โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Sizzler ยกสลัดบาร์ตั้งกลางซีคอนฯ! เจาะความเล่นใหญ่ ‘King of Salad Bar’ สร้าง Brand Love หวังดึง Gen Z ก่อนปูพรมสาขา ‘Specials’

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
Sizzler ยกสลัดบาร์ตั้งกลางซีคอนฯ! เจาะความเล่นใหญ่ ‘King of Salad Bar’ สร้าง Brand Love หวังดึง Gen Z ก่อนปูพรมสาขา ‘Specials’

เรามักเห็นซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ จัดอีเวนต์กลางห้างแบบเล่นใหญ่อยู่เสมอ ด้วยการยกฉากและองค์ประกอบขนาดใหญ่มาตั้งกลางศูนย์การค้า เหมือนยกสถานที่จริงมาไว้ตรงหน้า คราวนี้ถึงคิวของ Sizzler ที่ยกสลัดบาร์ออกจากร้าน มาสร้างเป็นอาณาจักรผักขนาดใหญ่ในงาน ‘King of Salad Bar’ ที่จัดระหว่างวันที่ 25 มิถุนายน ถึง 5 กรกฎาคม 2569

ประเด็นสำคัญ

  • จากสเต๊กมื้อพิเศษ สู่มื้อทุกวัน
  • ‘สลัดบาร์’ มีโอกาสโตกว่า ‘สเต๊ก’
  • ทำไม Sizzler ต้องเล่นใหญ่กลางห้าง

เบื้องหลังความเล่นใหญ่ครั้งนี้คือการสื่อสารการเติบโตครั้งใหม่ของแบรนด์ผ่าน Sizzler Specials โมเดลร้านอาหารรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนบทบาทของ Sizzler จากร้านอาหารสำหรับโอกาสพิเศษ มาเป็นร้านอาหารที่ลูกค้าเข้ามาใช้บริการได้ทุกวัน

จากสเต๊กมื้อพิเศษ สู่มื้อทุกวัน

อนิรุทร์ เดวิด คอลลินส์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ็มเอฟ คาเฟ่ แอนด์ เรสเตอรองต์ จำกัด หรือร้าน Sizzler อธิบายว่า เมื่อ 10-20 ปีก่อน ผู้บริโภคมอง Sizzler เป็นร้านอาหารสำหรับการเฉลิมฉลองหรือมื้อพิเศษ เพราะการกินสเต๊กในเวลานั้นถือเป็นประสบการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย แต่พฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบันเปลี่ยนไป โดยคนรุ่นใหม่มองหามื้ออาหารคุณภาพที่กินได้บ่อยในชีวิตประจำวัน มากกว่าสเต๊กในโอกาสพิเศษ

อนิรุทร์ระบุปัจจัยที่ขับเคลื่อนพฤติกรรมนี้ 3 ข้อ ได้แก่ ความต้องการเลือกและปรับแต่งอาหารตามความชอบเฉพาะบุคคล, ความใส่ใจสุขภาพที่ยังต้องมาพร้อมรสชาติที่ดี และการตอบโจทย์วิถีชีวิตที่ต้องการความสะดวก ความคุ้มค่า และประสบการณ์ที่ทันสมัย

ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจร้านอาหาร Sizzler เลือกวางกลยุทธ์ราคาระดับพรีเมียมที่ยังคงความคุ้มค่า แทนการลงไปแข่งด้วยการลดราคาระยะสั้น และหันมายกระดับประสบการณ์ลูกค้า จึงเป็นที่มาของ Sizzler Specials ที่เริ่มนำร่องที่สาขาเซ็นทรัล อีสต์วิลล์ ก่อนขยายผลต่อ

‘สลัดบาร์’ มีโอกาสโตกว่า ‘สเต๊ก’

จุดเปลี่ยนสำคัญคือการที่ Sizzler เปลี่ยนมุมมองต่อสลัดบาร์ จากเดิมที่เป็นของทานคู่กับมื้ออาหาร มาเป็นหัวใจหลักของธุรกิจ อนิรุทร์ระบุว่า ข้อมูลจากลูกค้าสมาชิกและยอดขายสะท้อนตรงกันว่า ลูกค้าจำนวนมากเลือกเข้าร้านเพราะสลัดบาร์ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อีกทั้งสลัดบาร์ยังตอบโจทย์ได้หลายโอกาส ตั้งแต่มื้อกลางวัน, มื้อเย็น, กลุ่มคนรักสุขภาพ, ครอบครัว ไปจนถึงคนรุ่นใหม่ ทำให้มีศักยภาพเติบโตกว้างกว่าหมวดสเต๊กเพียงอย่างเดียว

ภายใต้ Sizzler Specials ได้มีการพัฒนาสลัดบาร์ให้มีเมนูกว่า 120 รายการ แบ่งเป็น 7 Experience Zones ครอบคลุมทั้ง Pasta Station, Som Tum Bar, Premium Soup Station, Signature Cheese Toast และ Yogurt Soft Serve เพื่อให้ลูกค้าออกแบบมื้ออาหารได้เอง

