จริง
มาร์ติน บูเบอร์ (Martin Buber) นักปรัชญาและนักทฤษฎีทางสังคม ผู้เขียนหนังสือเรื่อง I and Thou (1923) ได้แบ่งความสัมพันธ์ออกเป็น 2 แบบ คือ 'I-It' (ฉัน-สิ่งของ / การปฏิบัติต่ออีกฝ่ายเหมือนเป็นเครื่องมือ) และ 'I-Thou' (ฉัน-เธอ / การปฏิบัติต่ออีกฝ่ายแบบคนที่มีชีวิตจิตใจ) การทำ Pebbling อย่างเช่น การจำได้ว่าเพื่อนชอบกินอะไร หรือคนรักแพ้ดอกไม้อะไร ถือเป็นหัวใจของความสัมพันธ์แบบ I-Thou เพราะมันแสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้มองข้ามเขา แต่เรามองเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และให้คุณค่ากับตัวตนของเขาจริงๆ
เริ่มต้น 'Pebbling' อย่างไรให้ใจฟู?
1. ไม่ต้องคิดเยอะ เพราะไม่มีอะไรที่เล็กน้อยเกินไป
ทันทีที่เราเริ่มคิดมาก นั่นอาจจะไม่ใช่วิธีของ Pebbling แล้ว เพราะการทำ Pebbling อาจเป็นแค่การซื้อของติดไม้ติดมือไปฝากเพื่อน ซื้อสติกเกอร์น่ารักๆ ไปให้ใครสักคน หรือแวะซื้อดอกไม้ให้คนรักระหว่างทางกลับบ้าน ความเรียบง่ายและความธรรมดาที่แสนพิเศษเหล่านี้ ช่วยเติมเต็มความรู้สึกของอีกฝ่ายได้
2. ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ
เพราะความหมายของการทำ Pebbling อยู่ที่ 'ความรู้ใจ' ถ้าเพื่อนของเราชอบชาเขียวหวานน้อย การที่เราสั่งเครื่องดื่มของเราและพ่วงชาเขียวหวานน้อยไปฝากด้วย หรือความใส่ใจอาจไม่จำเป็นต้องเป็นของที่จับต้องได้เสมอไป อย่างช่วงที่เพื่อนไม่สบายใจ การส่งคลิปตลกๆ หรือมีมไปให้ การส่งภาพศิลปินที่เพื่อนชื่นชอบ หรือแม้แต่การแชร์พิกัดร้านหมูกระทะใกล้ฉัน แค่นี้ก็แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในสิ่งที่พวกเขารักและรู้จักตัวตนของเขาจริงๆ
3. ของแทนใจอาจอยู่รอบตัวเรา
ลองใช้สิ่งรอบตัวที่เรารู้อยู่แล้วเกี่ยวกับคนคนนั้น อาจจะเป็นแค่กาแฟแก้วโปรด ส่งข้อความสั้น ๆ หรือส่งรูปท้องฟ้า ดอกไม้ เจ้าแมวเหมียวหากันระหว่างวัน เพราะสิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวสิ่งของ แต่คือความตั้งใจที่ซ่อนอยู่ข้างในภายใต้การกระทำเหล่านั้น
Pebbling ถือเป็นภาษารักที่เรียบง่ายที่สุดและแทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย ขอแค่มีความสม่ำเสมอ ใส่ใจและตั้งใจทำให้กันก็พอ ไม่ว่าความสัมพันธ์นั้นจะอยู่ในรูปแบบไหน ทั้งคนรัก เพื่อนสนิท หรือครอบครัว สำหรับคนรัก อาจจะเป็นแค่การส่งเพลงให้กัน ซื้อของแทนใจเล็กๆ น้อยๆ มาฝาก หรือคอยรับฟังเรื่องราวที่เจอมาในแต่ละวันไม่ว่าจะดีหรือร้าย สำหรับครอบครัว มันอาจจะเป็นการลุกขึ้นมาทำกับข้าวเมนูโปรดในวัยเด็กให้ทาน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นภาษารักในแบบฉบับของ Penguin Pebbling ที่ส่งถึงกันได้
ท้ายที่สุดแล้ว Pebbling กำลังบอกเราว่า เราไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันเกิด วันครบรอบ หรือเทศกาลสำคัญเพื่อบอกรักใครสักคน เพราะวันธรรมดาในทุกๆ วันต่างหาก คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมอบของแทนใจเล็กๆ น้อยๆ หรือแสดงความจริงใจต่อกัน เพื่อสร้างรอยยิ้มและคอยเป็นกำลังใจให้คนที่เรารักก้าวข้ามผ่านเรื่องราวต่างๆ ที่พบเจอในแต่ละวันไปได้
อ้างอิง
บทความต้นฉบับได้ที่ : ‘เจอสิ่งนี้แล้วนึกถึงเธอนะ’ เมื่อการบอกรักไม่จำเป็นต้องมีคำว่ารัก เรียนรู้ภาษารักผ่าน ‘Penguin Pebbling’ การแสดงความรักแบบนกเพนกวิน ที่แค่มอบก้อนหินให้กันก็เพียงพอแล้ว
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath