โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เอกราช’ แฉ ‘ปีศาจกลาโหม’ งาบเบี้ยเลี้ยง-งบวิจัย ซัดรมต.ตัดงบซื้อเรือฟริเกต เอื้อทุนน้ำเงิน

เดลินิวส์

อัพเดต 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 1.59 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
สภาเบรกสไลด์ 'ปีศาจกลาโหม'! 'เอกราช' แฉ 'ทหารผี' ชุบมือเปิบเบี้ยเลี้ยงชายแดน-อมบัตร ATM พลทหาร เบิกงบวิจัยจบที่โรงงานร้าง ซัด รมต. ตัดงบซื้อเรือฟริเกต เอื้อทุนน้ำเงิน

เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระแรก วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3

โดยนายเอกราช อุดมอำนวย สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายงบประมาณของกระทรวงกลาโหม โดยระบุว่า อยากให้นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ฟังตนอภิปราย เพราะอยากเห็นคนที่บอกว่า “รักชาติ รักทหาร” ไปจัดการเรื่องนี้ ขอใช้ชื่อเรื่องว่า “ปีศาจกลาโหม” ที่กัดกินกองทัพงบประมาณของประเทศชาติ ตัวแรกคือ ทหารผีหรือ “ทหารปีศาจ” ใช้เงินกว่า 1,500 ล้านบาท ขึ้นเงินเดือนให้กับบุคลากรกระทรวงกลาโหม หากตกถึงมือผู้ปฏิบัติงานอย่างแท้จริงคงไม่มีปัญหา แต่เงินก้อนนี้กลับถูกถ่ายให้กับทหารปีศาจที่ไม่ได้ปฏิบัติงานจริง ส่งผลให้งบประมาณกองทัพมีประสิทธิภาพเป็นภาระแฝง อย่างไรก็ตามในสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา มีรายชื่อผู้ได้รับปรับเงินเดือนหรือบำเหน็จความชอบที่รัฐบาลจะจ่ายตอบแทนความเสียสละให้ผู้ที่ทำงานในพื้นที่เสี่ยงภัย คำนวณเพิ่มเป็นอัตราเทียบเท่าการเลื่อนขั้นเงินเดือน และสามารถคำนวณบำเหน็จบำนาญตอนเกษียณอายุได้ด้วย แต่กลับมีทหารผีที่ไม่ได้ไปราชการชายแดนแต่ได้รับบำเหน็จขึ้นเงินเดือน เจอ 11 ตน ตัวอยู่จังหวัดหนึ่ง ปรากฏชื่ออยู่ตามแนวชายแดน แต่ทหารที่ไปชายแดนจริง ๆ ไม่มีรายชื่อ

จากนั้น นายเอกราช ได้เปิดคลิปเสียงจากพลทหารที่ยืนยันว่า “ทหารผี” มีอยู่จริง ก่อนจะกล่าวว่า “ทหารปีศาจ” อีกรูปแบบหนึ่งที่บั่นทอนงบประมาณและศักดิ์ศรีของกองทัพ เกิดขึ้นกับพลทหารที่ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งร้องเรียนผ่านโซเชียลมีเดียว่ามีการนำพลทหารไปรับใช้นายและถูกยึดบัตร ATM เงินเดือนออกมีคนไปกดทันที แม่ทัพภาคที่ 1 จึงมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา จากการสอบสวนระบุว่ากลัวพลทหารโดนขโมยบัตร จึงเก็บบัตรไว้อำนวยความสะดวก ยืนยันว่าไม่ทุจริต มีการลงทัณฑ์กักขังระดับจ่ากับ ผบ.ร้อย แต่ผู้คุมค่ายไม่โดนอะไรเลย หากยังทำแบบนี้ใครจะอยากเป็นพลทหารอาสาตามนโยบายรัฐบาล ที่ใช้งบประมาณบุคลากรเพิ่มขึ้น 1,455 ล้านบาทต่อปี โครงการพลทหารอาสาที่วาดฝันไว้จะล่มแน่นอน เพราะไม่มีใครอยากมาเป็นเหยื่อให้ถูกสูบเนื้อสูบหนัง

นายเอกราช กล่าวอีกว่า พลทหารดีๆ ก็มาบ่นกับตนเองว่าอยากลาออกไปทำอาชีพอื่น ส่งผลให้รัฐบาลต้องจ่ายเงินเบี้ยหวัดให้กับพลทหารที่ลาออกรวมแล้วกำลังพลที่ลาออกสะสม 10 ปี 6,000 กว่าคน โดยในปี 2568 จ่ายเบี้ยหวัดอยู่ที่ 630 ล้านบาท ดังนั้นรัฐบาลจะต้องปฏิรูปโครงสร้างกำลังพล วิเคราะห์อัตรากำลังที่จำเป็นต่อภารกิจ และทบทวนงบประมาณโครงสร้างบุคลากร

