โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สถานการณ์“ไทย-กัมพูชา”ยังเปราะบาง เช็กการบ้านเตรียมความพร้อมชายแดน

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 กรกฎาคม 2569 เวลา 3.33 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่ออภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 "สส.กังฟู" วสวรรธน์ พวงพรศรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรวมพลัง อภิปรายตั้งข้อสังเกตการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยจัดงบประมาณเพิ่มขึ้น แต่กลับลดงบประมาณด้านการป้องกันประเทศลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและการพัฒนาพื้นที่ชายแดน

ข้อมูลของ “สส.กังฟู” ระบุว่า ปัจจุบันมีการพัฒนาเส้นทางคมนาคมตามแนวชายแดนเสร็จแล้วมากกว่า 60 เส้นทาง อยู่ระหว่างดำเนินการอีก 72 เส้นทาง และยังมีเส้นทางที่ไม่ได้เริ่มดำเนินการอีกมากกว่า 20 เส้นทาง เมื่อรวมถนนและเส้นทางย่อยต่างๆ ยังมีโครงการที่เกี่ยวข้องเกือบ 300 เส้นทาง

นอกจากนั้นมีการตั้งคำถามว่า เหตุใดรัฐบาลจึงยังไม่มีงบประมาณสำหรับการสร้างรั้วในพื้นที่ชายแดนที่มีความเหมาะสมและจำเป็น ทั้งที่เรื่องดังกล่าวถูกพูดถึงมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงหาเสียงและการแถลงนโยบายของรัฐบาล

“ความมุ่งมั่นของรัฐบาลในเรื่องความมั่นคงและการดูแลทหารชายแดนดูลดลงเมื่อเทียบกับช่วงหาเสียง พร้อมตั้งคำถามว่า เสียงของประชาชนตามแนวชายแดนถูกนำไปไว้ตรงไหน หลังจากรัฐบาลได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง” สส.กังฟูระบุ

นับแต่ “ไทย-กัมพูชา” ลงนามในถ้อยแถลงหยุดยิงเมื่อเดือน ธ.ค.2568 ทั้ง 2 ฝ่ายต่างเร่งก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในการป้องกันประเทศอย่างต่อเนื่อง เช่น ถนน รั้ว หลุมบุคคล บังเกอร์ พร้อมวางแนวสาธารณูปโภคพื้นฐาน ไฟฟ้า ประปา อินเทอร์เน็ต สนับสนุนการวางกำลังในฐานปฏิบัติการตามแนวชายแดน โดยไม่ได้รอการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามวงรอบ

โดยใช้เงินจาก 3 ส่วน คือ งบกลาง, กองทุนหทัยทิพย์, เงินบริจาคจากภาคเอกชน จากจิตศรัทธาของประชาชน นักธุรกิจในพื้นที่ กำลังหลักคือ "หลวงตาเยื้อน" และจากกลุ่มทุน องค์กร หน่วยงานภาครัฐ ที่เข้าไปสนับสนุนทุกด้านเพื่อให้ดำเนินการเสร็จสิ้นโดยเร็ว

ในขณะที่ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ผลักดันโครงการ “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์” นำพันธมิตรจากหลายภาคส่วนที่ลงขันสนับสนุนเงิน ทรัพยากร เร่งเสริมความมั่นคงโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ให้เสร็จโดยเร็ว ด้วยพลังสีน้ำเงิน

สำหรับการสร้างถนนและเส้นทางทางยุทธวิธี เดินหน้าตามแผนได้ในระดับที่น่าพอใจ โดยเฉพาะในพื้นที่เป้าหมายที่ต้อง “ทำก่อน” ส่วนที่กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ที่ได้สำรวจเส้นทางไปแล้ว ยังไม่พบรายละเอียดในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570

ส่วนการสร้างรั้วถาวร ดำเนินการได้บางพื้นที่ โดยเฉพาะที่ได้ข้อยุติร่วมกันทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว เช่น หลักเขตที่ 52-59 อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ส่วนจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยังคงใช้วิธีวางลวดหนาม ซึ่งสุ่มเสี่ยงที่ทหาร 2 ชาติที่ลาดตระเวนเผชิญหน้า และเกิดการกระทบกระทั่งกันได้ เพราะฝ่ายตรงข้ามแอบรื้อทำลาย เพื่อถ่ายคลิปไปขยายผลในโซเชียลมีเดียของฝ่ายเขา

นอกจากนั้น ในแผนงบประมาณปี 2570 หมวดเสริมขีดความสามารถในการป้องกันประเทศของเหล่าทัพ เป็นการจัดหาอาวุธ ที่เชื่อมโยงในระดับ “ยุทธศาสตร์” เพื่อเตรียมความพร้อมหากต้องมีการเปิดศึกรอบใหม่เกิดขึ้น เพราะบทเรียนในการสู้รบ 2 ครั้งที่ผ่านมา ทำให้รับรู้ท่าทีของมิตรประเทศ จากการ “เติมของ” ว่าค่ายไหนมีความ คล่องตัว หรือ ฝืด มากกว่ากัน

ในรายละเอียดงบประมาณกระทรวงกลาโหม พบว่า นอกจากระบบจรวดหลายลำกล้อง HIMARS ของสหรัฐ ที่ กองทัพบก เล็งที่จะจัดซื้อเข้ามาประจำการ ยังมี Barak MX ระบบป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธขั้นสูงที่พัฒนาโดยบริษัท Israel Aerospace Industries (IAI) ของประเทศอิสราเอล ที่ “กองทัพอากาศ” ตั้งงบประมาณเดินหน้าในเฟส 2 ในงบปี 2570

ที่น่าเป็นห่วงคือ “กองทัพเรือ” เพราะยังติดปัญหาเรื่องเพดานหนี้ ฝ่ากระแสวิกฤตงบในภาพรวมไปไม่ได้ การตั้งงบในเรือฟริเกตลำที่ 2 จึง “สะดุด” ต้องไปเข้าคิวปี 2571 ยกเว้นมี “ปาฏิหาริย์” ที่รัฐบาลใจดี “เฉือน” งบกลางให้

ในขณะที่ “ฟริเกต” ลำแรก ทร.ก็ยังไม่ได้ข้อยุติในการเลือกบริษัทมาต่อเรือให้ หลังจากกูรูในเพจทั้งหลายชำแหละกันถึงข้อดี-ข้อเสียในเรือแต่ละแบบ ระบบบัญชาการการรบ ระบบอาวุธ รวมไปถึงภาพรวมของโครงการในเรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยี การชดเชยทางเศรษฐกิจกันแบบทุกซอกทุกมุมแล้ว

ท่ามกลางความจำเป็นที่ “ทร.” ต้องเสริมสร้างความพร้อมในการรบให้เร็วกว่านี้ เพราะดูจากท่าทีของ “กัมพูชา” ในการเสริมเขี้ยวเล็บทางเรือ ก็ประมาทไม่ได้เช่นกัน

เจนส์ดีเฟนซ์” สื่อด้านความมั่นคงของสหราชอาณาจักร เปิดภาพถ่ายดาวเทียม แสดงสถานะของเรือรบใหม่กัมพูชา ไทป์ 056A เรือคอร์เวตติดอาวุธนำวิธี ที่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลจีน

โดยระบุว่า อาวุธปล่อยจากเรือที่ติดตั้งบนเรือคอร์เวตชุดนี้ คือ YJ-83 หรือชื่อในการส่งออกคือ C-802 เป็นอาวุธปล่อยโจมตีเรือ มีพิสัยการยิงราว 180 กิโลเมตร โดยหนึ่งในเรือชุดนี้ของกัมพูชา ที่ถูกระบุว่าอยู่ในสถานะพร้อมปฏิบัติงานแล้วคือ RCNS Kohkong Senchey เลขประจำเรือ 622

เรือดังกล่าวจอดที่ “ฐานทัพเรือเรียม” ตั้งอยู่ในจังหวัดพระสีหนุ เป็นหนึ่งในฐานทัพที่ได้รับการสนับสนุนการปรับปรุงขีดความสามารถจากรัฐบาลจีน และจีนก็วางระบบเรดาร์และวางกำลังทางเรือที่ฐานทัพเรือเรียม

ยังไม่นับฝ่ายกัมพูชาที่ตีปี๊บ “รถถัง” จีนที่ได้รับการส่งมอบมาหมาดๆ หรือการวางพิกัด PHL03 เล็งเป้าที่ท่าเรือสัตหีบ

ในภาพรวมยังคงเป็น “สงครามจิตวิทยา” และไทยเองไม่กังวลต่อปฏิกิริยาของจีน เพราะ “หลังฉาก” มีการขับเคลื่อน ต่อรองกันในหลายกรณี

ซึ่งนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย มีการกำหนดการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือน ก.ค.นี้

การเดินเกมการทูตเชิงรุกจึงเข้มข้นไปพร้อมกับการทหาร เพียงแต่จะดีลจะจบแบบไหนให้ลงตัวแบบรู้เขารู้เรา.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...