หัวใจของโมเดลนี้คือราคาเริ่มต้น 249 บาท ที่อนิรุทร์ระบุว่าออกแบบมาเพื่อลดอุปสรรคในการทดลองครั้งแรก และเพิ่มความถี่ในการกลับมาใช้บริการ โดยราคานี้ลูกค้าได้ทั้งสลัดบาร์, ซุป, พาสต้า, ของหวาน, ซอฟต์เสิร์ฟ, เครื่องดื่มรีฟิล และชีสโทสต์แบบไม่จำกัด โดยไม่มีค่าน้ำหรือค่าบริการเพิ่ม ซึ่งสอดคล้องกับกระแส ‘Affordable Wellness’ ที่ผู้บริโภคต้องการดูแลสุขภาพผ่านอาหารคุณภาพในราคาที่สมเหตุสมผล

อนิรุทร์อธิบายว่า แนวทางนี้คือการนิยามคำว่าความคุ้มค่าใหม่ ด้วยการส่งมอบคุณค่าที่เพิ่มขึ้นในราคาที่จ่าย แทนการปรับราคาให้แพงขึ้น จากเดิมที่ลูกค้าต้องสั่งเครื่องดื่มหรือของหวานแยกต่างหาก กลายเป็นการรวมทุกอย่างไว้ในราคาเดียว ซึ่งเป็นมุมที่ทำให้ Sizzler วางตำแหน่งตัวเองต่างจากโมเดลบุฟเฟต์ทั่วไปที่เน้นแข่งด้วยปริมาณ

ผลที่ตามมาคือพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่ลูกค้ามาเป็นครั้งคราวในโอกาสพิเศษ กลับมาใช้บริการถี่ขึ้นเพราะมองว่าเป็นมื้อที่จ่ายได้ทุกวัน ขณะเดียวกันก็ดึงลูกค้ากลุ่มใหม่ที่เคยมองว่า Sizzler เข้าถึงยากให้เข้ามาทดลองแบรนด์มากขึ้น

ทำไม Sizzler ต้องเล่นใหญ่กลางห้าง

การยกสลัดบาร์มาตั้งกลางซีคอนสแควร์สะท้อนมุมมองของ Sizzler ที่ว่า การแข่งขันของธุรกิจร้านอาหารวันนี้ไม่ได้จบแค่รสชาติ เพราะคุณภาพอาหารกลายเป็นมาตรฐานที่ผู้บริโภคคาดหวังอยู่แล้ว สิ่งที่สร้างความแตกต่างคือประสบการณ์ ตั้งแต่ก่อนเข้าร้าน, ระหว่างมื้ออาหาร ไปจนถึงหลังกลับบ้าน

อนิรุทร์มองว่า ผู้บริโภคปัจจุบันมองหาประสบการณ์ที่ใช้เวลาร่วมกับครอบครัวและเพื่อน พร้อมสร้างโมเมนต์ที่อยากแชร์บนโซเชียลมีเดีย การนำเมนูที่ลูกค้าคุ้นเคยอย่างสลัดบาร์, ซุป และชีสโทสต์ มาสร้างเป็นกิจกรรมกลางห้าง จึงเป็นการทำให้แบรนด์เข้าถึงง่ายและร่วมสมัยขึ้น โดยเฉพาะกับกลุ่ม Young Professionals และ Gen Z ในเมือง ที่ใส่ใจสุขภาพ ชอบลองสิ่งใหม่ และให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า

Sizzler วางความแตกต่างจากคู่แข่งที่ทำบุฟเฟต์และบาร์อาหารเหมือนกัน ไว้ที่ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่สั่งสมกว่า 68 ปีทั่วโลก และกว่า 34 ปีในไทยนับจากเปิดสาขาแรกเมื่อปี 2535 รวมถึงฐานลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการกว่า 10 ล้านคน มากกว่าการแข่งด้วยจำนวนเมนู

ปัจจุบัน Sizzler มี 66 สาขาทั่วประเทศ แบ่งเป็น Sizzler Specials 23 สาขา และ Sizzler Sun & Moon 2 สาขา โดยมองว่าแบรนด์ยังเติบโตได้ผ่านหลายโมเดล และมีแผนขยายสาขาเพิ่มเพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่หลากหลายขึ้น

สำหรับแคมเปญที่ซีคอนสแควร์ อนิรุทร์ระบุว่าเป้าหมายไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้เข้าร่วมงานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการสร้าง Brand Love และทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่า Sizzler เป็นแบรนด์ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์และเป็นส่วนหนึ่งของทุกช่วงเวลา ไม่ใช่แค่ตอนมารับประทานอาหารที่ร้าน ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการเปลี่ยนบทบาทของแบรนด์สู่การเป็นร้านอาหารสำหรับทุกวัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...