นายเอกราช กล่าวถึงผีตัวที่ 2 ชื่อว่า “ผีวิจัย” ใช้งบวิจัยไปจบที่โรงงานร้าง ระบุถึงงบวิจัยของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ 560 ล้านบาท กองทัพเรือ 21 ล้านบาท สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 44 ล้านบาท รวมกันกว่า 625 ล้านบาท จึงตั้งคำถามว่าเงินเหล่านี้สร้างเทคโนโลยีให้ไทยได้จริงหรือไม่ หลายโครงการใช้ชื่อว่าการวิจัย แต่เมื่อไปดูไส้ใน กลับพบว่าเป็นการซื้อเทคโนโลยีมาจากต่างประเทศ เมื่อไม่ได้เป็นงานวิจัยจริง ผลผลิตออกมา ต่อให้รับรองมาตรฐานกองทัพ ก็ไม่มีใครใช้ ไม่ซื้อ ไม่อุดหนุนกันเอง ไม่มีคำสั่งผลิต สายการผลิตก็หยุดการผลิต กลายเป็นโรงงานร้าง โรงงานผี เครื่องจักรบางตัวแก่กว่ารัฐมนตรีลูกเทพ ผลิตต่อไม่คุ้ม ขายก็เสียดาย กลายเป็นเศษเหล็กที่ประชาชนต้องช่วยกันจ่าย

จากนั้น นายเอกราช ได้โชว์ภาพโรงงานร้าง และถามประธานในที่ประชุมว่าเหตุใดถึงขึ้นภาพในสไลด์ไม่ได้ พร้อมกับถามรัฐบาลว่าจะเอาอย่างไรกับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศจะสนับสนุนหรือปล่อยเป็นพิพิธภัณฑ์อุตสาหกรรม เพราะเมื่อประเมินมูลค่าโรงงานและสายการผลิตร้างมีมูลค่าเกือบ 20,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลจะต้องอุดหนุนเงินปรับปรุงราว 339 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2570 รัฐบาลจะต้องกำจัด โครงการผีไม่ให้งบกระจัดกระจาย รวมเป็นโครงการเรือธง เมื่อวิจัยแล้วหน่วยงานจะต้องใช้เพื่อไม่ให้มีโรงงานร้างเพิ่มขึ้นเป็นภาระงบประมาณ

นายเอกราช กล่าวอีกว่า สำหรับผีตัวสุดท้ายคือ “รัฐมนตรีปีศาจ” เขานินทากันว่า รมว.กลาโหม เป็นทหารบกโดยแท้ แต่ดูเหมือนจะไม่เข้าใจบริบทการบริหารกระทรวงกลาโหมแม้แต่น้อย พยายามผลักดันจัดหาเรือฟริเกตเข้าทางพ่อค้าอาวุธบางราย เขาพูดกันว่ารัฐมนตรีอยากให้เรือฟริเกตเป็นของเด็กชายจากฟากฟ้าเป็นความจริงหรือไม่ กองทัพเรือต้องการให้เรือฟริเกตเป็นไปตามมาตรฐานของ NATO แต่รัฐมนตรีกลับเปิดกว้างรับสเปกของเรือบางประเทศที่เด็กชายจากฟากฟ้าเป็นเอเจนท์หรือไม่ เมื่อกองทัพเรือไม่สนองนโยบาย จึงไม่มีลายเซ็นของ รมว.กลาโหม

“รัฐบาลแทรกซึมไปถึง AI สีน้ำเงิน นี่จะเอาเรือฟริเกตสีน้ำเงินด้วยใช่หรือไม่ เมื่อกองทัพเรือไม่เอา รัฐมนตรีก็งอแงไม่เซ็น” นายเอกราช กล่าว

นายเอกราช กล่าวว่า ตนพร้อมฟังเหตุผลถึงการที่ รมว.กลาโหม ไม่ลงนามซื้อเรือฟริเกตลำที่สอง พร้อมตั้งคำถามว่าทำเพื่อประชาชนหรือทุนสีน้ำเงิน ดังนั้นการยกเลิกเอ็มโอยู ปี 2544 และกระโดดเข้าไปในการเจรจาตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 หรือ UNCLOS กองทัพเรือจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเพิ่มศักยภาพในการต่อรองและเจรจา ภารกิจในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติไทยทางทะเลกลับถูกรัฐมนตรีตัดงบประมาณ รู้ทั้งรู้ แต่ก็ยังทำแบบนี้กับกองทัพเรือ ตนขอถามว่ามีวัตถุประสงค์อะไร หากไม่ได้มีเจตนาทำลายขีดความสามารถของกองทัพเรือ จนถูกมองว่าเป็นรัฐมนตรีปีศาจที่กองทัพเรือสาปส่งลงทะเลอ่าวไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนที่นายเอกราชจะอภิปราย น.ส.มัลลิกา ประธานในที่ประชุม ได้แจ้งให้สมาชิกตรวจสอบสไลด์นำเสนอ ก่อนส่งให้ฝ่ายโสตฯ เนื่องจากบางเนื้อหามีลักษณะหมิ่นเหม่ ทำให้เจ้าหน้าที่ลำบากใจ

นายเอกราช ในฐานะผู้อภิปราย ติดใจเหตุผลที่ฝ่ายโสตฯ ไม่อนุญาตให้ใช้ข้อมูลบางส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำว่า “ปีศาจ” ซึ่ง น.ส.มัลลิกา ชี้แจงว่า การอภิปรายของนายเอกราช มีเนื้อหาสาระอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องฮิตกระแส “ทนายปีศาจ” ในช่วงนี้ ก่อนที่นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภา คนที่ 2 จะมารับหน้าที่ประธานในที่ประชุม จึงอนุญาตให้ใช้บางสไลด์ ทำให้นายเอกราชอภิปรายต่อไปได้.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...